Friday, December 27, 2013

ปีใหม่ 2557 ระบอบทักษิณจะล่มสลาย ชัยชนะจะเป็นของประชาชน


ปีใหม่ 2557 ระบอบทักษิณจะล่มสลาย ชัยชนะจะเป็นของประชาชน

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com


สวัสดีปีใหม่ Happy New Year 2014

Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, ประชาธิปไตย, Democracy, เผด็จการรัฐสภา, คณาธิปไตย, Oligarchy, ทักษิณ ชินวัตร, Thaksin Shinawatra, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, คอรัปชั่น, Corruption, ปฏิรูปประเทศไทย, ปฏิรูปประเทศไทย, Thailand Reform,

อาจารย์ต่อตระกูล ยมนาค ให้ความเห็นว่า มวลมหาประชาชนจะชนะ ด้วยข้อความต่อไปนี้

ข่าวไทยรัฐวันนี้ (27 ธันวาคม 56) มีข่าวรายงานครบทุกด้าน ผมว่าไทยรัฐกลับมาเป็นสื่อที่น่าเชื่อถือได้ แล้วครับ เป็นสัญญาณว่า รัฐบาลนี้คงอยู่ได้อีกไม่นาน ไทยรัฐ จึงถอยห่างออกมาแล้ววันนี้ !
เพื่อนใกล้ชิดกับผมโทรมาคุย เขาเป็นคนกลางๆที่มีเพื่อนฝูงมาก เขาคิดเหมือนกันว่าทักษิณคงถึงจุดเสื่อมแล้ว ไปได้รอดยาก แต่เดิมเขาคิดและพูดคล้าย “ไทยเฉย” หรือไทยเฝ้าสังเกตการทั้งหลาย
ส่วนผมเองให้ข้อสังเกตว่า ทักษิณกำลังจะแพ้ เพราะเขาเริ่มเล่นของหนัก ใช้ความรุนแรง ซึ่งจะยิ่งเสียฐานมวลชน เขาเร่งให้เลือกตั้งตามกำหนด 2 กุมภาพันธ์ 2557 แต่การเริ่มต้นเลือกตั้งบนกองเลือดของประชาชนแล้ว เขาก็จะเดินต่อได้ยาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เองก็คงจะทำหน้าที่ตามที่ทักษิณต้องการต่อไปได้ยาก และที่ทักษิณบอกว่า ให้เดินหน้า ประเทศไทยปกครองแบบมีพรรคเดียวแบบสิงคโปร์นั้น ตามที่เป็นข่าวเขาสไกป์มาในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยนั้น ยิ่งเป็นเรื่องรับไม่ได้ และไม่มีอะไรในสองประเทศ ไทยกับสิงคโปร์ที่เหมือนกัน

ลองมองภาพรวมๆของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2557 นี้

เริ่มต้นปีใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ทั้งพรรคก็จะต้องออกเดินสายอธิบายให้ประชาชนฟังว่า ทำไมจึงไม่ลงเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์ในยุคใหม่ ก็ต้องแสดงบทบาทที่ “ประชาชนต้องมาก่อน” และออกไปบอกกับประชาชนในทุกหนทุกแห่งว่า ระบอบทักษิณเลวร้ายอย่างไร ทำไมจึงไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคนี้ในระบบรัฐสภา ประชาธิปัตย์ต้องทุ่มสุดตัว เพราะพูดอย่างไรก็ไม่ถูกใบแดง เพราะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ตรงกันข้าม หากนิ่งเฉยหรือรอใช้แรงจากคลื่นประชาชนเพียงอย่างเดียว ก็เท่ากับพรรคโดยรวมจะตกกระแสคลื่นลมที่กำลังพัดมา

คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงาน และทำเรื่องหลายเรื่องที่ค้างมาให้จบสิ้นภายในต้นเดือนมกราคม 2557 นี้ การทำงานของปปช.ก็จะต้องมาเร่งบัญชีสะสางงาน ผลกระทบคงมีตั้งแต่นายกฯยิ่งลักษณ์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และตลอดจนบรรดาผู้แทนราษฎรที่จะต้องถูกพิจารณาโทษ ซึ่งหลายฝ่ายกำลังติดตามเรื่องอยู่ รายละเอียดต้องอ่านใน “กกต.เปิดป.ป.ช.ซ้ำรัฐบาลส่อทรุด” ศรุติ ศรุตารายงาน คมชัดลึก, วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2556
กปปส. และกลุ่มต่อต้านทักษิณ อันมีสุเทพ เทือกสุบรรณเป็นเลขาธิการในปี 2557 เรียกร้องปฏิรูปประเทศไทย ก็จะระดมกำลังใหม่ เรียกว่า "มวลมหาประชาชนปฏิวัติประเทศไทย" ในช่วงหลังปีใหม่ 2557 ระบอบทักษิณกำลังต้องสู้อย่างจนตรอก เพราะหลุดจากนี้ไป และผลไม่เป็นดังแผน ระบอบทักษิรที่ฉ้อฉลนี้จะละลายเหมือนไขมันในกระทะร้อน

ส่วนพลังในการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ไม่ได้มองไปที่ทหาร ข้าราชการ ผมมองไปที่มวลมหาประชาชน ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น โดยมีกปปส.ทำหน้าที่เป็นตัวนำและประสานงาน

ส่วนหนึ่งลึกๆที่คิดว่ามีผล คือกลุ่มธุรกิจทั้งใหญ่ระดับข้ามชาติ และธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่จะต้องออกมาทำบางสิ่งบางอย่าง ธุรกิจข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ เขาจะต้องทำตัวเหยียบเรือสองแคม เข้าได้กับทั้งสองฝ่าย แต่จะมีฝ่ายที่ต้องการหาที่เหยียบเรืออีกลำ คือฝ่ายตรงข้ามกับระบอบทักษิณไว้แล้ว ส่วนกลุ่ม SMEs หากไม่สนใจการเมืองเลย อย่างน้อยเขาก็ต้องอ่านดรรชนีตลาดหลักทรัพย์ออก (Stock Exchange of Thailand – SET) เพราะมันเป็นตัวบ่งชี้อาการเศรษฐกิจประเทศที่ไวนับเป็นรายชั่วโมง

สำหรับนักธุรกิจทั้งหลาย หากปล่อยบ้านเมืองตกภายใต้ระบอบทักษิณต่อไปอีก บ้านเมืองล่มจม ธุรกิจทั้งหลายวิกฤติ เศรษฐกิจฝืดเคือง ผลกระทบต่อเขาคงมีมากหนักหนา หุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ผ่านมา (27 ธันวาคม 2556) ปิดวันทำการของปี หล่นมาอยู่ที่ 1298.71 ลดลงเกือบ 10 จุด และเป็นครั้งแรกที่หุ้นต่ำกว่า 1300 จุด จากที่สูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม 2556 ที่ 1640
การที่ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยอยากเร่งให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น เพราะเขาอยากได้ความชอบธรรมจากการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันนี้จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น จะมีอีกหลายๆเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น มันอาจไม่มีการเลือกตั้ง หรือมีการเลือกตั้งที่ไม่มีความหมายเชิงบวกต่อระบอบทักษิณ

ทางล่มสลายของระบอบทักษิณเกิดขึ้นได้ในหลายๆช่องทาง ประการแรก คือ ฝ่ายต่อต้านจะเดินตามแนวทางปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง (Reform before election) และถือโอกาสขยายฐานไปในส่วนภูมิภาคในช่วงเดือนมกราคมนี้ การเคลื่อนไหวแบบนับจำนวนคนที่ออกมาชุมนุมตามถนนหนทางในกรุงเทพฯนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่การขยายตัวของกิจกรรม กปปส.จังหวัด จะถูกโหมไปที่ไม่เอาเลือกตั้งและเป้าที่พรรคเพื่อไทยและพรรคบริวาร ซึ่งจะมีอาการไม่ต่างไปจากเป็ดที่อยู่นิ่งและรอถูกยิ่ง หรือเรียกว่า Sitting ducks และหากรอดไปจนมีการเลือกตั้งจริง ฝ่ายต่อต้านระบอบทักษิณก็จะระดมคนออกเสียง No สร้างความไม่ชอบธรรมให้กับระบอบทักษิณ

ประชาชนชนะแน่ เพราะตื่นแล้ว แล้วจะเป็นผู้เลือกเองว่าต้องการให้ประเทศไทยเดินหน้าไปในแบบไหน แล้วประชาชนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ที่แน่ๆ เราคงฉลาดพอที่จะไม่ใช้ความรุนแรง คงจะต้องต่อสู้กับระบอบทักษิณอย่างสันติ อหิงสาต่อไป และต่อสู้ด้วยปัญญา และความกล้าหาญ และต้องมีใจกว้างพอที่จะขยายฐานรองรับคนหลงผิดไปนิยมระบอบทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นคนสีเสื้ออะไร ให้หันกลับมาร่วมกับประชาชน เพื่อร่วมพัฒนาชาติไทยต่อไป ยุทธวิธีของการโค่นล้มระบอบทักษิณ จะเหมือนกับ “งูเหลือมบีบรัดเหยื่อ” คือค่อยๆรัดจนเหยื่อหายใจไม่ออก ดิ้นไม่ออก หมดลมตายไปเอง

ทักษิณ - คุณไม่สามารถหลอกประชาชนทั้งหมด ตลอดทุกช่วงเวลาได้


ทักษิณ - คุณไม่สามารถหลอกประชาชนทั้งหมด ตลอดทุกช่วงเวลาได้

วิทยากร เชียงกูล
Witayakorn Chiengkul


ภาพชุด การชุมนุมประท้วง Reform Before Election ณ ศูนย์กีฬาไทย-ญีปุ่น 26 ธันวาคม 2556 มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็ยนับร้อย

Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, ประชาธิปไตย, Democracy, เผด็จการรัฐสภา, คณาธิปไตย, Oligarchy, ทักษิณ ชินวัตร, Thaksin Shinawatra, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, คอรัปชั่น, Corruption, ปฏิรูปประเทศไทย, ปฏิรูปประเทศไทย, Thailand Reform, การเลือกตั้ง, election, วิทยากร เชียงกูล, Witayakorn Chiengkul
-------------

ปัญหาที่คนไทยถูกนักการเมืองปลุกปั่นแตกแยกเป็นคนละสี กลุ่ม หรือเผ่า ชนิดคุยกันไม่ได้ ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นคนที่เพิ่งวิวัฒนาการมาจากพวกชนเผ่า ที่ต้องเลือกข้างเผ่าตัวเองไว้ก่อน คิดแบบขาวดำสุดขั้ว คิดด้วยอารมณ์ ความเชื่อ ความศรัทธา การเลือกข้างก่อน แล้วค่อยหาเหตุผล หาหลักตรรกวิทยามาอธิบายภายหลัง เพื่อปกป้องเผ่าตนเองทุกวิถีทาง 

เช่น พวกทักษิณนิยม ที่ปิดหู ปิดตา ไม่ฟังเหตุผล ไม่ดูหลักฐานเชิงประจักษ์ เช่นการโกง การใช้อำนาจบาตรใหญ่ ที่เห็นแก่ตัวและโหดเหี้ยมของพวกทักษิณ พวกเขาจะอ้างกฎหมายหรือคำตัดสินของศาลเฉพาะเวลาที่เขาได้ประโยชน์ และจะคัดค้านไม่ยอมรับ หากพวกเขาเสียประโยชน์

ที่เลวร้ายที่สุดคือการครอบงำปลุกระดมให้คนเกลียดชัง มองอีกฝ่ายเป็นข้าศึกเหมือนกับเป็นทหารต่างชาติ เช่นตำรวจมองผู้ชุมนุมเหมือนกับข้าศึกในยามสงครามที่จะต้องถล่มด้วยแก๊สน้ำตา และไล่ยิงด้วยกระสุนจริง ทั้งทีผู้ชุมนุมคือคนไทยด้วยกัน ที่เพียงแต่มีความคิดทางการเมืองแตกต่าง และพวกเขาก็ชุมนุมโดยสันติวิธี

พวกทักษิณ หลอกประชาชนจำนวนมาก มาได้นานสิบกว่าปี และเชื่อว่าพวกเขาจะทำให้ประชาชนสิบสี่ล้านคนที่เตยเลือกพวกเขาเมื่อ ๒ ปี เลือกเขาได้อีก พวกเขาจึงทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดการจัดเลือกตั้ง ๒ กุมภาให้ได้ แม้จะต้องโกหก หลอกลวง หรือส่งคนไปเข่นฆ่าประผู้ชุมนุมคัดค้านพวกเขาก็ตาม
แต่พวกเขากำลังหลอกประชาชนได้น้อยลง และเหลือเวลาที่จะหลอกให้คนเชื่อได้น้อยลงตามลำดับ เวลาไม่ได้อยู่ข้างพวกเขาแล้ว พวกเขามองข้ามความจริงทางการเมืองที่อับราฮัม ลินคอล์นได้สรุปไว้อย่างชัดเจนว่า

" คุณอาจจะหลอกประชาชนทั้งหมด ในบางช่วงเวลาได้
คุณอาจจะหลอกประชาชนบางส่วน ตลอดทุกช่วงเวลาก็ได้
แต่คุณไม่สามารถหลอกประชาชนทั้งหมด ตลอดทุกช่วงเวลาได้"

ภายในไม่ช้านี้ คุณคงจะหลอกได้เฉพาะตัวเอง และพรรคพวกที่พยายามหลอกทั้งคนอื่นและตัวเองให้เชื่อในสิ่งที่ไม่ใช่ความจริงทางสังคม ในยุคที่คนเริ่มตาสว่างและฉลาดมากกว่าที่คุณเคยคิดไว้




ภาพ ในตอนเช้าของวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ผู้ชุมนุมประท้วงอยู่ด้านนอกรั้วศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง


ภาพ ผู้ได้รับบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา ที่สำลักเข้าไปแล้วมีอาการอาเจียร


ภาพ ต้องหามส่งโรงพยาบาล เพราะพิษจากแก๊สน้ำตา


Thursday, December 26, 2013

การเมืองไทย เมื่อเปรียบกับประเทศพม่าในพัฒนาการประชาธิปไตย


การเมืองไทย เมื่อเปรียบกับประเทศพม่าในพัฒนาการประชาธิปไตย

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, ประชาธิปไตย, Democracy, เผด็จการรัฐสภา, คณาธิปไตย, Oligarchy, ทักษิณ ชินวัตร, Thaksin Shinawatra, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, คอรัปชั่น, Corruption, ปฏิรูปประเทศไทย, ปฏิรูปประเทศไทย, Thailand Reform, อองซาน ซูจี (Aung San Suu Kyi)

“Myanmar opposition leader Aung San Suu Kyi signaled that her party will boycott general elections in 2015.” โดย SHIBANI MAHTANI CONNECT, จาก Wall Street Journal, Updated Dec. 18, 2013 2:44 a.m. ET
-----------


ภาพ นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านพม่า

ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า นางอองซาน ซูจี (Aung San Suu Kyi) ส่งสัญญาณว่าพรรคของเธอจะไม่เข้าร่วม (Boycott) รับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในปี ค.ศ. 2015 และคำประกาศของเธอส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลพม่า ที่ต้องการความไว้วางใจจากต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนขนานใหญ่ในพม่า

ประชาชนไม่ควรมีส่วนร่วมในการแข่งขันที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรม – อองซาน ซูจี (Aung San Suu Kyi)

ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2008 รัฐธรรมนูญพม่ากำหนดให้อองซาน ซูจีไม่สามารถเป็นประธานาธิบดีได้ เพราะเธอแต่งงานกับชาวต่างชาติ นางอองซาน ซูจีถูกกักบริเวณ หรือเทียบเท่ากับถูกขังคุกในบ้านของตนเอง 15 ปีในช่วง 21 ปีที่ผ่านมา อองซาน ซูจีเข้าร่วมในการเลือกตั้งใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2010 แม้ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ทำให้พลเรือนได้เข้ามาบริหารประเทศได้เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี
ย้อนกลับมาประเทศไทย

การประท้วงใหญ่ในช่วงเดือนตุลาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน กว่า 2 เดือนแห่งความขัดแย้ง ที่ทำให้เกิดจากความไม่พอใจในรัฐบาลที่นำประเทศไทยหลงวนอยู่กับประชาธิปไตยเพียงรูปแบบ ประชาธิปไตยเพราะมีการเลือกตั้ง แต่แท้จริงคือเผด็จการรัฐสภา นำไปสู่ความไม่โปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลบริหารอย่างย่ามใจ ทั้งๆที่ผลงานการบริหารเป็นไปอย่างผิดพลาด มีสัญญาณมากมายส่อความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ ส่อทุจริตมากมายในวงการราชการ ในรัฐสภา ฝ่ายรัฐบาลไม่ฟังเสียงทักท้วงจากฝ่ายค้าน แต่แล้วด้วยการประท้วงของประชาชนในประเด็นนิรโทษกรรมซ่อนเงื่อนที่เรียกกันว่า “พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแบบสุดซอย” หวังจะให้อดีตรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรพ้นผิดในทุกกรณี รวมถึงการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เมื่อประชาชนออกมาต่อต้าน ซึ่งในที่สุดก็ไม่สามารถทำให้การออกเป็นกฎหมายบรรลุผลได้ และยังนำไปสู่การประท้วงที่ขยายวงกว้างขึ้นไปอีก จนในที่สุดทำให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรต้องประกาศยุบสภา และหวังจะให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว คือในวันที่ 2 ธันวาคม 2557

แต่ฝ่ายต่อต้านที่มีคนตั้งฉายาว่า  ปฏิวัตินกหวีด (Whistle Revolution) ได้ประกาศว่า จะไม่มีการเลือกตั้ง จนกว่าจะมีการปฏิรูปประเทศไทยเสียก่อน (Thailand Reform) หรือ Reform Before Election แล้วจึงจะจัดให้มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิยุติธรรมในภายหลัง พรรคฝ่ายค้านหลักเดียว คือพรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่า พรรคจะไม่เข้าร่วมในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

ณ เวลาปัจจุบัน ประเด็นของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทย แต่หมายถึงการขจัดระบอบทักษิณออกไป ระบอบทักษิณที่มีทักษิณ ชินวัตรชักใยอยู่เบื้องหลัง โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ไม่ต่างอะไรจากสภาลูกจ้าง ออกเสียงไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่ตนเองเป็นตัวแทน แต่กลับเพื่อทักษิณ ชินวัตรและเครือข่าย นายจ้างในทางปฏิบัติ

เป้าหมายของฝ่ายต่อต้านคือ ไม่ใช่ต่อต้านเพียงรัฐบาลยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย แต่โดยรวมคือการขจัดระบอบทักษิณ (Taksinocracy) ให้หมดไปจากวงการเมืองของประเทศไทย โดยรวม คือ ขจัดระบบคอรัปชั่นให้หมดจากระบบราชการ การขจัดการเล่นพรรคเล่นพวก (Nepotism, Cronyism) สร้างระบบคุณธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน การกระจายอำนาจการปกครอง ให้ประชาชนมีบทบาทในการปกครองท้องถิ่น มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ตำรวจปรับโครงสร้าง ให้ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นอันหมายถึงระดับจังหวัดเป็นหลัก การขจัดการรวมหัวผูกขาด อันเป็นการร่วมมือกันระหว่างฝ่ายการเมือง ฝ่ายราชการ และฝ่ายธุรกิจ อันทำให้เกิดการโกงกินกันในระดับกว้างขวางทั้งในระดับประเทศ จนในระดับท้องถิ่น

หลังปีใหม่ 2557 จะเป็นช่วงของการชี้ขาดว่า ฝ่ายทักษิณ อันมีพรรคเพื่อไทยที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอันเป็นผู้สมัคร Party List อันดับหนึ่ง จะยังคงอำนาจไว้ได้หรือไม่ โดยอาศัยการเลือกตั้งที่หวังจะให้เกิดขึ้นในวันที่ 2 ธันวาคม 2557 ที่ส่อเค้าความขัดแย้งรุนแรง จะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ และในอีกด้านหนึ่งตามความมุ่งมั่นของฝ่ายตรงกันข้าม คือการขจัดระบอบทักษิณให้หมดไปจากแผ่นดินไทย ด้วยการปฏิวัติด้วยอารยะขัดขืน (Civil disobedience) แต่ยกระดับความเข้มข้นขึ้น คงจะต้องติดตามกันต่อไปในภาคสอง ปีใหม่ 2557


ภาพ รวมเหตุการณ์ปะทะกันของฝ่ายผู้ชุมนุมประท้วง กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ศูนย์กีฬาไทย-ญิ่ปุ่น ดินแดง กทม. วันทีี่ 26 ธันวาคม 2556


ภาพ กลุ่มผู้ประท้วงที่เผชิญกับก๊าสน้ำตา 










Wednesday, December 25, 2013

นี่คือสื่อสารมวลชนภายใต้ระบอบทักษิณ


นี่คือสื่อสารมวลชนภายใต้ระบอบทักษิณ

Facebook, สจ.พิสุทธิ์ จันทรจำนงค์, December 25, 2013

Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, สื่อสารมวลชน, Mass communication, journalism, ประชาธิปไตย,Democracy, คณาธิปไตย, Oligarchy, ทักษิณ ชินวัตร, Thaksin Shinawatra, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, คอรัปชั่น, Corruption, ปฏิรูปประเทศไทย,สุเทพ เทือกสุบรรณ, Sutep Tuagsuban, ปฏิรูปประเทศไทย, Thailand Reform, มหาสารคาม, สจ.พิสุทธิ์ จันทรจำนง
-----------

ในวันที่ท่านนายกฯ มาพักที่โรงแรมตักศิลา ผมรู้สึกสลดใจมาก กับสื่อที่ถูกซื้อไปโดยระบอบทักษิณ ผมพึ่งเห็นภาพนี้ในกล้องของตัวเอง


ภาพ สื่อสารมวลชนที่ไม่สามารถเสนอข่าวสารการต่อต้านระบอบทักษิณ

มีภาพรถข่าวช่อง 3 กับพวกเราในวันที่ "สารคามรักชาติ" รวมตัวกันที่ริมคลองสมถวิลประมาณ 300 คน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าเราไม่เอารัฐบาล การแสดงตัววันนั้น เป็นการเผชิญหน้ากับคนเสื้อแดงที่อยู่อีกฟากฝั่งของสะพาน เพียบพร้อมไปด้วยเจ้าหน้าที่, กลุ่มคนเสื้อแดง และ ชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์ตัวมา อยู่ในระยะห่างกันไม่ถึง 200 เมตร ...

คนที่ไปในฝ่ายริบบิ้นนั้น ต้องหัวใจมั่นคงมาก ต้องกล้าหาญมากเพราะได้รับคำขู่ตบปากจากแกนนำเสื้อแดง ... และผมเชื่อว่านี่คือครั้งแรก นี่คือประวัติศาสตร์ของจังหวัดมหาสารคามครั้งแรก ที่ผู้คนลุกขึ้นมาไล่นายกรัฐมนตรีซึ่งๆหน้า ไม่เคยมี ไม่เคยปรากฏ ผมยืนยัน

แต่ข่าวช่อง 3 ซึ่งเก็บภาพพวกเราตลอด แต่ผู้บริหารช่อง 3 กลับไม่นำเสนอข่าวอีกมุมหนึ่งของมหาสารคาม ที่มีประชาชนเกือบ 300 คนลุกขึ้นมาต่อต้านระบอบทักษิณ ช่อง 3 เลือกที่จะเสนอข่าวอีกมุมหนึ่งที่ห่างไป 200 เมตร เป็นภาพคนเสื้อแดงคอยต้อนรับและยื่นช่อดอกไม้ให้รัฐมนตรี

ประเด็นก็คือ เขาต้องการหลอกลวงชาวบ้านผู้ชมข่าวให้เข้าใจไปว่า ที่นี่ไม่มีคนต่อต้านรัฐบาล ... เขาต้องการข่มคนให้อยู่ในความกลัว นี่ไงครับที่ผมเรียกว่าระบอบทักษิณ ...

ระบอบนี้ สามารถใช้เงินและผลประโยชน์เข้าซื้อคน ซื้อองค์กร ซื้อนักวิชาการให้เป็นข้ารับใช้คนเพียงคนเดียว ... น่ากลัวนะครับ ถ้าเราพึ่งสื่อไม่ได้ กลียุค เพราะใคร คิดเอา?


Saturday, December 21, 2013

สุเทพ เทือกสุบรรณ vs. สปาร์ตาคัส (Spartacus)


สุเทพ เทือกสุบรรณ vs. สปาร์ตาคัส (Spartacus)

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, ประชาธิปไตย, Democracy, คณาธิปไตย, Oligarchy, ทักษิณ ชินวัตร, Thaksin Shinawatra, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, คอรัปชั่น, Corruption, ปฏิรูปประเทศไทย,สุเทพ เทือกสุบรรณ, Sutep Tuagsuban, สปาร์ตาคัส (Spartacus), ปฏิรูปประเทศไทย, Thailand Reform
---------------

เห็นภาพคุณสุเทพที่อโศก-สุขุมวิท แล้วคิดถึงภาพยนตร์เรื่อง Spartacus (1960) นำแสดงโดย Kirk Douglas มีความเหมือนกันครับ ...


ภาพ สุเทพ เทือกสุบรรณ และการเดินชบวนรณรงค์บนท้องถนน สีลม กรุงเทพฯ วันที่ 20 ธันวาคม 2556


ภาพ จากภาพยนตร์อมตะ Spartacus (1960) หัวหน้านักรบทาส นำการต่อสู้กับกองทัพอันเกรียงไกรของอาณาจักรโรมัน

Spartacus เป็นทาส และ Gladiator ที่ลุกขึ้นสู้ นำหมู่ทาสประกาศอิสรภาพจากอาณาจักรโรมัน เขาสู้อย่างเด็ดเดี่ยว เคียงบ่าเคียงไหล่กับนักรบทาส และเมื่อในที่สุดไม่สามารถทานกำลังโรมันได้ เขาถูกจับร่วมกับหมู่นักรบ ถูกทรมาน เพื่อให้บอกว่าใครคือ Spartacus แต่ทั้งหมดประกาศข้าเองคือ Spartacus ท้ายสุดนักรบทาสถูกทรมานและสังหารหมดด้วยการตรึงกางเขน อย่างไรก็ตาม อาณาจักรโรมันในอีกหลายร้อยปีต่อมา ก็ถึงจุดเสื่อมและล่มสลายเพราะความเหลวแหลกของตนเอง

ในประเทศไทยสุเทพ เทือกสุบรรณนำคนไทยทั้งหลายขึ้นสู้ สู้อย่างฮีกเหิม สู้อย่างสันติโดยปราศจากอาวุธ ผมเขียนบทรอรับไว้แล้วครับ (22 ธันวาคม 2556) สุเทพและมวลมหาประชาชนชนะแน่ การปฏิรูปประเทศไทย Thailand Reform ชนะแน่ เพราะไทยแปลว่าอิสระ เราไม่ได้เกิดมาเป็นทาส และไม่คิดจะอยู่อย่างเป็นทาส และมันมีสัญญาณจากหลายๆด้านบอกว่าระบอบทักษิณที่เรากำลังต่อสู้นี้กำลังเสื่อมและทำลายตัวเองลงอย่างรวดเร็ว

และในยุค 2013 เราอยู่ในยุคดิจิตอล เราสู้ด้วยเครื่องมือการสื่อสารใหม่ที่เสรี อย่างโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โทรทัศน์ผ่านอินเตอร์เน็ต สื่อสังคม – Facebook, Twitter, Line ฯลฯ สื่อเหล่านี้เสรีโดยธรรมชาติ และยากที่จะปิดกั้น ที่สำคัญ การสู้ในลักษณะดังกล่าวจะฝากรอยส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อๆไป เริ่มแต่เด็กๆและเยาวชนทั้งหลาย

สปาร์ตาคัส (Spartacus) เป็นบุคคลที่มีจริงในประวัติศาสตร์ เขามีชีวิตอยู่ในช่วงปี 109 ถึง 71 ปีก่อนคริสตกาล เขาเป็นนักรบชาวธราเซียน (Thracian) เป็นทาสที่ถูกให้เป็นคนสู้คน (Gladiator) สปาร์ตาคัส ได้ร่วมนำกับ Gauls Crixus, Oenomaus, Castus และ Gannicus ในสงครามเซวิลครั้งที่สาม (Third Servile War) นับเป็นการลุกขึ้นสู้ของทาสต่ออาณาจักรโรมันครั้งใหญ่สุด ไม่มีคนรู้ประวัติลึกซึ้งของสปาร์ตาคัสนอกเหนือจากประวัติของการรบในสงคราม สิ่งที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ยังมีความสับสน แต่ทุกแหล่งเห็นตรงกันว่าเขาเป็นนักสู้ในเวทีรบคนสู้คน (Gladiator) และเป็นผู้นำการรบที่มีความสามารถ

การลุกขึ้นเป็นกบฏของสปาร์ตาคัสนี้ นักประวัติศาสตร์ด้านรัฐศาสตร์ตีความว่าเป็นตัวอย่างของการที่คนถูกกดขี่ (Oppressed people) จะลุกขึ้นสู้เพื่อแสวงหาเสรีภาพต่อฝ่ายเศรษฐีและผู้มีอำนาจผู้เป็นเจ้าของทาส (Oligarchy) สปาร์ตาคัสจึงกลายเป็นเรื่องเล่าต่อกันมา เป็นวรรณกรรม ตำนาน และภาพยนตร์ทั้งทางโทรทัศน์และภาพยนตร์โรง เป็นสัญญลักษณ์การต่อสู้กับระบอบกดขี่


ภาพ การที่ผู้ชุมนุมมือเปล่า บุกเข้าไปทำลาย Barriers แล้วต้องผจญกับแก๊สน้ำตาที่ยิ่งเข้าใสอย่างถี่ยิบ แต่ในที่สุดฝ่ายตำรวจก็ต้องเปิดทางให้กับฝ่ายประชาชน


ภาพ สัญญลักษณ์ของการต่อสู้กับระบอบทักษิณ ที่ถ่ายภาพ โดยสำนักข่าว Reuters


ภาพ Spartacus กลายเป็นตำนานที่เล่าขานในรูปแบบต่างๆ ที่ในปัจจุบัน นำมาทำเป็นภาพยนตร์ที่มีฉากรบที่ดุเดือด

ภาพ ธราเซียน (Thracians) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อินโด-ยุโรป (Indo-European) ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมากในบริเวณตอนกลางและตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป

เสื้อแดง ,,, ขอให้สลัดทักษิณทิ้งไป - สมคิด จาตุศรีพิทักษ์


เสื้อแดง ,,, ขอให้สลัดทักษิณทิ้งไป - สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

คนเจียงใหม่ ฮักในหลวง, Facebook, December 18, 2013


ภาพ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์


Keywords: การเมือง, การปกครอง, ประชาธิปไตย, Democracy, ระบอบทักษิณ (Thaksinocracy, Taksinocracy), อัตตาธิปไตย (Autocracy), ขโมยาธิปไตย (Kleptocracy, Cleptocracy), ธนาธิปไตย (Plutocracy), ญาติกาธิปไตย (Cronyismocracy, Cronyism, Nepotism), ประชานิยมาธิปไตย (Populismocracy, Populist Policy), Korn Chatikavanij, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
--------------

...เสื้อแดง ถ้าคิดทำประโยชน์ให้ส่วนรวมจริง และไม่คิดทำร้ายประเทศไทย ขอให้สลัดทักษิณทิ้งไป...

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ :

"นาทีนี้คนไทยจะต้องให้ความสำคัญสูงสุดต่อการปฏิรูป โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง ไม่ใช่เลือกตั้ง เนื่องจากเรามีปัญหาสั่งสมมาในอดีตที่มิได้แก้ไข เพราะสถาพการเมืองในปัจจุบันมุ่งเน้นที่การให้ได้มาซึ่งอำนาจ และใช้อำนาจที่ได้มานั้นเพื่อจรรโลงอำนาจ แทนที่จะใช้อำนาจนั้นเพื่อพัฒนาบ้านเมืองอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ประเทศเสื่อมถอยลงทั้งเศรษฐกิจสังคม การเมือง ท่ามกลางความรุดหน้าของชาติเพื่อนบ้านที่เคยมองดูเราด้วยความอิจฉา"

"วันนี้คนไทยตื่นตัวแม้จะดูเหมือนว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงและแตกร้าว แต่เชื่อว่าในหัวใจของคนไทยทุกคนล้วนรักและไม่อยากทำร้ายประเทศไทย"

"เราคนไทยจะต้องไม่ใช้ความตื่นตัวนั้นไปในทางการต่อสู้ฟาดฟันเพื่อเอาชนะในทางตรงข้าม เราทุกฝ่ายต้องส่งเสริมพลังที่ไม่เคยเกิดขึ้นนี้ ผลักดันร่วมกันในทางบวก ให้เกิดการปฏิรูปในบ้านเมือง ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิรูปในด้านอื่นอย่างสันติ อย่างมีสติ อย่างใช้ปัญญาร่วมกัน"

"หากคนไทยละทิ้งโอกาสนี้ คิดถึงแต่อำนาจและชัยชนะทางการเมือง คงยากที่จะสร้างไทยให้สมบูรณ์รุดหน้าได้อีกแล้ว"

"นาทีนี้เราคิดว่าไม่ใช่นาทีแห่งการเลือกตั้งเพียงเพื่อรักษาเปลือกที่ผุกร่อนของประชาธิปไตย แต่เป็นนาทีที่ทุกฝ่ายต้องละทิ้งเป้าหมายส่วนตน และหันมาร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเพื่อสร้างแก่นแท้แห่งประชาธิปไตยที่แท้จริงให้จงได้"

เสื้อแดง ถ้าคิดทำประโยชน์ให้ส่วนรวมจริง และไม่คิดทำร้ายประเทศไทย ขอให้สลัดทักษิณทิ้งไป และมาร่วมกันสร้างระบบการเมืองที่ดีกว่าเดิม ไม่ใช่รอการเลือกตั้งที่เป็นแค่เปลือกอันผุกร่อนของประชาธิปไตยเท่านั้น —

Thursday, December 19, 2013

คุยกับวิชิต – เรื่องประชาธิปไตยสู่ชุมชน


คุยกับวิชิต – เรื่องประชาธิปไตยสู่ชุมชน

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat 
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, การตัดสินใจ, decision making, ประชาธิปไตย, Democracy, การเลือกตั้ง, election, การศึกษา, education, วิชิต ยุกตะทัต, Wichit Yuktadatta

วิชิตเพื่อนรัก ผมขอใช้คำถามที่เพื่อนถามแทนวงเสวนา เพื่อใช้พูดคุยต่อไปครับ ผมขอใช้เวทีนี้สื่อไปยังนิสิตนักศึกษาที่สุรินทร์, กปปส. สุรินทร์, และเพื่อนๆทาง Facebook ด้วยครับ หวังว่าเราจะใช้เวทีเหล่านี้ในการพูดคุยร่วมกัน

Wichit Yuktadatta > เป็นไปได้ไหมครับ ถ้าจะพัฒนาความรู้สิทธิ/หน้าที่ ตามระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนทุกๆหมู่บ้านเขัาใจอย่างจริงจัง/ต่อเนื่อง ในแนวทางเดียวกัน มีเป้าหมายและระยะเวลาประสพความสำเร็จชัดเจน

ประกอบ > ผมเห็นด้วยที่ประชาธิปไตยต้องอาศัยการพัฒนาด้านการศึกษา แต่มิใช่เพียงการสอนหลักทฤษฎีและตามหนังสือกันในชั้นเรียนปกติ การที่เด็กๆและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่จะจัดให้มีขึ้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ (Democracy and Education)

หลักของการศึกษาเพื่อประชาธิปไตย คือ หลัก 3H กล่าวคือ

Head = คือเรื่องให้มีความรู้ คือรู้หลักการประชาธิปไตย อะไรใช่ อะไรไม่ใช่ ดังเช่น หลักอย่างง่ายที่สุด ประชาธิปไตยอาศัยการเลือกตั้ง (Election) แต่การเลือกตั้งไม่ใช่สัมปทานที่จะเข้าไปโกงกินกัน หรือการที่คนส่วนใหญ่ไปกดขี่คนส่วนน้อย ดังเช่น หลักMajority rules and minority right. คนส่วนใหญ่ได้ครองอำนาจ แต่ต้องคำนึงถึงสิทธิของคนส่วนน้อยด้วย ดังในกรณีคนส่วนใหญ่มีเสียง 15 ล้านเสียง คนกลุ่มน้อยมีเสียง 12-13 ล้านเสียง และมีที่ไม่ไปออกเสียงอีก 13-15 ล้านคน

Heart = คือให้มีทัศนคติ ความรักไม่รัก ชอบไม่ชอบ ที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย ดังเช่น รักที่จะรับใช้สังคม แต่เกลียดการเอาเปรียบกัน การเล่นพรรคเล่นพวก การช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ญาติพี่น้อง ที่ทั้งผิดกฎหมาย และทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในวงราชการ และงานสาธารณะต่างๆ  และ

Hand = คือให้มีทักษะ (Skills) ที่จะดำรงชีวิตในระบอบประชาธิปไตยที่ต้องฟังกัน รู้จักฟัง รู้วิธีการ มีทักษะที่จะหาข้อยุติจากความหลากหลายทางความคิด และดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข เป็นต้น

สำหรับชุมชน การได้มีระบบเลือกตั้งกำนัน อบต. อบจ. และต่อไปจนถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด (Provincial Governors) จะถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ในสหรัฐอเมริกา บทบาทการนำจะอยู่ที่ผู้ว่าการรัฐ (State Governors) และนายกเทศมนตรีเมืองใหญ่และเล็ก (Mayors) เสียจะมากกว่าประธานาธิบดีของประเทศ เพราะผู้ว่าการรัฐและนายกเทศมนตรีเป็นส่วนที่รับใช้ใกล้ตัวกับประชาชนแต่ละคนแต่ละครอบครัวมากกว่า

การกระจายอำนาจการปกครอง (Decentralization) นอกจากจะเป็นตัวคานอำนาจกับส่วนกลางแล้ว จะเป็นตัวให้การศึกษาทางตรงแก่ประชาชนและท้องถิ่นที่สำคัญ หากเลือกกันไม่ดี ชาวบ้านก็จะรับผลจากการเลือกตั้งนั้นๆ ทันทีและโดยตรง ปัญหาใหญ่ที่เราประสบขณะนี้ คือการรวบอำนาจสู่ส่วนกลาง แล้วโกงกินกันมโหฬารด้วยวงเงินระดับหลายแสนล้าน และเป็นล้านๆบาทกันที่ส่วนกลาง

แต่การจะส่งเสริมประชาธิปไตยของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันนั้นไม่จำเป็น และตรงกันข้าม ฝ่ายการเมือง ราชการ และธุรกิจการเมืองอยากใช้ช่องทางนี้เพื่อเอาเปรียบฝ่ายตรงกันข้ามอยู่แล้ว หลักคือต้องให้มีความหลากหลายในข้อมูลข่าวสาร อาจมีจริงบ้าง เท็จบ้าง แต่ประชาชนที่พัฒนาแล้วจะมีวิจารณญาณในการเลือกรับฟัง และกลั่นกรองความน่าเชื่อถือของข่าวสาร

ทางที่ดีคือการทำให้ระบบสื่อสารมวลขนเป็นเสรีอย่างแท้จริง (Free Mass Media) ซึ่งในปัจจุบัน สื่อโทรทัศน์เสรี วิทยุ และหนังสือพิมพ์ถูกซื้อและหรือครอบงำโดยฝ่ายมีอำนาจอยู่แล้ว ทางที่ดีคือทำให้สังคมมีหลักประกันว่าท้องถิ่นและชุมชนมีระบบสื่อสารที่เสรี และรวมไปถึงการมีระบบสื่อสารใหม่ ที่ปิดกั้นได้ยาก อย่างเช่น โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่รับข่าวสารได้จากทั่วโลก โทรทัศน์ผ่านอินเตอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง สื่อสังคม Twitter, Facebook, Line ฯลฯ