Thursday, February 16, 2017

ไปประชุมกับทีมงาน พัฒนาเมืองอัจฉริยะต้นแบบ (Smart City Project)

ไปประชุมกับทีมงาน พัฒนาเมืองอัจฉริยะต้นแบบ (Smart City Project)

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com 


ภาพ การขนส่งด้วยระบบการขนส่งมวลชน (Mass Transit System) ที่คนเมืองจะใช้กันมากขึ้น แต่ต้องวางระบบเชื่อมโยงสู่ระบบการเดินส่วนอื่นๆ


ภาพ การเดินทางอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันในกทม. จะทำให้การจราจรมีแต่คับคั่งยิ่งขึ้น นอกจากต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนใหม่


ภาพ รถจักรยานยนต์ในเมืองใหญ่ ดูเหมือนทำให้คนเดินทางได้ แต่ความจริงแล้วมันนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย และเพิ่มการคับคั่งบนท้องถนน


ภาพ ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ที่ยังเป็นที่นิยมของคนที่เดินทางมาจับจ่าย ทั้งสำหรับคนไทยและคนต่างชาติ


ภาพ ทางเลียบทะเล แม่น้ำ คลอง จะเปลี่ยนเป็นทางสัญจรของผู้คนมากขึ้น เป็นทางเดินเพื่อการสัญจรเพื่อธุระ และเพื่อสันทนาการ

Keywords: พลังงานอัจฉริยะ, Smart energy, การสัญจรอัจฉริยะ, Smart mobility, ชุมชนอัจฉริยะ, Smart community, สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ, Smart environment, เศรษฐกิจอัจฉริยะ, Smart economy, อาคารอัจฉริยะ, Smart building, การปกครอง/การบริหารอัจฉริยะ, Smart governance, นวกรรมอัจฉริยะ, Smart innovation

มีตัวแทนเขตพญาไทเป็นเจ้าภาพ มีคนจากหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง ปตท. และหน่วยงานในแนว CSR – Corporate Social Responsibility และประชาชนจากชุมชนมาร่วมฟัง ด้วยประชาชนจากชุมชนมาร่วมฟังยังไม่มาก ผมจึงขอเกริ่นเอาไว้เป็นเบื้องต้น

คณะทำงานคนรุ่นหนุ่มสาวเขาเสนอพัฒนาเมืองต้นแบบ โดยมองที่เขตพญาไท ระหว่างพื้นที่ด้านตะวันออกจรดถนนพหลโยธิน- ตะวันตกจรดพระราม 6 เหนือจากคลองบางซื่อ-คลองสามเสน
ผมเข้าไปร่วมฟังในฐานะคนในพื้นที่ อยากมองเห็นเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม ในช่วงเวลา 5, 10, และ 15 ปี อยากมองเห็นในพื้นที่ดังกล่าว

1.    สายไฟ/สายสัญญาณจะลงใต้ดินทั้งหมดในแบบร้อยท่อ - ถนนต้องปรับปรุงในแบบรถจักรยาน ยานพาหนะสำหรับคนพิการ/คนชราใช้ร่วมบนท้องถนนในซอยได้ ไม่มีฝาท่อที่จะเป็นปัญหาการสัญจรของรถจักรยาน และยาน e-mobility สำหรับผู้พิการ

2.    ทางด้านข้าง (Foot path) เป็นแบบเรียบเป็นผืนเดียวกันกับผิวถนน หรือสูงขึ้นมาไม่เกิน 10 ซม. รถจักรยานขี่ช้า (10 กม./ชั่วโมง) ร่วมใช้ได้ ยานพาหนะสำหรับผู้พิการ (E-mobility) คนสูงอายุและหรือคนพิการ สามารถเดินทางไปได้ด้วยตนเองภายในชุมชน รถยนต์และยานพาหนะทุกชนิด ที่ใช้วิ่งในซอย จะต้องวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 15 กม./ชั่วโมง แนวขวางถนนต้องไม่มี เพราะจะใช้กฎและกฎหมาย กับการมี Sanction จากชาวบ้านเพื่อความปลอดภัยของเด็กเล็กที่เป็นลูกหลานเขา

3.    ยานพาหนะสาธารณะแบบรถมอเตอร์ไซค์/สามล้อเครื่อง ซึ่งก่อมลพิษทางอากาศ และสิ้นเปลืองน้ำมัน จะเปลี่ยนเป็นระบบ E-tuk tuk ค่าใช้จ่ายถูกลงครึ่งหนึ่ง ด้วย Subsidy ค่าไฟฟ้า ทางคณะผู้ริเริ่มจะจัดหารถ E-tuk tuk มาทดสอบเป็นโครงการต้นแบบที่ประมาณ 25-30 คัน พร้อมที่สถานีชาร์ตไฟ

4.    พื้นที่ขนาด 3 ตารางกิโลเมตร (เดาเอานะ) จะเปลี่ยนพื้นที่ตาบอดให้เป็นพื้นที่เปิด ให้มีการสัญจรที่ดีขึ้น ความจำเป็นใช้รถยนต์ลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ 25 มาตรฐานนี้เทียบเหมือนเมืองนิวยอร์ค ที่ระบบการขนส่งสาธารณะทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนจึงไม่อยากที่จะต้องมีรถยนต์ส่วนตัว รถ E-tuk tuk, รถจักรยานไฟฟ้า, จักรยาน, และการเดิน จะเป็นทางเลือกในการสัญจรในชุมชน และกับชุมชนภายนอก

5.    ระบบบ้านเรือนที่จะปรับปรุง หลักๆจะเป็น Low Rise Buildings ขนาดความสูง 8 ชั้น สูงไม่เกิน 23 เมตร เพื่อยอดตึกที่แบบเป็นแผ่น อยู่ในระนาบเดียวกัน สามารถผลิตไฟฟ้าจาก Solar Panels ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่มีการบังต่อกัน ค่าคอนโดมิเนียมแบบใหม่จะถูกลง ต้นทุนน้อยลงร้อยละ 30 ด้วยไม่ต้องมีที่จอดรถ

ผมเป็นคนสูงอายุ หากผมเป็นคนระดับทั่วไป สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในชีวิตที่มากเกินไป นั่นแหละ ความเป็นอัจฉริยะ (Intelligence) มารับใช้เรา และคนแบบผมนี้จะกลายเป็นร้อยละ 30-40 ของประชาชนในเขตนี้

ผมจึงแจงมาเพื่อร่วมรับรู้ข้อมูลและแนวคิดเอาไว้เป็นเบื้องตน

Saturday, February 4, 2017

การศึกษาคือการทำให้คนเปิดกว้างทางความคิด

การศึกษาคือการทำให้คนเปิดกว้างทางความคิด

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การเปิดกว้างทางความคิด, Open-mindednes, การเมือง, politics, การปกครอง, governance, การศึกษา, education

It is the mark of an educated mind to be able to entertain a thought without accepting it. - Aristotle

ลักษณะคนมีการศึกษา คือคนที่ชื่นชอบต่อความคิด แม้จะยังไม่ได้ยอมรับความคิดนั้นๆ – อริสโตเติล


ภาพ นักปราชญ์ชาวกรีก เกิดเมื่อ 384 ปีก่อนคริสตกาล

เมื่อผมสอนหนังสือ ผมชอบนำความคิดแปลกใหม่ (Ideas) มานำเสนอ แม้ความคิดนั้นๆอาจจะยังไม่ได้สอดคล้องกับค่านิยมในสังคมในขณะนั้น หรือแม้แต่ผมเองก็ยังไม่ได้เชื่อในความคิดเหล่านั้น มันไม่ใช่เรื่องยากหรอกสำหรับโลกยุคใหม่ เพราะเราสามารถแสวงหามันได้จากหลายๆเส้นทาง เช่น การอ่านจากหนังสือ ฟังเพื่อนหรือนักวิชาการ หรือควานหาเอาในสื่อต่างๆที่เปิดในระบบออนไลน์

โดยหลักของการศึกษาในยุคใหม่ เราต้องเริ่มต้นเรียนรู้ด้วยการมีจิตใจเปิดรับ (Open-mindedness) บางอย่างที่สังคมมีปัญหาอยู่แล้ว การได้ฟังความคิดเห็นและทางเลือกที่แตกต่างกันออกไป ก็ได้รับการรับฟังมากหน่อย และมีการนำไปคิดหาความเป็นไปได้ การต่อต้านก็จะน้อย แต่ในบางอย่างที่สังคมมีปัญหาแบบไม่เคยรู้ตัว และเราได้รับมันมาอย่างฝังแน่น ไม่เคยได้คิดที่จะเปลี่ยนแปลง ดังนี้ การต่อต้านความคิดนั้นๆก็จะมีมาก

เรื่องของความคิด – ผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางประชาธิปไตยในแบบที่ตะวันตกยัดเยียดให้กับเรา เช่น การเน้นการเลือกตั้งเป็นตัววัดประชาธิปไตย แต่ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องของประชานิยม (Populism) ที่นำนโยบายที่มีผลเสียระยะยาว หรือ การนำมาซึ่งระบบเล่นพรรคเล่นพวก (Nepotism/ cronyism) การคอรัปชันอย่างกว้างขวาง โดยไม่มีกลไกถ่วงดุล หรือรักษาธรรมาภิบาลได้จริง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผมก็เห็นว่าในบ้านเมืองไทยเรานี้ เราได้อยู่ในยุคที่บ้านเมืองไม่ได้มีการเลือกตั้ง ไม่มีตัวแทนของประชาชนทำหน้าที่มานานแล้ว เราอาจได้รัฐบาลที่ดีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่จากประสบการณ์ด้านรัฐศาสตร์ทั่วโลก มีหลักอยู่ว่า เมื่อการเวลาผ่านไป “อำนาจโดยสมบูรณ์จะนำไปสู่การคอรัปชั่นอย่างสมบูรณ์” ในที่สุดเช่นกัน

ดังนั้น ผมจึงเห็นด้วยที่เราต้องยึดมั่นในแผนงาน (Road map) ที่ได้ยึดมั่นกันไว้ เตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐานที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ส่วนใครมาจากพรรคการเมืองใดที่จะมาบริหารบ้านเมือง ผมก็ทำใจยอมรับได้ และแม้จะมีพรรคการเมืองใดกลับมาบริหารบ้านเมืองแบบเผด็จการทางรัฐสภา เราก็มีกลไกที่จะต่อต้านได้อย่างสันติวิธี


ไม่มีใครรู้อนาคตหรอก แต่เราต้องมีความเชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นได้ หากเราช่วยกัน และก็ทำใจไว้ด้วยแล้วว่า บ้านเมืองไม่ใช่ของเราฝ่ายเดียว ฝ่ายที่เห็นต่างจากเราก็มี และเราต้องเปิดใจรับฟังเขาด้วย

Friday, February 3, 2017

การกระทำอย่างเห็นประโยชน์ของผู้อื่น (Altruism)

การกระทำอย่างเห็นประโยชน์ของผู้อื่น (Altruism)

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: Altruism, การเมือง, การปกครอง, จริยธรรม

เราทุกคนต้องตัดสินใจ เลือกเดินบนทางสว่าง กระทำการเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ หรือจะเลือกเดินทางที่มืดมิดและทำลายตนเอง ด้วยความเห็นแก่ตัว– มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

Every man must decide whether he will walk in the light of creative altruism or in the darkness of destructive selfishness. Martin Luther King, Jr.


ภาพ ความทุกข์ยากมีให้เห็นในทุกมุมโลก ดังเช่น ปัญหาผู้ลี้ภัย หนีภัยสงคราม ความอดอยาก จากที่หนึ่งที่หวังไปอยู่ในที่ใหม่ที่ดีกว่าเดิม แต่แล้วก็จะประสบอุปสรรคนานาประการ

การเมืองในประเทศไทยเป็นเรื่องที่เป็นดังทางสองแพร่ง ทางหนึ่ง คือมองการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ คนจะไปเล่นการเมืองก็เหมือนกับการลงทุนอย่างหนึ่ง เมื่อลงทุนลงแรงไปแล้ว ก็ต้องได้ผลตอบแทนกลับคืนมา เป็นอำนาจหรือเป็นเงิน นี่เป็นทางเลือกที่มืดมิด เป็นลักษณะเห็นแก่ตัวหรือพวกพ้อง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเมืองคือเรื่องของการต้องเดินสวนกระแส เดินบนทางสว่าง การเมืองต้องการคนที่สะอาด ฉลาด มองโลกในแง่ดี และตั้งใจจริงที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียง และดูแลผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าจะเป็นเงิน อำนาจ หรือชื่อเสียง
เราต้องการคนประเภทหลังนี้ คือคนที่มีหลักของ Altruism คือการคิดถึงประโยชน์ของผู้อื่น ผลประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากตนเอง

Altruism หรือ Selflessness เป็นหลักปฏิบัติของการคำนึงถึงความเป็นอยู่ของผู้อื่น เป็นหลักคุณธรรมที่มีมานานในหลายๆวัฒนธรรม และเป็นส่วนสำคัญของหลักศาสนา และฆราวาสธรรมทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติ การกระทำดีต่อคนอื่นๆนั้นยังแตกต่างกันตามวัฒนธรรมและศาสนา Altruism เป็นคำตรงกันข้ามกับ Selfishness หรือความเห็นแก่ตัว คำว่า Altruism มาจากนักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสชื่อ ออกุสเต คอมท์ (Auguste Comte) ในภาษาฝรั่งเศสเขียนว่า Altruisme เป็นคำตรงกันข้ามกับ Egoism หรือการคิดอย่างเอาอัตตาของตนเองเป็นใหญ่ เขานำคำ Altruism นี้มาจากภาษาอิตาลี Altrui ซึ่งมาจากภาษาลาตินว่า Alteri หมายความว่า “คนอื่น” (Other people)

ในบทความนี้ผมขออนุญาตใช้คำทับศัพท์นะครับ Altruism = การกระทำอย่างเห็นประโยชน์ของผู้อื่น
Altruism เป็นปฏิกิริยาทางชีววิทยา ซึ่งหมายถึงคนที่ทำการหนึ่งซึ่งมีผลที่ตนเองต้องแบกรับ อาจสูญเสียความสนุกสนาน คุณภาพชีวิต เวลา หรือบางทีหมายถึงชีวิตและโอกาสแพร่ขยายพันธุกรรมของตน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่คนอื่นๆ หรือบุคคลที่สาม โดยไม่ได้คาดหวังการได้รับสิ่งตอบแทนหรือค่าตอบแทนในการกระทำนั้นๆ Altruism เป็นความตั้งใจและอาสาสมัครที่มุ่งขยายสวัสดิการแก่ผู้อื่น โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนหรือรางวัลที่เป็นสิ่งนอกกาย (External rewards) แก่ตน

Altruism ต่างจากความรู้สึกสวามิภักดิ์ (Loyalty) เพราะความสวามิภักดิ์เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางสังคม Altruism ไม่เกี่ยวข้องกับสัมพันธภาพระหว่างบุคคล แต่คนที่ทำดีต่อผู้อื่นๆ อาจไม่ได้รับรางวัลที่เป็นภายนอก อาจไม่ได้รับคำขอบคุณหรือชื่นชม แต่เขาอาจได้รับความพึงพอใจที่เป็นส่วนในใจ (Intrinsic reward) เป็นความรู้สึกปิติด้วยตนเอง ทั้งนี้อาจมีการถกเถียงกันได้ว่า แล้วความรู้สึกปิตินี้จัดเป็นผลประโยชน์ (Benefits) อย่างหนึ่งหรือไม่

Altruism อาจเป็นหลักจริยธรรมที่คาดหวังให้คนมีหน้าที่ต้องให้ประโยชน์แก่ผู้อื่น เป็นในลักษณะที่ตรงกันข้ามกับ Egoism หรือการที่กระทำการใดโดยคำนึงถึงประโยชน์แห่งตนเป็นที่ตั้ง

ย้อนกลับมาเรื่องการเมืองของประเทศ ผมเห็นด้วยที่การพัฒนาประชาธิปไตยต้องมี Roadmap และเราต้องจริงจังต่อแผนนี้ ไม่จำเป็นต้องยืดเยื้อ เตรียมพื้นฐานของสังคมไทยให้พร้อมที่สุดที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง วางระบบกฎหมายและการรักษากฎหมายให้ดำรงความเป็นธรรม ไม่มีใครฝ่าฝืนได้ กระจายอำนาจ แบ่งความรับผิดชอบทางการเมือง ไม่ให้กระจุกตัวแต่ในส่วนกลาง ส่วนในการเข้าสู่การเลือกตั้งนั้น พรรคไหนจะเข้ามาครองอำนาจก็ต้องทำใจ


อีกสิ่งหนึ่งที่ทำได้ คือการช่วยการสรรหาและสร้างผู้นำทางการเมืองใหม่ (New leaders) ให้มีคุณภาพ ดังหลัก Altruism ให้ได้คนที่ดี มีพลังใจและคุณสมบัติส่วนลึกที่เห็นประโยชน์แก่ส่วนรวม อดทน มองเห็นเป้าหมาย และรู้วิธีการเดินไปสู่เป้าหมายนั้นๆ ไม่หลงใหลไปกับเงิน อำนาจ ความรักชอบ โลภ โกรธ หรือหลง การส่งเสริมคนดีให้ได้ดี ย่อมเป็นประโยชน์กว่าก่นด่าคนไม่ดี หรือบางทีก็หลงด่าว่าทำร้ายคนดีๆ  จนไม่มีใครอยากอาสาเข้ามาทำหน้าที่รับใช้ประชาชนและบ้านเมือง


ภาพ พระสงฆ์ในพุทธศาสนา เป็นชาวตะวันตก แต่มาทำงานทางด้านสังคมในประเทศทางเอเซีย


ภาพ การทำงานอาสาสมัคร เก็บขยะในป่า


ภาพ งานดูแลสุขภาพผู้สูงวัย ซึ่งมักจะขาดแคลนคนทำงาน


ภาพ งานปลูกป่า เมื่อป่ามีคนเห็นแก่ตัวทำลาย ก็ต้องมีคนและกิจกรรมไปปลูกป่าใหม่


ภาพ งานดูแลสุขภาพฉุกเฉิน


ภาพ เยาวชนกับการอาสาสมัครปลูกต้นไม้


Saturday, January 28, 2017

สเปนวางแผนจะสร้างชุมชน Superblocks ที่ไม่ใช้รถยนต์ แม้จะถูกต่อต้าน

สเปนวางแผนจะสร้างชุมชน Superblocks ที่ไม่ใช้รถยนต์ แม้จะถูกต่อต้าน

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

ศึกษาและเรียบเรียงจาก “Spain's plan to create car-free 'superblocks' is facing protests.” งานเขียนของ Leanna Garfield ในวันที่ Jan. 24, 2017, 5:32 PM

ใน Superblocks ในเมืองบาเซโลนา ประเทศสเปน ในชุมชนที่ออกแบบใหม่สำหรับเมืองใหญ่ อยู่กันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น คืนถนนให้กับประชาน โดยคนเดินกันมากขึ้น ใช้รถยนต์ส่วนตัวน้อยลง เด็กๆวิ่งเล่นได้อย่างปลอดภัยขึ้น และหวังว่าจะทำให้ชุมชนได้อยู่ดีมีชีวิตยืนยาว และอย่างมีความสุข


ภาพ ถ่ายจากมุมสูงโดย Eixample เขตหนึ่งของเมืองบาเซโลนา ประเทศสเปน ในบริเวณ Superblocks ที่ได้ทดลองนี้ไม่ต้อนรับรถยนต์ในเขต Downtown ของเมืองบาเซโลนา

ในเดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา (2017) เมืองได้สร้าง Superblock ใหม่ขึ้นมา เป็นบริเวณที่ปลอดจากการใช้รถยนต์ในพื้นที่สาธารณะ เขต Superblock ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 40 เอเคอร์ หรือ 101.2 ไร่ อยู่ในเขต El Poblenou นับเป็นเขตแรกของ 6 เขต Superblocks ทั่วไปในเมืองบาเซโลนา

ในปี ค.ศ. 2018 แต่ละ Superblock จะมี Block ทั่วไปอยู่ 12 แห่ง เป็นเขตที่เป็นมิตรต่อคนเดินถนน ส่วนคนขับรถยนต์ถูกบังคับโดยปริยายที่ต้องอ้อมไปทางอื่น

แต่ตามข้อมูลของ CityLab ไม่ใช่ว่าทุกคนจะยินดีกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามแผน

ในวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 2018 บางส่วนของชาวชุมชน El Poblenou ได้ออกมาเดินประท้วงตามท้องถนนต่อต้านการเกิด Superblock ใหม่ ถึงแม้จะได้มีการทดสอบทำ Superblocks มาแล้ว 2 แห่ง ในปี ค.ศ. 2005 ชาวเมืองที่ประท้วงให้เหตุผลว่า มันทำให้การเดินทางไปสู่ศูนย์กลางของเมืองล่าช้าและยุ่งยากขึ้น ส่วนอื่นๆบอกว่าเพราะไม่ได้รับข้อมูลให้เตรียมตัวล่วงหน้า ส่วนธุรกิจในท้องถิ่นกังวลว่ามันจะแทรกแซงการทำมาหากินของพวกเขา เพราะจะทำให้เขาขนของเข้าออกได้ในเวลาที่กำหนดเท่านั้น

รถยนต์จะได้รับอนุญาตในเขต Superblocks เมืองบาร์เซโลนา จะเป็นของชาวท้องถิ่นเอง ซึ่งจะต้องขับขี่อย่างช้ามาก และขับได้ในเขตที่ตีเส้นที่ดำ (Black lines) ตามที่ปรากฏใน Diagram ที่แสดงนี้
แต่ Salvador Rueda ผู้อำนวยการโครงการไม่ได้เป็นกังวลในเรื่องนี้ Superblocks จะใช้เวลาสักระยะหนึ่งที่ทำให้ชาวชุมชนได้คุ้นเคย

มักจะมีการต่อต้านความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเสมอ เมื่อท่านต้องไปแตะต้องรถยนต์ คนมักจะอ่อนไหวในเรื่องนี้” Salvador Rueda กล่าว

บลอคพิเศษ หรือ Superblocks ไม่ใช่ของใหม่ในเมืองบาเซโลนา ในประเทศสเปน มันได้มีการสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1993 ใกล้กับโบสถ์ประวัติศาสตร์ที่ชุมชน Gracia ในศูนย์กลางของเมืองหลวง ในกลางเดือนมกราคม ทีของ Rueda ได้เผยรายงาน Gracia Superblock พบว่าคนเดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ขี่จักรยานเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ในช่วงปี ค.ศ. 2007 – 2016 ในขณะเดียวกัน การขับรถยนต์โดยทั่วไปลดลงร้อยละ 26 และลดลงมากถึงร้อยละ 40 ในเขตถนนภายใน

Rueda กล่าว “เราเหมือนจะลืมไปว่า เกือบตลอดเวลา มีคนเดินถนนมากกว่าคนขับรถยนต์” เขากล่าวต่อ “ในปัจจุบันที่ชุมชน Gracia มีเด็กๆเล่นตามถนน ไม่มีใครอยากกลับไปมีชุมชนในแบบเดิม”
จากรายงานดังกล่าว โครงการของ Rueda จะขยายงานต่อไป โดยได้รับเงินประมาณ USD10 ล้านจากรัฐบาลของเมืองบาร์เซโลนาในปี ค.ศ. 2016
 Agéncia d'Ecologia Urbana de Barcelona

โครงการ Superblocks เกิดขึ้นด้วยความพยายามที่จะลดมลภาวะทางอากาศ การจราจรในเมืองก็มีรถวิ่งคับคั่ง บาร์เซโลนามีมลพิษทางอากาศสูงกว่ามาตรฐานที่รัฐบาลประเทศสเปนกำหนด เมืองมีปัญหาผู้เสียชีวิตปีละ 1,200 คนต่อปี จากโรคหืด หลอดลมอักเสบ และโรคหัวใจ สิ่งเหล่านี้จะลดลงได้ด้วยการปรับผังเมืองใหม่ ดังในลักษณะของ Superblocks

Rueda ประมาณว่า Superblocks ที่จะขยายใหม่ จะสามารถลดปัญหามลพิษได้ 3 เท่า เพราะเน้นให้คนสัญจรด้วยการเดินถนนและขี่จักรยานเป็นหลัก หากทำสำเร็จรถยนต์จะถูกกำจัดออกไปจากเขตทางแยกถึง 120 แห่ง ลดพื้นที่ถนนลงไปร้อยละ 60 ซึ่งรวมถึง Superblocks 4 แห่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว


ภาพ Barcelona จัดเป็นหนึ่งใน 10 เมืองจักรยานของโลก ผู้คนใช้จักรยานในการเดินทางไปธุระ ไปทำงาน และท่องเที่ยว


ภาพ เมื่อจัดเป็น Superblocks คือการนำเอาอาคารที่สร้างเป็น Blocks อยู่แล้วในเมือง มาจัดทำเป็น Superblocks อันประกอบด้วย กลุ่มอาคาร (Blocks) 9-12 แห่ง ภายใน Superblocks จะไม่ให้รถภายนอกเข้าไปวิ่ง ปรับให้เป็นทางเดินและจักรยานเป็นหลัก ส่วนรถที่ให้บริการ ขนส่งสินค้า รถพยาบาล หรือที่ได้รับสิทธิพิเศษตามความจำเป็นเข้าได้ตามเวลา


ภาพ จักรยานแบบแบ่งใช้ (Sharing) เมื่อประชาชนจะเดินทางไปที่ไหนๆ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะสำหรับระยะไกล และเมื่อต้องเดินทางในช่วงที่ยังต้องเดินทางได้อย่างเร็วพอประมาณ คือ 12-15 กม./ชั่วโมง ก็ใช้รถจักรยานดังที่เห็นดัวกล่าว ใช้เสร็จแล้วก็คืนให้ ณ ที่ๆมีที่จอดในลักษณะแบบเดียวกัน

ในการสรรค์สร้าง Superblock ใหม่ ที่ได้มีการประกวดหนึ่งใน El Poblenou สถาปนิก อาจารย์มหาวิทยาลัย และนักศึกษาได้ทำงานร่วมกับผู้พักอาศัยและธุรกิจในท้องถิ่น ได้ออกแบบทางเลือกในการทำให้ถนนปลอดรถยนต์ ทางแยกหนึ่งได้กลายเป็นที่เล่นของเด็กๆ (Playground) กองทราย โดยใช้ยางรถยนต์และวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่

เพื่อช่วยให้ประชาชนได้เดินทางโดยไม่ต้องใช้รถยนต์ แผนพัฒนา Superblocks ใหญ่ ได้สร้างทางรถจักรยานยาว 124 ไมล์ภายในปี ค.ศ. 2018

แม้ Superblocks จะต้องใช้เวลาให้คนมีความคุ้นเคย Rueda ได้ให้ข้อสังเกตว่า จริงๆแล้วมีการเปลี่ยนแปลงถนนในเมืองไม่มากนัก ที่มากที่สุดคือการกำหนดให้ถนนมีไว้เพื่อการสัญจรในท้องที่เท่านั้น
ในแผ่นใหม่มีลักษณะหลายอย่างคล้ายกับที่เคยเป็นในเขตเมือง โดย Ildefons Cerdà สร้างสรรค์โดยเขต Eixample ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในสมัยที่ยังไม่มีการใช้รถยนต์ ที่เน้นการสัญจรโดยการเดินถนน ที่ Block จำนวนหลายร้อยที่กระจายอยู่ในเขตย่อยต่างๆ Rueda กล่าว

โดยทั่วไป Block หนึ่งๆมีผู้พักอาศัย 5,000-6,000 คน อาศัยอยู่ในเขตที่มีพื้นที่ 160,000 ตารางฟุต Rueda กล่าวว่าทีมงานของเขาจะทำให้ Block มีขนาดใหญ่ขึ้นไปอีก หากได้รับงบประมาณเพิ่มเติม

 “ที่จริงประชาชนจะได้ครอบครองถนนอย่างที่เราออกแบบ เพียงต้องให้เวลาอีกสักหน่อย” เขากล่าว


ภาพ จักรยานที่ใช้เพื่อการท่องเที่ยวในเมืองบาร์เซโลนา


ภาพ เมืองบาร์เซโลนาที่สวยงาม ถูกออกแบบมาให้สร้างได้ในความสูงจำกัด มีถนนตัดผ่านเป็นบลอคๆ (Blocks) รถยนต์หรือรถสาธารณะก็วิ่งได้ด้วยความเร็วต่ำ จราจรติดขัด จึงเป็นความจำเป็นที่นักออกแบบได้เสนอให้จัดทำเป็น Superblocks


ภาพ ลักษณะเมืองบาร์เซโลนา อย่างที่เห็นทั่วไป ไม่มีอาคารระฟ้า เกือบทั้งหมดเป็นอาคารแบบ Low Rise


ภาพ จักรยานเช่าใช้ นักท่องเที่ยวที่จะไปเที่่ยวเมืองบาร์เซโลนา ควรศึกษาเรื่องการใช้รถจักรยาน แทนที่จะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถแทกซี่ ท่านอาจใช้รถจักรยานในการท่องเที่ยวได้


ภาพ นักออกแบบชุมชน Salvador Rueda คนที่ใส่เสื้อสีเข้ม และมีสเวตเตอร์ผูกคอ

Sunday, January 8, 2017

บ้านพักผู้สูงวัยในเนเธอร์แลนด์เสนอให้ที่พักฟรีแก่นักศึกษามหาวิทยาลัย

บ้านพักผู้สูงวัยในเนเธอร์แลนด์เสนอให้ที่พักฟรีแก่นักศึกษามหาวิทยาลัย

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

ศึกษาและเรียบเรียงจาก “THE NETHERLANDS - Dutch nursing home offers rent-free housing to students.” โดย CAREY REED  April 5, 2015 at 1:19 PM EST

บทความนี้อาจจะเก่าบ้าง แต่ก็เป็นประโยชน์ เป็นความคิดใหม่ในการดูแลผู้สูงวัย ในประเทศไทยเคยได้ยินว่ามีโครงการบ้านสามวัย หรืออะไรทำนองนี้ และมีสมเด็จพระเทพรัตน์ไปเปิดหรือเยี่ยมโครงการ ฝรั่งเขาเรียก Intergenerational program หรือโครงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนวัยที่ต่างกัน
ขอขอบคุณคุณแพม ที่แนะนำเรื่องให้อ่านครับ



ภาพ นักศึกษา Onno Selbach กำลังมีกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในบ้านพักผู้สูงวัย Humanitas ในประเทศเนเธอร์แลนด์ Selbach ได้ช่วยสร้างโปรแกรมสหสัมพันธ์ระหว่างผู้ต่างวัย ที่ทำให้นักศึกษาได้มีที่พักฟรี ภาพด้วยความอนุเคราะห์ของ Humanitas

บ้านพักคนชราในประเทศเนเธอร์แลนด์อนุญาตให้นักศึกษามหาวิทยาลัยได้พักร่วมกับคนชรา โดยไม่เสียค่าเช่า นับเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมที่ลดผลกระทบในทางลบต่อผู้สูงอายุ

เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเล็กๆน้อยๆกับการได้ที่พักอาศัยฟรีในบ้านพักคนชราที่ชื่อ Humanitas Retirement Home ที่เมือง Veventer ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยนักศึกษาต้องใช้เวลาอย่างน้อยเดือนละ 30 ชั่วโมงทำหน้าที่เป็นเพื่อนบ้านที่ดีแก่ผู้สูงวัย

นักศึกษาสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายกับสมาชิกบ้านผู้สูงวัย เช่น การดูกีฬาร่วมกัน การร่วมฉลองงานวันเกิด และที่สำคัญที่สุดคือร่วมไปกับผู้สูงอายุที่ป่วย และช่วยลดความรู้สึกถูกละทิ้ง

ทั้งการถูกปล่อยโดดเดี่ยวและการต้องอยู่โดยลำพังในทั้งชายและหญิงสูงวัย เป็นเหตุให้อัตราการเสียชีวิตในผู้สูงวัย ตามรายงานในปี ค.ศ. 2012 ของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐ

“บรรดานักศึกษาทำหน้าที่ดึงโลกภายนอกเข้ามาภายในบ้านพักคนชรา เป็นการสร้างความอบอุ่นและการได้สัมผัส” Sijpkes กล่าว

นักศึกษา 6 คน จากมหาวิทยาลัยในบริเวณ Saxion และ Windesheim ได้พักอาศัยร่วมกับผู้สูงวัยจำนวน 160 คน เขาได้รับอนุญาตให้เข้าและออกได้โดยอิสระ ตราบใดที่ปฏิบัติตามกฎข้อหนึ่ง คือ ไม่ก่อความรำคาญให้กับผู้สูงวัย

Sijpkes พูดในเชิงขำขันว่าเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับคนหนุ่มสาวที่มาพักในสถานที่ผู้สูงวัย เพราะบรรดาผู้สูงวัยที่อาศัยในชุมชนนี้มักมีปัญหาด้านการได้ยิน

โปรแกรมเริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อ Sijpkes ได้รับคำขอจาก Onno Selbach นักศึกษาคนหนึ่งที่บ่นว่าบ้านพักของมหาวิทยาลัยมีเสียงดังและมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ดี Sijpkes ได้ตอบสนอง และหาทางออกแบบโปรแกรมแลกเปลี่ยนที่พักสำหรับคนต่างวัย


โปรแกรมสำหรับคนต่างวัยอยู่ร่วมกันนี้มีอยู่บ้างแล้ว ดังในเมือง Lyons ในประเทศฝรั่งเศส ที่เมือง Cleveland ในรัฐ Ohio ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตามข้อมูลจาก International Association of Homes and Services for the Ageing มีโปรแกรมหนึ่งที่ได้เริ่มที่เมือง Barcelona ประเทศสเปนในราวทศวรรษที่ 1990s และได้มีการนำไปปฏิบัติในเมืองต่างๆกว่า 20 เมืองทั่วประเทศสเปน

Wednesday, January 4, 2017

ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ค Andrew M. Cuomo เสนอให้การอุดมศึกษาฟรีแก่นักศึกษาของรัฐ

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

ศึกษาและเรียบเรียงจาก “Cuomo Proposes Free Tuition at New York State Colleges for Eligible Students.” – โดย  JESSE McKINLEY, JAN. 3, 2017


ภาพ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ค นายแอนดรู เอม คูโอโม (Andrew M. Cuomo) นั่งแถลงข่าวการอุดมศึกษาฟรีแก่ชาวนิวยอร์ค ร่วมกับนายเบอร์นี แซนเดอร์ (Bernie Sanders) 

ที่เมืองอัลบานี (Albany, NY) เมืองหลวงของรัฐนิวยอร์ค ผู้ว่าการรัฐ นายแอนดรู เอม คูโอโม (Andrew M. Cuomo) ประกาศแผนในเช้าที่ผ่านมา เสนอให้รัฐนิวยอร์คไม่เก็บค่าเล่าเรียนแก่บุตรธิดาของครอบครัวคนมีรายได้ระดับกลางและน้อยของรัฐ

ในแผนของรัฐ นักศึกษาผู้ที่ได้รับเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือในสถาบันอุดมศึกษาของเมืองนิวยอร์ค (New York City, NY) ซึ่งรวมถึงระบบวิทยาลัยชุมชนของรัฐ หากครอบครัวมีรายได้ USD125,000 ต่อปี จะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ในปัจจุบัน ครอบครัวชาวนิวยอร์คร้อยละ 80 มีรายได้ต่ำกว่านี้

นายคูโอโม จากพรรคดีโมแครต เปิดเผย ณ วิทยาลัยชุมชนที่ LaGuardia Community College ที่เขต Queens พร้อมกับนายเบอร์นี แซนเดอร์ (Bernie Sanders) แห่งรัฐเวอร์มอนต์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเห็นว่าหนี้เพื่อการศึกษาของนักศึกษาได้ทำลายโอกาสของเยาวชนคนรุ่นใหม่ของอเมริกัน

สิ่งที่เขาจะทำนี้เรียกว่า “ทุนเอกเซลซีเออร์” (Excelsior Scholarship) ทั้งนี้จะทำให้นักศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับทุน โดยเป็นการเติมให้เต็มจากที่อาจได้รับเงินยืมและทุนจากรัฐบาลกลาง
ผู้ว่าการรัฐคูโอโมหวังจะเริ่มทำตามความคิดนี้อย่างรวดเร็ว โดยเริ่มได้ในเวลา 3 ปี ทั้งนี้แม้ว่าโครงการนี้จะต้องได้รับการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติ ถึงแม้ว่าฝ่ายผู้ว่าการรัฐและฝ่ายนิติบัญญัติมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและกรณีอื่นๆ

ในปัจจุบัน รัฐได้ให้เงินสนับสนุนระบบอุดมศึกษาปีละเกือบหนึ่งพันล้านเหรียญ ด้วยโครงการสนับสนุนค่าเล่าเรียนอยู่แล้ว

เงินสนับสนุนค่าเล่าเรียนใหม่นี้ จะมีผลในปี ค.ศ. 2019 มีมูลค่าประมาณปีละ USD 163 ล้าน (State University of New York)

ในปัจจุบัน นักศึกษาที่เป็นประชากรผู้พำนักในรัฐ (State residents) จะจ่ายค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐปีละ USD6,470 และหากเรียนในระบบวิทยาลัยชุมชน 2 ปี จะจ่ายค่าเล่าเรียนปีละ USD 4,350 ค่าเล่าเรียนในระบบอุดมศึกษาของเมืองนิวยอร์ค อยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกัน


นายคูโอโม ซึ่งเป็นนักการเมืองสายกลางที่มีคนคาดเดาว่าจะสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่มีประวัตินโยบายเอนไปทางซ้ายในช่วงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐในสมัยที่สองนี้ ดังเช่น เขารณรงค์เรื่องค่าแรงงานขั้นต่ำ การจ่ายชดเชยแก่ครอบครัวเมื่อคลอดบุตร แต่ขณะเดียวกัน คูโอโอได้รับคำวิจารณ์จากฝ่ายหัวก้าวหน้าที่บางครั้งเขาต้องทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายพรรครีพับลิกันที่ครองเสียงในสภาของรัฐ

Obamacare - นิติบัญญัติเพื่อปกป้องผู้ป่วยและการทำให้มีค่ารักษาพยาบาลที่รับได้ (Patient Protection and Affordable Care Act)

Obamacare - นิติบัญญัติเพื่อปกป้องผู้ป่วยและการทำให้มีค่ารักษาพยาบาลที่รับได้ (Patient Protection and Affordable Care Act)

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

ศึกษาและเรียบเรียงจาก Wikipedia, the free encyclopedia

นิติบัญญัติเพื่อปกป้องผู้ป่วยและการทำให้มีค่ารักษาพยาบาลที่รับได้
(
Patient Protection and Affordable Care Act)

ชื่อเต็ม
Long title
The Patient Protection and Affordable Care Act
คำย่อที่ใช้
Acronyms(colloquial)
PPACA, ACA
คำที่คนนิยมเรียก
Nicknames
Affordable Care Act, Health Insurance Reform, Healthcare Reform, Obamacare
ทำให้เกิดกฎหมาย
Enacted by
มีผลใช้เมื่อ
Effective
มีนาคม ค.ศ. 2010
March 23, 2010; 6 years ago
Most major provisions phased in by January 2014; remaining provisions phased in by 2020
Citations
กฎหมายสาธารณะ
Public law
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
Statutes at Large
124 Stat. 119 through 124 Stat. 1025(906 pages)
ประวัติกฎหมาย
Legislative history
Introduced in the House as the "Service Members Home Ownership Tax Act of 2009" (H.R. 3590) by Charles Rangel (DNY) on September 17, 2009
Committee consideration by Ways and Means
Passed the House on October 8, 2009 (416–0)
Passed the Senate as the "Patient Protection and Affordable Care Act" on December 24, 2009 (60–39) with amendment
House agreed to Senate amendment on March 21, 2010 (219–212)
Signed into law by President Barack Obama on March 23, 2010
การแก้ไขสำคัญ
Major amendments
Health Care and Education Reconciliation Act of 2010
Comprehensive 1099 Taxpayer Protection and Repayment of Exchange Subsidy Overpayments Act of 2011
กรณีสู่ศาลสูงของสหรัฐอเมริกา
United States Supreme Court cases


นิติบัญญัติเพื่อปกป้องผู้ป่วยและการทำให้ค่ารักษาพยาบาลที่รับได้ (Patient Protection and Affordable Care Act) มีชื่อเรียกย่ออย่างเป็นทางการว่า PPACA หรือ The Affordable Care Act (ACA) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า โอบามาแคร์” Obamacare นิติบัญญัตินี้ได้มีการพูดถึง ได้มีความพยายามมาหลายครั้งที่จะปฏิรูประบบดูแลสุขภาพของคนอเมริกัน และในท้ายที่สุดในวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2010 ประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้ลงนามในนิติบัญญัติที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบดูแลสุขภาพของอเมริกา หลังจากได้มีการดำเนินการมาแล้วครั้งหนึ่งที่เรียกว่า Medicare และ Medicaid ในปี ค.ศ.1965 ภายใต้นิติบัญญัตินี้ โรงพยาบาล แพทย์จะปรับเปลี่ยนวิธีการรักษาพยาบาลทั้งทางด้านการจัดการด้านการเงิน เทคโนโลยี และทางคลินิก เพื่อทำให้ผลบริการทางการแพทย์ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายถูกลง ทำให้บริการรักษาได้กระจายตัวและเข้าถึงได้

Obamacare ขอเรียกอย่างง่ายๆครับ คือความพยายามที่จะเพิ่มคุณภาพการประกันสุขภาพและทำให้ค่ารักษาพยาบาลที่คนรับได้ ลดอัตราค่าประกันสุขภาพ ขยายบริการการประกันสุขภาพ ลดค่าใช้จ่ายของรัฐและบุคคลด้านค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล นิติบัญญัตินี้ได้นำกลไกทางกฎหมาย การกำหนดบังคับ (Mandates) ให้การสนับสนุน (Subsidies) และเสนอแลกเปลี่ยนการประกันสุขภาพ (Insurance exchanges) กฎหมายทำให้ฝ่ายผู้ให้ประกันดังกรณีของบริษัทประกันสุขภาพ (Insurers) ต้องรับประกันสุขภาพทุกคน ครอบคลุมรายละเอียดส่วนหนึ่ง โดยไม่เพิ่มอัตราค่าประกัน ไม่ว่าผู้ขอประกันจะมีสถานะสุขภาพแต่เดิมมาอย่างไร หรือมีเพศใด เรื่องเพศนี้ต้องไม่เป็นเงื่อนไขที่จะจ่ายค่าประกัน แม้ในสภาพจริง ชายมีอายุสั้นกว่าหญิงถึง 5-7 ปี ในปี ค.ศ. 2011 คณะอนุกรรมการด้านค่าใช้จ่ายได้ประมาณว่า Obamarecare หรือ ACA นี้ จะลดค่าใช้จ่ายเกินงบประมาณที่เกิดขึ้น และลดค่าใช้จ่ายด้าน Medicare ที่มีมาเดิมลง

ในวันนี้ (มกราคม, 2017) นิติบัญญัติ ACA หรือ Obamacare ได้ผ่านการต่อสู้อย่างหนักในรัฐสภา กลายเป็นประเด็นที่แบ่งแยกสภาเป็นสองขั้วที่ไม่มีการประสานข้อตกลง ฝ่ายหนึ่งเสนอ ฝ่ายหนึ่งทำให้ตก มีการต่อสู้กันทางการเมืองไม่ใช่เพียงในระดับรัฐบาลกลาง แต่ในระดับรัฐบาลของแต่ละรัฐ ได้รับการต่อต้านทั้งจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม กลุ่มสหภาพแรงงาน และธุรกิจขนาดย่อย ศาลสูงสหรัฐเองยับยั้ง ACA ด้วยเงื่อนไขที่บังคับบุคคลที่ต้องใช้การเงินจากรัฐบาลกลาง และพบว่ารัฐแต่ละรัฐ (States) ไม่สามารถถูกบังคับให้เข้าร่วมในการขยายบริการ Medicaid และพบว่ากฎหมายสนับสนุนให้แต่ละบุคคลให้จ่ายค่าประกันสุขภาพนั้นได้มีอยู่ในทุกรัฐ ไม่ใช่เพียงกลุ่มที่ต้องปรับให้มีการแลกเปลี่ยนบริการนี้กับรัฐ

อย่างไรก็ตาม พบว่านิติบัญญัตินี้ได้ลดเปอร์เซนต์คนที่ไม่ได้มีประกันสุขภาพ จากการศึกษาโดย CDC อัตราส่วนของคนไม่มีประกันเลยได้ลดลงจากร้อยละ 16.0 ในปี ค.ศ. 2010 เหลือ 8.9 ในระหว่างเดือนมกราคม-กรกฏาคม ค.ศ. 2016


คณะกรรมการด้านงบประมาณของรัฐสภา (Congressional Budget Office) รายงานว่า ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2016 ได้มีคนประมาณ 23 ล้านคนได้รับการประกันสุขภาพด้วยผลจากกฎหมายฉบับนี้ 12 ล้านคนได้รับการครอบคลุมด้วยการแลกเปลี่ยนประกันให้เหมาะสมกว่าเดิม (มี 10 ล้านคนที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อให้จ่ายค่าประกันได้) และ 11 ล้านคนได้มีประกันด้วย Medicaid ในปี ค.ศ. 2017 เกือบร้อยละ 70 ของผู้รับประกันจ่ายเพียงน้อยกว่า USD75 ต่อเดือนหลังจากได้รับการสนับสนุน (Subsidies) ซึ่งลดลงอย่างมากกว่าก่อนที่ยังไม่ได้มีระบบนี้ มูลนิธิไคเซอร์ (Kaiser Foundation) ค่าใช้จ่ายประกันสุขภาพแบบดี (Healthcare Premiums) ที่ทางนายจ้างจ่ายให้คนทำงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 69 ในช่วง ค.ศ. 2000-2005 แต่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 27 ในระหว่าง ค.ศ. 2010 ถึง 2015 และเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3 ในช่วงปี ค.ศ. 2015-2016


ภาพ คนรณรงค์สนับสนุน Obamacare คนที่เห็นประโยชน์ และเขาได้รับการครอบคลุมจากกฏหมาย


ภาพ คนที่เห็นประโยชน์ของ Obamacare แต่ต่อไปนี้ จะเป็นเรื่องที่ฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย และได้ประสบกับความเปลี่ยนแปลงแล้ว จะได้บอกแก่นักการเมืองทั้งสองฝ่าย ทั้งรีพับลิกัน และดีโมแครต ว่าการมีระบบ Universal Healthcare นั้นมีดีอย่างไร และมีอะไรที่ควรต้องปรับปรุง


ภาพ Donald Trump หาเสียงด้วยการประกาศจะคว่ำ Obamacare โดยการ Repeal และ Replace กล่าวคือ การปรับแก้กฏหมาย และ หากเป็นไปได้ ก็เลิก Obamacare และหาทางออกที่ดีกว่า ถูกกว่า และประชาชนมีทางเลือก


ภาพ ฝ่ายบริหารนับแต่ต้นปี 2017 เป็นต้นไปจะเป็น Donald Trump จากพรรครีพับลิกัน ฝ่ายพรรคดีโมแครตที่สนับสนุน Obamacare จะเหลือสมาชิกในสภาที่เป็นคนส่วนน้อย แต่ประเด็นคือ แล้วตัว Obamacare เองนั้น ประชาชนเริ่มเห็นประโยชน์แล้วหรือยัง ในภาพ Chuck Schumer ผู้นำฝ่ายค้านในสภา จะเป็นหนึ่งในผู้นำที่จะยืนหยัดให้กับ Obamacare ในยุครัฐบาลทรัมป์ (Trump's Administration)


ภาพ Poster แสดงข้อมูลของค่าใช้จ่ายด้านการประกันสุขภาพที่สูงขึ้นด้วย Obamacare แต่ แต่ฝ่ายที่สนับสนุนก็จะมีข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ค่าประกันสูงขึ้น เพราะคนที่ไปรับประกันในช่วงแรก คือคนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติป่วยเป็นเบาหวาน หัวใจ โรคอ้วน ฯลฯ แต่คนที่มีสุขภาพที่ดียังไม่เข้าร่วมประกัน