Sunday, December 20, 2009

รถยนต์ไฟฟ้าจากอินเดีย REVA L-ion

ภาพ รถยนต์ไฟฟ้าจากอินเดีย REVA L-ion

รถยนต์ไฟฟ้าจากอินเดีย REVA L-ion

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org
ศึกษาและเรียบเรียงจาก Wikipedia

Keywords: เทคโนโลยี, สิ่งแวดล้อม, พลังงาน

รถรีว่า (REVA G-Wiz i in the UK market[1]) เป็นรถไฟฟ้า (Electric Car) จัดเป็นรถที่ออกแบบให้วิ่งในเมือง (City Cars) เป็นรถที่ผลิต โดยบริษัท REVA Electric Car Company (RECC) ในเมือง Bangalore ประเทศอินเดีย (India) ซึ่งได้เริ่มผลิตมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 จนปัจจุบัน จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตออกขายจนปัจจุบันที่มากที่สุดในโลก

Reva G-Wiz จัดเป็นรถ (Class) ประเภทไฟฟ้า (Electric) เป็นขนาดที่เขาเรียกว่า “รถขนาดจิ๋ว (microcar) มีลักษณะตัวถังแบบ (Body style(s) มี 3 ประตู แบบเปิดหลัง (hatchback) มีเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่บริเวณด้านหลัง ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง (Rear engine, Rear wheel drive) ตัวถังมีความยาว 2.6 เมตร กว้าง 1.3 เมตร สูง 1.5 เมตร จัดว่ามีลำตัวสั้นมาก

ตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2009 ได้มีการออกโมเดลใหม่ให้ชื่อว่า REVA L-ion ซึ่งก็เหมือนกับรถ REVAi ที่ได้ออกสู่ตลาดมาก่อนหน้านี้ แต่ได้เพิ่มการใช้แบตเตอรี่ใหม่ที่เป็น Lithium-ion ที่ให้พลังงานสูง และลดน้ำหนักรถลงเหลือ 565 กิโลกรัม ให้พลังเร่งที่เพิ่มขึ้น ลดเวลาอัดไฟฟ้าลงเหลือ 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลขึ้นเป็น 120 กิโลเมตร ด้วยการอัดไฟเพียงครั้งเดียว แบตเตอรี่ใหม่นี้ ไม่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับว่าจะใช้ในสภาวะอากาศอย่างไร

สำหรับการชาร์ตไฟนั้น มีทั้งสายและอุปกรณ์ที่ติดไปกับตัวรถ ใช้ชาร์ตด้วยไฟฟ้าบ้านได้ แต่ถ้าใช้ไฟฟ้าที่จัดให้มีสถานี (charging station) ในระบบ 3-phase คือเหมือนไฟฟ้าโรงงานดังในบ้านเรา แล้วอัดไฟได้เกือบเต็มที่ร้อยละ 90 โดยใช้เวลาชาร์ตไฟเพียง 1 ชั่วโมง

รถรีว่ารุ่นใหม่นี้ มีราคาขายในประเทศอังกฤษที่ £15795 (L-Ion model) และได้รับส่วนลดด้านราคาเพราะจัดเป็นรถที่วิ่งด้วยไฟฟ้า รถรีว่ามีขายในประเทศต่างๆ เช่น Spain, Norway และในประเทศ Costa Rica ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2009 มีการขายในประเทศสหรัฐอเมริกาในราคา USD 13,000 หรือเป็นเงิน 455,000 บาท (USD 1 = 35 บาท)

ข้อได้เปรียบของรถ Reva นี้ คือมีราคาไม่แพง ขนาดไม่ใหญ่ ใช้วิ่งในเมืองบางแห่งที่มีข้อกำหนดให้สิทธิพิเศษ ดังในกรุงลอนดอน รถไฟฟ้านี้สามารถวิ่งเข้าออกในเขตควบคุมการจราจรโดยไม่ต้องเสียค่าผ่านเข้าออกเขตที่เขาเรียกว่า Congestion Control Zone (CCZ)

Thursday, December 17, 2009

กรณีศึกษา หอกข้างแคร่ จะทำอย่างไร

กรณีศึกษา หอกข้างแคร่ จะทำอย่างไร

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Updated: Friday, December 18, 2009

Keywords: การจัดการ, การแก้ปัญหาความขัดแย้ง, Conflict Management

เรียนอาจารย์ครับ

ธุรกิจของผม

ผมลงทุนทำธุรกิจผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้แท้ บริษัทของผมชื่อ “Authentic Design Co.Ltd.” เป็นชื่อสมมุตินะครับ ผมลงทุนทำเป็นธุรกิจครอบครัว ผมกับภรรยา และมีหุ้นอยู่ร้อยละ 60 อีกส่วนร้อยละ 40 เป็นของญาติผู้ใหญ่ที่เขาเกษียณแล้ว ที่เขาอยู่ในกรุงเทพฯ ที่มาลงทุนร่วม และหวังมีรายได้เล็กน้อย เป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน

โรงงานผลิตของผมอยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือ ไม้ของเรามาจากนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน บางช่วงสินค้าของเราผลิตเองไม่ทัน บางส่วนผมไปจ้างผลิตจากโรงงานนอกประเทศ แล้วนำเข้าตามชายแดน แต่ผมเดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อควบคุมกระบวนการผลิต และด้านคุณภาพสินค้า (Quality Assurance – QA)

บริษัทของเรา ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกต่างประเทศ ตามการสั่งของลูกค้า กิจการทั้งหมดของเรามีคนทำงานอยู่ทั้งฝ่ายการตลาด การผลิต และฝ่ายบริหารรวมประมาณ 100 คน ส่วนหน้าร้านผมอาศัยตลาดจตุจักร ในกรุงเทพฯ เป็นตัวเสนอสินค้า ธุรกิจของผมประสบความสำเร็จได้ในระดับดีทีเดียว เพราะสินค้าของผมนั้นเน้นการออกแบบที่มีลักษณะเฉพาะ ฝีมือประณีต และได้ของที่เป็นไม้เนื้อจริง ไม่ว่าจะเป็นไม้สัก หรือไม้เนื้อแข็งอื่นๆ ระบบการคัดเลือกไม้ การอบแห้ง การขัดและการเคลือบผิว เราทำอย่างใช้ฝีมือ และมีมาตรฐานจริงๆ

สินค้าของเราจะต่างจากเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ประดิษฐ์ที่ทำจากเศษไม้หรือไม้อัด หรือสินค้าเฟอร์นิเจอร์ประกอบเอง (Knock-down Furniture) ที่ใช้ไม่ได้นานก็หมดอายุ หย่อนยาน ไม้บวม เพราะถูกน้ำหรือความชื้น สินค้าเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแท้ ทำแบบให้ดูโบราณ มีความคงทน มีราคาสักหน่อย แต่รักษาดีๆ มีอายุนับเป็นร้อยๆปี ยิ่งเก่ายิ่งดูดี

การออกแบบของเราเกิดจากการที่ผมและภรรยาเป็นคนชอบท่องเที่ยว และไปศึกษาตลาดในทั้งยุโรป ญี่ปุ่น และอเมริกาเหนือ เห็นอะไรที่สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาด เราก็จดจำไว้ เก็บภาพเอาไว้ แล้วนำกลับมาออกแบบ ปรับแต่งเพิ่มเติม

ผมรักในธุรกิจของเรา และภูมิใจในสิ่งที่ผมทำ

ลูกค้าของผม

ลูกค้าของผม ร้อยละ 80 เป็นนักท่องเที่ยวจากทางยุโรปตะวันตก ที่เขาได้เข้ามาท่องเที่ยวแล้วสั่งสินค้า ลูกค้าของผมขยายตัวมากขึ้นตามลำดับ ปีละประมาณร้อยละ 15 ต่อปีโดยเฉลี่ย โอกาสทางธุรกิจของผมยังไปได้อีกไกล

ลูกค้าอีกร้อยละ 20 เป็นคนไทยคนมีฐานะและมีการศึกษา ตลอดจนคนต่างชาติที่เขามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ที่เขาต้องการสินค้าที่มีความแตกต่าง เป็นพวกที่ต้องการสินค้ามีคุณภาพที่ไม่เหมือนใคร

เรื่องของนาย ก.

ความจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่การเงิน

นาย ก. ชื่อสมมุตินะครับ เขาเป็นฝ่ายการเงินที่ผมเลือกมาทำงานนั้น เพราะเขาเป็นคนสมัยใหม่ เรียนมาทางด้านการเงินการบัญชี ซึ่งผมไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย เขาทำงานกับผมมาได้สัก 3 ปี ในปีแรก ให้เขาเป็นผู้ช่วยฝ่ายการเงินการบัญชี เพราะเขาสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ดี สามารถทำระบบการเงินการบัญชีที่สะดวกในการติดตามข้อมูลลูกค้า การออกใบเสร็จ การตรวจสอบเงินเข้า และเงินออก (Cash Flow) เพราะผมเองก็ต้องทำรายงานการเงินให้ธนาคารเจ้าหนี้เขาได้ทราบ นาย ก. ทำงานได้สัก 1 ปี ผมขาดคน เพราะญาติของผมที่ทำหน้าที่ผู้จัดการฝ่ายการเงิน (Financial Manager) เขาดูแลจัดการการเงินให้ เขาต้องไปแต่งงานแล้ว ได้ลาออก และไปทำงานกับสามีของเขา ผมจึงตัดสินใจแต่งตั้ง นาย ก. ให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินแทน

นาย ก.ทำงานให้กับผมมา ในทางเทคนิคถือว่าก็ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ มีรายงานเป็น Printout เป็นเอกสาร พร้อมอธิบายได้อย่างทำให้ผมเข้าใจง่าย แต่กับเพื่อนร่วมงาน ผมพบว่าเขาเป็นคนไม่มั่นคงทางอารมณ์ ฉุนเฉียวได้ง่าย มีเรื่องที่คนทำงานมาฟ้องผมอยู่หลายครั้ง ผมเคยได้เรียกเขามาพบและพูดคุย เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็ยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม คือ เจ้าอารมณ์ แต่หนักยิ่งกว่านั้น ยังมีการไปเอ่ยกับคนงานของเราหลายๆคนว่า หากผมให้เขาออกจากงาน เขาจะเอาเรื่อง เพราะเขารู้ความลับของบริษัทเรามาก สิ่งที่ผมเป็นห่วง ก็คือ หากจะให้เขาออก เขาคงต้องนำความลับของบริษัทไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับภาษี หรือการหลีกเลี่ยงภาษี

ธุรกิจของผมนั้น ความจริงก็ตรงไปตรงมา ผมค้าขายกับใคร ก็ไม่เคยคดโกง กับธนาคาร ผมมีเงิน ก็จ่ายตรงเวลาตลอด กับลูกน้อง ผมก็จ่ายเงินเดือนให้อย่างไม่มีขาดหกตกหล่น ค่าตอบแทนของผมก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าบริษัทที่ทำงานแบบเดียวกัน ยิ่งกับลูกค้าฝรั่งที่มาซื้อสินค้าของเราแล้ว เขาชื่นชมกับสินค้าของเรามาก เพราะผมส่งของออกไปต่างประเทศนั้น ทำอย่างมีมาตรฐาน และเขาวางใจเรา และบอกกันแบบปากต่อปาก และกับญาติผู้ใหญ่ที่เป็นหุ้นส่วนของเรา ผมก็ดูแลผลประโยชน์ให้ท่าน และดูแลท่านในฐานะญาติผู้ใหญ่

แต่ก็ยอมรับครับว่า เรามีบัญชีสองเล่ม ซึ่งก็เป็นที่ทราบดีว่า บริษัทเอกชนขนาดเล็กและกลาง (Small and Medium-Sized Enterprise – SMEs) อย่างผม เกือบทั้งหมด ก็มีการปฏิบัติเช่นเดียวกับผม คือกว่าร้อยละ 80-90 มีการหลีกเลี่ยงภาษีกัน ผมก็ยอมรับว่า ธุรกิจของผมก็เป็นเช่นนั้น

ความข้ดแย้ง

กลับมาที่นาย ก. นอกจากเขาจะแสดงอารมณ์และพฤติกรรมกร้าวร้าวมากขึ้น มีการลางาน ขาดงาน การขอขึ้นเงินเดือนอย่างที่มากเกินรับได้ และคำขู่ของเขาก็เริ่มเข้าหูผมากขึ้น และโดยธรรมชาติแล้ว ผมเป็นคนไม่ชอบให้ใครมาขู่ผมได้ง่ายๆอย่างนี้ หากเขาทำได้ หากเขาขู่และเรียกร้องได้ คนอื่นๆ ก็คงจะทำกับผมได้เช่นกัน

สิ่งที่เป็นขั้นแตกหัก คือ คำว่า “เอาเรื่อง” ของเขา ผมไปพบว่า เขาได้ทำสำเนา Hard disk ฝ่ายการเงินทั้งหมดออกจากบริษัท คิดว่า เขาคงไปเก็บที่บ้านของเขา ทางเราทราบเรื่องเข้า ซึ่งเขารู้อยู่แล้วว่าการกระทำในแบบของเขา เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้

ผมเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ก็ได้เรียนรู้ว่า ยิ่งทำงานใหญ่ ยิ่งต้องใช้อารมณ์ให้น้อยลง และต้องใช้สติและปัญญาให้มาก ผมอาจจะพลาดที่จ้างคนแบบนี้มาทำงานการเงินของเรา แต่ได้ดูแล้ว การจะเก็บคนเช่นนี้ไว้ทำงานในลักษณะให้เขา Blackmail ผมและบริษัทไปเรื่อยๆนั้น คงเป็นไปไม่ได้ ผมมีวิธีจัดการในแบบของผม ผมคงไม่ปล่อยให้คนๆเดียวมาทำลายธุรกิจขนาดเป็นร้อยล้านของผม ซึ่งมีคนทำงานอยู่นับเป็นร้อยคน ผมเองก็ยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่กว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าธุรกิจ

ในฐานะที่อาจารย์เคยสอนผม ผมอยากขอฟังความคิดเห็นจากอาจารย์ ก่อนที่ผมจะดำเนินการใดๆไป ในชีวิต ผมได้รับคำแนะนำดีๆจากอาจารย์เสมอ ผมขอรบกวนอาจารย์ช่วยตอบผม ผมขอโทรถึงอาจารย์ในอีกสัก 1-2 วันนี้นะครับ

ด้วยรักและเคารพ
จาก
Furniture Man

Wednesday, December 16, 2009

ในที่สุด รถยนต์เติมน้ำวิ่งได้ (Hydrogen Generators)


ในที่สุด รถยนต์เติมน้ำวิ่งได้ (Hydrogen Generators)

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat

E-mail: pracob@sb4af.org
แปลและเรียบเรียง

จากเรื่อง “Eureka! Hydrogen Generators Actually Work... Some of Them.” โดย Bill Moore ในนิตยสาร EV World

ภาพ การติดตั้งระบบ Hydrogen Generator ในรถบรรทุกแบบ Pickup ที่ใช้ในเทศบาลเมือง Beloit ภาพถ่ายโดย Janesville Gazette

โดยทั่วไป รถบรรทุกเล็ก (Pickup Truck) อย่างรุ่น GMC Canyon วิ่งได้ 13-14 ไมล์ต่อแกลลอน แต่เมื่อปรับระบบโดยใช้ Hydrogen Generator เพื่อเพิ่มไฮโดรเจน (Hydrogen) ที่แยกน้ำ หรือ Water นี้แหละ จะทำให้มีการแยกตัวออกเป็น Hydrogen และ Oxygen ส่วน Hydrogen นั้นจะถูกป้อนเข้าไปประสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าสู่ระบบเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ใช้อยู่ และนั่นทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอีกถึงร้อยละ 57 ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเป็นวิ่งได้ 22 ไมล์ต่อแกลลอน

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ โดยมีนักเทคโนโลยีภาคปฏิบัติที่เขาทำงานในเทศบาลของเมือง Beloit รัฐ Wisconsin ประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) ซึ่งมีรถยนต์และรถบรรทุกรวม 350 คัน ซึ่งใช้ในกิจการของตำรวจเมือง รถเก็บขยะ Dan Lutz เป็นผู้บริหารฝ่ายยานพาหนะของเมือง ได้ทดลองระบบ Hydrogen Generator ที่เขาเรียกว่า reverse fuel cell ระบบดังกล่าวพิสูจน์ได้ว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันอีกร้อยละ 57 และเท่ากับไปลดการสร้างมลพิษไปได้อีกร้อยละ 40

การทดสอบและทดลองนี้ ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย University of Wisconsin ณ วิทยาเขต Madison ส่วนอุปกรณ์ติดตั้งนั้น ได้มีบริษัทเอกชนรายเล็กๆได้ผลิตออกสู่ตลาดแล้ว แต่คุณภาพยังมีลักษณะแตกต่างกัน และขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจของผู้ติดตั้ง ซึ่งยังต้องมีการเรียนรู้กันเพิ่มมากขึ้น

สิ่งที่เป็นปัญหาที่จะต้องปรับปรุงกันต่อไปคือ เนื่องจากต้องใช้น้ำเป็นส่วนของการสร้างไฮโดรเจน เมื่ออุณหภูมิของอากาศภายนอกลงต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ก็ต้องหยุดใช้ระบบไป จนกว่าอากาศจะอบอุ่นกว่านั้น ซึ่งในเขตเหนือของสหรัฐอเมริกา ช่วงฤดูหนาว อากาศจะลดลงต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน ซึ่งเขากำลังหาทางเลือกเพื่อแก้ปัญหากันอยู่ ซึ่งอาจใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วที่เขาใช้กับน้ำประปาที่ต้องไม่แข็งตัว หรือน้ำผสมน้ำยา (Liquid) ที่ใช้ในหม้อน้ำรถยนต์ ที่ต้องไม่ทำให้น้ำหรือของเหลวนั้นแข็งตัว

ภาพ Hydrogen Generator
ใช้ในการติดตั้งรถจักรยานยนต์แบบ Vespa

Tuesday, December 15, 2009

รวมรูปและเรื่องน่ารักๆของสมเด็จพระเทพฯ

ภาพที่ 1 ภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
เมื่อทรงเยาว์วัย

ภาพที่ 2 ภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
เมื่อทรงรับพระราชทานปริญญาบัตร

ภาพที่ 3 ภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
พร้อมสมเด็จย่า

รวมรูปและเรื่องน่ารักๆของสมเด็จพระเทพฯ


ได้มีสมาชิกในกลุ่มไปได้บทความพร้อมภาพ และเวียนมาถึงผม ซึ่งได้อ่านดูแล้ว เห็นว่าเป็นข้อเขียนที่หลายคนก็คงอยากอ่าน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา

จึงขออนุญาตนำเสนอครับ
บรรณาธิการ

เพื่อนผมเคยเล่าให้ฟังว่า สักประมาณ 20 ปีที่แล้ว ขณะที่เขากำลังเดินดูหนังสือในร้านหนังสือดวงกมล ที่สยามสแควร์ ก็มีนิสิตหญิงจุฬาฯ สองสามคนเดินเข้ามาในร้าน นิสิตคนหนึ่งใบหน้าสวยคม จัดว่าสวยน่ารัก

แต่ใบหน้าดูคุ้นเหลือเกิน ......ทันใด!!! เขาก็เห็นคนเริ่มไหว้บ้าง ค้อมศีรษะบ้างให้แก่นิสิตคนนั้น แต่ก็มีเสียงเอ่ยขึ้นมาอย่างเกรงใจจากนิสิตคนนั้นว่า

“ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ วันนี้เป็นนิสิต มาหาซื้อหนังสือ เชิญทุกท่านตามสบายค่ะ ” ทุกคำที่เอ่ยจะมี คำว่า “ ค่ะ ” ตลอดแล้วก็หันไปยิ้มแบบเขินๆ กับเพื่อนทีมาด้วย กริยาช่างงามน่ารักเหลือเกินเพื่อนผมย้ำ

ทันใด นิสิตกลุ่มนั้นก็หันไปเห็นผู้อาวุโสท่านหนึ่ง กำลังเดินดูหนังสืออยู่ในร้านเหมือนกัน จึงเดินเข้าไปหา พร้อมยกมือไหว้ผู้อาวุโสท่านนั้น และนิสิตท่านก็เป็นผู้เอ่ยทักว่า

“ สวัสดีค่ะอาจารย์ มาหาซื้อหนังสือเหรอคะ ”

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสท่านนั้นก็สะดุ้ง กำลังจะก้มและย่อตัวลงในท่าทำความเคารพ แต่ความที่อยู่ในวัยชรา จึงไม่ค่อยถนัด พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า

“ อ้าว องค์หญิง กระหม่อมมาหาซื้อหนังสือ พะยะค่ะ ”

ในตอนนั้น เพื่อนผมก็จำได้ขึ้นมาว่า นิสิตท่านนั้นก็คือ “ สมเด็จพระเทพฯ ” นั่นเอง

ในตอนนั้นพระเทพฯ ก็ทรงเข้ามาประคองอาจารย์ท่านนั้น พร้อมกับรับสั่ง “ ไม่เป็นไรค่ะ อาจารย์ หนูกับเพื่อน มาหาซื้อหนังสือเหมือนกันค่ะ ”

เพื่อนผม บอกว่า ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมรักและเทอดทูนเจ้าหญิงองค์น้อยเสมอมาด้วยความที่ท่านไม่ทรงถือพระองค์ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

ผมเคยอ่านจากหนังสือสกุลไทยช่วงตอบปัญหา....ของใครจำไม่ได้แล้ว

มีคนเขียนไปถามเจ้าของคอลัมน์ว่า ... จริงหรือเปล่าที่พระองค์เคยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ยังเมืองทองธานี เพื่อเสวยร้านอาหารโต้รุ่ง ก็มีคำตอบว่า จริง พระองค์เคยเสด็จอย่างส่วนพระองค์กับคุณข้าหลวงอีก 2 คน ไม่มีองครักษ์ติดตาม คือ เสด็จยังร้านอาหารตามสั่งทั่วไปริมถนน

ตอนแรกไม่มีใครจำพระองค์ได้เลย แต่มี 2 สามีภรรยาคู่หนึ่งเห็นเข้า ฝ่ายสามีบอกว่า ไม่ใช่สมเด็จพระเทพฯ หรอก เพราะนี่คือร้านอาหารโต้รุ่งแล้วก็ดึกมากแล้วด้วย แต่ฝ่ายภรรยาบอกว่า เหมือนมาก ก็โต้กันไปโต้กันมา จนพระองค์ทรงได้ยินจึงหันพระพักตร์มาทาง 2 สามีภรรยานี้แล้วตรัสว่า “ ใช่ แต่ขอให้ทำตัวตามสบาย ”

เท่านั้นแหละครับ 2 คนนี้ก็ก้มลงกราบ จนคนอื่นๆ แปลกใจ ก็หันมามองกันหมดทั้งร้าน

เจ้าของร้านกับเด็กเสิร์ฟก็เพิ่งทราบ จึงรีบเข้าไปถวายความเคารพ พวกพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นก็นำอาหารของร้านตนมาถวาย จนกระทั่งเสด็จกลับไป

นี่แหละครับ....... เจ้าหญิงในใจประชาชนพระองค์จริงๆ จำได้ว่า ตอนที่พระองค์ท่านเสด็จในงาน concert กาชาดหลายปีแล้ว พระองค์ท่านทรงเป่า trumpet “ เพลงคู่กัด ”

พอท่านทรงเป่าจบ คนดูก็ตบมือ

ท่านก็ทรงรับสั่งว่า “ แปลกจัง ทำไมไม่มีเสียงกรี๊ดเลย ” คนดูก็เงียบกริบ...คงตะลึงมั้ง

ท่านก็รับสั่งย้ำอีกครั้ง เท่านั้นแหละ..คนดูกรี๊ดถล่ม !!!!

ผมเคยเข้าไปเล่นคอนเสิร์ตหน้าพระที่นั่งศาลาดุสิตาลัย เมื่อสิบห้าปีก่อน พระเทพฯ ทรงประชวรหวัดเล็กน้อย แต่ก็ตรัสก่อนพวกผมเล่นกันว่า

“ วันนี้ไม่มีเสียงกรี๊ดนะเป็นหวัด ”

พอตอนเล่น ผมเลยบังอาจถวายแซวพระองค์ท่านว่า “ ในฐานะรุ่นน้องจุฬาฯ ขอพระราชทานอนุญาตเอ่ยพระนามพระองค์ว่า พี่น้อยก็แล้วกัน วันนี้ขอให้พี่น้อย หายหวัดเร็วๆ นะครับ ”

คนดูในศาลาดุสิตาลัยเงียบกริบ ผมก็ชักหนาวสันหลังว่า เหิมเกริมไปหรือเปล่า เพื่อนร่วมวงรีบชิงพูดต่อว่า มหาดเล็กครับ ช่วยยิงให้ถูกคนด้วยแล้วกัน

คนเลยฮากันตึง รอดไป ! มีเพลงหนึ่งชื่อ เพลงกล้วยไข่ ผมก็แปลงเป็นว่า …….

แปลกใจจริง พระเทพฯ ชอบอะไร พระเทพฯ ชอบกล้วยไข่ เพราะว่าพระองค์ทรงโปรด ลัล ลัล ลัล ลา

ตอนไปรับพระราชทานดอกไม้จากพระหัตถ์ ผมไปยกมือไหว้ท่าน ท่านก็ตรัสย้อนผมว่า “ ใครเค้าไหว้กัน เค้าโค้งจ้ะ ”

จากนั้นท่านก็ตรัสว่า “ ใครบอกฉันชอบกล้วยไข่ ฉันชอบกล้วยน้ำว้าย่ะ ” ผมไม่เคยลืมสักภาพเดียวเลยครับ ตอนเป็นนักเรียนแถวสามย่าน พระองค์ท่านเป็นนิสิตแล้ว ผมเคยแอบไปเดิน “ ส่อง ” รถพระที่นั่งซึ่งจอดอยู่หน้าหอประชุมจุฬาฯ เห็นมีขนมขบเคี้ยวสารพัดใส่โหลเอาไว้ 2-3 โหล ทุกวัน

ตลอด 4 ปีที่ทรงศึกษาอยู่ ผู้คนที่ต้องผ่านสัญจรแถวนั้น ไม่เคยต้องเดือดร้อนกับการกั้นรถขบวนเป็นชั่วโมงๆ เพียงรถพระที่นั่ง 1 คัน กับรถตำรวจนำอีก 1 ที่ไม่เคยเปิดไซเรน ไม่เคยเปิดโทรโข่ง ไม่ เคยฝ่าไฟแดง

เห็นพวกนักการเมือง มีตำรวจนำตำรวจตาม วิ่งย้อนศร กั้นรถให้แซงลัดคิวแล้ว...... นึกถึงสิ่งที่ พระองค์ปฏิบัติทุกครั้ง LONG LIVE OUR BELOVED PRINCESS

Thursday, December 10, 2009

บ้านคือวิมานของเรา

บ้านคือวิมานของเรา
ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

ภาพและเรียบเรียง

ผมได้เตรียมเขียนเรื่องที่ว่าด้วยบ้าน ซึ่งในภาษาอังกฤษมีหลายคำที่เกี่ยวข้อง คงจะใช้เวลาสักเล็กน้อยที่จะเตรียมเสนอ และคิดว่าจะเป็นประโยชน์ครับ เพราะคำว่าบ้านนั้น

House กับ Home แปลว่าบ้านเหมือนกัน แต่ต่างกันอย่างไร

Apartments กับ Condominium มีความแตกต่างกันอย่างไร บางทีเขาเรียกว่า Flat ดังเช่น แฟลตดินแดง คำเหล่านี้แตกต่างกันอย่างไร

คำว่า Bangalow, Mansion, Townhouse, Villa, Palace,

หรือคำว่า Mobile home, Hotel, Motel, Hostel, เหล่านี้ต่างกันอย่างไร

คำว่าบ้านทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องภาษาอังกฤษได้อีกมากมาย อดใจรอนะครับ แล้ววันหลังจะได้ทะยอยกันนำมานำเสนอ

วันนี้ขอพูดเรื่องบ้านของครอบครัวผม เป็นปฐมฤกษ์ บ้านของเรา ไม่ใหญ่ เก่าแล้ว และอาจจะต้องแปลสภาพ ทุบทิ้งและสร้างใหม่ เพราะบ้านที่สร้างมานานแล้วในกรุงเทพฯ มักจะมีพื้นชั้นล่างที่ต่ำและแก้ไขได้ยาก ระบบระบายน้ำก็จะยุ่งยาก เวลาฝนตก น้ำอาจท่วม สร้างความเครียดได้เป็นระยะ แต่บ้านของเรา ก็คือบ้านที้่ผมนึกเสมอ ดังในคำกล่าวในภาษาอังกฤษว่า

"A house is made of bricks and stone, but a home is mad of lover alone."

บ้านที่เป็นทางกายภาพที่เห็นอาจสร้างด้วยอิฐและหิน แต่บ้านในความหมายที่ลึกซึ่งนั้น เพียงสร้างด้วยรักก็พอ

ผมได้พักอยู่กับครอบครัวในบ้านที่ท่านได้เห็นนี้มาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978 หลังจากเรียนจบปริญญาเอกกลับมา นับเป็นความกรุณาของทางพ่่อตาแม่ยาย หรือคุณพ่อคุณแม่ของภรรยา ทำให้เราไม่มีภาระเหมือนคนหนุ่มสาวอื่นๆที่ต้องเก็บหอมรอบริบ สร้างบ้านพักอาศัย

บ้านพักอยู่ในบริเวณ Compound ของครอบครัวทางฝ่ายภรรยาผมในบริเวณซอยอารีย์ฺสัมพันธ์็ 5 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ บริเวณรั้วเป็นสีขาว มองเข้ามาในบ้าน จะเห็นมีต้นไม้ใหญ่ปลูกอยู่เห็นได้ชัด มีลักษณะครึ้ม สังเกตเห็นได้ชัดสำหรับคนขับรถผ่านไปผ่านมา "อ้อบ้านที่มีต้นไม่แยะๆ นะหรือ" ครับ บ้านหลังนั้นแหละ


ภาพที่ 01 ตอนเช้า เราจะรับประทานอาหารเช้าที่บริเวณด้านนอก เป็นบริเวณอากาศเปิด แม้ยามหน้าร้อน ก็ํจะไม่ร้อนนัก หากเป็นช่วงฤดูหนาว ดังช่วงพฤศจิกายน - ต้นมกราคม ต้องนับว่านั่งรับประทานอาหารบริเวณเปิด นับเป็นความรู้สึกที่ดี

ภาพที่ 02 บริเวณห้องครัว ก็เป็นแบบเปิด ทำอาหารแบบไทยๆได้ โดยไม่รู้สึกว่าจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็น แต่ความจริงแล้ว ทั้งครอบครัวของเรา รับประทานอาหารที่เขาเรียกว่า Bland คือไม่รับประทานรสจัด จะเป็นลูกครึ่งระหว่างอาหารจีน กับอาหารฝรั่ง เป็นส่วนใหญ่

ภาพที่ 03 ในห้องทำงานของเรา เปิดกว้าง เป็นลักษณะเครื่องไม้สีเข้มเป็นส่วนใหญ่ สำหรับโทรทัศน์ เพิ่งซื้อได้ไม่นาน เป็นแบบ LCD เลือกซื้อขนาด 32" นึกจะซื้อใหญ่กว่านี้ เช่้นเป็นขนาด 42" แต่ก็เห็นว่าราคาแพงเกินไป และขณะเดียวกันมันใหญ่้คับห้อง ดูไม่เข้ากัน

ภาพที่ 04 บริเวณด้านหน้าของบ้าน มีไม้ใหญ่ ไม่เล็กปลูกไว้อย่างหนาืทึบ ส่วนหนึ่งไว้บังเสียง และไว้ลดระดับเสียง เพราะติดกับถนนทางลัดระหว่างถนนพหลโยธินกับพระราม 6 ต้นไม้ทึบเป็นกำแพงลดเสียงดัึงได้อย่างดี และทำให้ฝุ่นไม่กระจายนัก


ภาพที่ 05 บริเวณประตู (Gate) เป็นแบบเลื่อนด้วยมือ ไม่ได้ใช้ระบบ Remote ที่เปิดปิดได้อย่างอัตโนมัติ ลังเลใจอยู่้เหมือนกัน เพราะหากเป็นแบบ Remote จะสะดวกสำหรับการขับรถเข้าออก



ภาพที่ 06 บ้านในกรุงเทพฯ อย่างที่เราพักอาศัยอยู่นี้ มีปัญหาประการหนึ่งคล้ายๆกัน คือ จะมีที่จอดรถที่จำกัดลงไปทุกที แต่ก็ต้องมีที่จอดรถเอาไว้ อีกหน่อยเราจะปรับสร้างบ้านใหม่ เป็นแบบสูงหลายชั้น เพื่อใช้คุณค่าของพื้นที่ให้คุ้มขึ้น อยู่ได้หลายคน หลายครอบครัวมากขึ้น ที่จอดรถก็จะยังเป็นประเด็นที่ต้องคิดถึงอยู่เสมอ

ภาพที่ 07 ที่นั่งพักด้านหน้าของบ้าน ดูดีนะครับ แต่ผมสังเกตว่าตัวเองไม่ค่อยได้ไปใช้ให้เต็มคุณค่า อาจเป็นเพราะด้านหน้าของบ้าน มีเสียงอึกกระทึกจากภายนอก ไม่เหมือนด้านหลังของบ้าน


ภาพที่ 08 โรงแรม (Hotel)เป็นอีกที่หนึ่งที่ผมใช้เวลาปีละหลายๆครั้ง โดยรวมๆ ผมจะต้องเดินทางไปสอนในต่างจังหวัด คือมหาวิทยาลัยราภัฏสุรินทร์ (Surindra Rajabhat University - SRRU) ปีละประมาณ 20-22 ครั้ง หรือเดือนละ 2 ครั้ง และครั้งละประมาณ 2-3 วัน ทำให้ชีวิตมีความหลากหลาย

โรงแรมที่ผมไปใช้บริการบ่อยๆ ได้แก่ Surin Majestic, เพขรเกษม, และทองธารินทร์ บางครั้งก็ไปพักที่สถานที่พักของมหาวิทยาลัย เขาเรียกว่า จอมสุรินทร์ (University Hotel) ที่โรงแรมในต่างจังหวัด หากท่านเป็นเหมือนผม พักบ่อยๆ ก็จะพบว่า อาหารเช้าทุกมื้อเหมือนๆกัน ผมจะรับประทาน ไข่ดาว, หรือไข่คน, ไส้กรอก (Sausages), ฝักต้ม หรือสลัด และกาแฟ และเป็นกาแหที่ไม่ใส่น้ำตาล ผมควบคุมน้ำตาลในเลือด เพราะเป็นเบาหวานประเภทที่สอง (Type 2, Diabetes)

ชีวิตเรื่องการกินของผมนั้น ดูค่อนข้างจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ (Dull) แต่ก็จำเป็นที่จะต้องประพฤิตปฏิบัติให้ดีที่สุด เพราะเป็นเรื่องของสุภาพอนามัยของตัวเราเอง

ภาพที่ 09 บางทีผมและภรรยาก็เลือกเดินทางไปพักในโรงแรมในเมืองตากอากาศ ส่วนใหญ่ก็จะเลือกไปที่เมืองพัทยา, หัวหิน, หรือที่อื่นๆบ้าง เมื่อเร็วๆนี้ได้เดินทางไปพักที่เมืองเชียงใหม่ ในภาพ เป็นโรงแรมระดับห้าดาวในเมืองพัทยา (Pattaya City) นับว่าหรูหราที่เดียว ปีหนึ่งไปพักอย่างนี้ไม่กีครั้งครับ ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะฟุ่มเฟือย

ภาพที่ 10 ในแต่ละปี เราจะหาทางเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศบ้าง หากพอจะกระทำได้ ที่เห็นนี้ เป็นการเดินทางไปเที่ยวที่เมือง Melbourne ประเทศออสเตรเลีย พักอยู่ประมาณสัก 1 สัปดาห์ แต่ทุกวันก็จะกลับมาพักที่โรงแรมนี้ จัดเป็นโรงแรม 4 ดาว เราไปเที่ยวที่นี้ในโครงการท่องเที่ยวส่งเสริมกิจการของบริษัทการบินไทย ที่เขารถราคาค่าตั๋วพิเศษ และก็เป็นเรื่องแปลก เพราะผมเพิ่งเดินทางไปประเทศออสเตรเลียเป็นครั้งแรกในชีวิต อายุได้ ุ63 ปีมาแล้ว นับว่าได้ไปสมใจแล้ว

โรงเรียนมัธยม สพฐ. ในกรุงเทพมหานคร

โรงเรียนมัธยม สพฐ. ในกรุงเทพมหานคร

Keywords: eqi 04, การศึกษา, โรงเรียน

โรงเรียนมัธยมศึกษา (Secondary Schools) ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (The Office of Basic Education – OBEC) กระทรวงศึกษาธิการ ที่มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Area, Thailand) จำนวน 119 แห่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

1.โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม เขตดินแดง

2.โรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม เขตภาษีเจริญ

3. โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ เขตห้วยขวาง

4.โรงเรียนเจ้าพระยาวิทยาคม เขตยานนาวา

5.โรงเรียนแจงร้อนวิทยา เขตราษฎร์บูรณะ

6. โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย เขตบางกอกน้อย

7. โรงเรียนไชยฉิมพลีวิทยาคม เขตภาษีเจริญ

8. โรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา เขตดอนเมือง

9. โรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง เขตดอนเมือง

10. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เขตปทุมวัน

11. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ เขตหนองจอก

12. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า เขตสะพานสูง

13. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เขตสวนหลวง

14. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา เขตห้วยขวาง

15. โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย เขตสัมพันธวงศ์

16. โรงเรียนทวีธาภิเศก เขตบางกอกใหญ่

17. โรงเรียนทวีธาภิเศก 2 เขตบางขุนเทียน

18. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ฯ เขตทวีวัฒนา

19. โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน) ในพระราชูปถัมภ์ฯ เขตตลิ่งชัน

20. โรงเรียนเทพลีลา เขตบางกะปิ

21. โรงเรียนเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

22. โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า เขตลาดกระบัง

23. โรงเรียนธนบุรีวรเทพีพลารักษ์ เขตธนบุรี

24. โรงเรียนธนบุรีศึกษา เขตธนบุรี

25. โรงเรียนนนทรีวิทยา เขตยานนาวา

26. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า เขตสะพานสูง

27. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา เขตวังทองหลาง

28. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย เขตคลองสามวา

29. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา 2 เขตคลองสามวา

30. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล เขตทวีวัฒนา

31. โรงเรียนนวมินทราชูทิศ กรุงเทพมหานคร เขตบึงกุ่ม

32. โรงเรียนนวลนรดิศวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก เขตบางบอน

33. โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เขตวังทองหลาง

34. โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 เขตบึงกุ่ม

35. โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 4 เขตหนองจอก

36. โรงเรียนบางกะปิ เขตบางกะปิ

37. โรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ เขตบางกะปิ

38. โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม เขตราษฎร์บูรณะ

39. โรงเรียนบางมดวิทยา เขตจอมทอง

40. โรงเรียนเบญจมราชาลัย เขตพระนคร

41. โรงเรียนปทุมคงคา เขตคลองเตย

42. โรงเรียนปัญญาวรคุณ เขตบางแค

43. โรงเรียนพรตพิทยพยัต เขตลาดกระบัง

44. โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย เขตพระโขนง

45. โรงเรียนพิทยาลงกรณ์พิทยาคม เขตบางขุนเทียน

46. โรงเรียนพุทธจักรวิทยา เขตบางรัก

47. โรงเรียนโพธิสารพิทยากร เขตตลิ่งชัน

48. โรงเรียนมหรรณพาราม เขตตลิ่งชัน

49. โรงเรียนมักกะสันพิทยา เขตราชเทวี

50. โรงเรียนมัธยมวัดดาวคนอง เขตธนบุรี

51. โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม เขตบางกอกน้อย

52. โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง เขตวัฒนา

53. โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง เขตบางกอกน้อย

54. โรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง เขตบางกะปิ

55. โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร เขตดุสิต

56. โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ เขตพระนคร

57. โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เขตจอมทอง

58. โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม เขตหนองแขม

59. โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก เขตหนองจอก

60. โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม เขตสาทร

61. โรงเรียนโยธินบูรณะ เขตดุสิต

62. โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน

63. โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน เขตบางเขน

64. โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง เขตลาดกระบัง

65. โรงเรียนราชดำริ เขตประเวศ

66. โรงเรียนราชนันทาจารย์สามเสนวิทยาลัย 2 เขตบางซื่อ

67. โรงเรียนราชวินิตบางเขน เขตหลักสี่

68. โรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำ เขตบางแค

69. โรงเรียนราชวินิต มัธยม เขตดุสิต

70. โรงเรียนฤทธิณรงค์รอน เขตบางกอกใหญ่

71. โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย เขตสายไหม

72. โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 2 เขตสายไหม

73. โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคม เขตลาดพร้าว

74. โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต เขตพระโขนง

75. โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ

76. โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ เขตดุสิต

77. โรงเรียนวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร

78. โรงเรียนวัดบวรมงคล เขตบางพลัด

79. โรงเรียนวัดประดู่ในทรงธรรม เขตบางกอกใหญ่

80. โรงเรียนวัดปากน้ำวิทยาคม เขตตลิ่งชัน

81. โรงเรียนวัดพุทธบูชา เขตทุ่งครุ

82. โรงเรียนวัดรางบัว เขตภาษีเจริญ

83. โรงเรียนวัดราชบพิธ เขตพระนคร

84. โรงเรียนวัดราชโอรส เขตจอมทอง

85. โรงเรียนวัดราชาธิวาส เขตดุสิต

86. โรงเรียนวัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

87. โรงเรียนวัดสังเวช เขตพระนคร

88. โรงเรียนวัดสุทธิวราราม เขตสาทร

89. โรงเรียนวัดอินทาราม เขตธนบุรี

90. โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร เขตบางพลัด

91. โรงเรียนศรีพฤฒา เขตสะพานสูง

92. โรงเรียนศรีอยุธยา เขตราชเทวี

93. โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์ เขตบางซื่อ

94. โรงเรียนศึกษานารี เขตธนบุรี

95. โรงเรียนศึกษานารีวิทยา เขตบางบอน

96. โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ เขตมีนบุรี

97. โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม เขตบางรัก

98. โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เขตบางกอกน้อย

99. โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ เขตภาษีเจริญ

100. โรงเรียนสตรีวิทยา เขตพระนคร

101. โรงเรียนสตรีวิทยา 2 เขตลาดพร้าว

102. โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย เขตสาทร

103. โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ เขตมีนบุรี

104. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เขตพระนคร

105. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี เขตบางขุนเทียน

106. โรงเรียนสวนอนันต์ เขตบางกอกน้อย

107. โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย เขตราชเทวี

108. โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เขตพญาไท

109. โรงเรียนสายน้ำผึ้ง เขตคลองเตย

110. โรงเรียนสายปัญญา ในพระราชินูปถัมภ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

111. โรงเรียนสารวิทยา เขตจตุจักร

112. โรงเรียนสิริรัตนาธร เขตบางนา

113. โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) เขตดอนเมือง

114. โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี เขตดินแดง

115. โรงเรียนสุวรรณพลับพลาพิทยาคม เขตตลิ่งชัน

116. โรงเรียนสุวรรณสุทธารามวิทยา เขตบางซื่อ

117. โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม เขตบางกอกน้อย

118. โรงเรียนหอวัง เขตจตุจักร

119. อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย เขตทุ่งครุ

โรงเรียนสาธิตในกรุงเทพมหานคร

โรงเรียนสาธิตในกรุงเทพมหานคร
Keywords: eqi 03, การศึกษา, โรงเรียน

โรงเรียนสาธิต (Demonstration Schools) ภายใต้การดูแลของสถาบันอุดมศึกษา (Institutions of higher learning, universities) ที่มีการเรียนการสอนทางด้านศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ (Colleges of Education) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณกรุงเทพมหานคร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

1. โรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เขตบางเขน

2. โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน

3. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เขตดุสิต

4. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง เขตบางกะปิ

5. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน เขตปทุมวัน

6. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เขตวัฒนา

7. โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร

8. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เขตธนบุรี