Sunday, July 20, 2014

ประเทศลาวเหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม

ประเทศลาวเหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม

ประกอบ คุปรัตน์ 
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, government, ประชาธิปไตย, democracy, สปป ลาว, Lao PDR, เวียงจันทน์หลวงพระบางไกสอน พมวิหานปากเซซำเหนือโพนสุวรรณท่าแขกเมืองไชยวังเวียงปากซัน

ประเทศลาว (Lao PDR) มีประชากร 6,695,166 คน จัดมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 104 ของโลก หรือประมาณ ใน 10 ของประเทศไทย ประเทศลาวมีความหนาแน่นของประชากรที่ 26.7 คน/ตร.กม. หรือเพียงราว 1 ใน 5 ของประเทศไทย ลาวมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่เป็นป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ หากรู้จักวิธีการจัดการที่ดินในลักษณะป่า หรือป่าชุมชน นักวิชาการหลายฝ่ายมองว่าพื้นที่ราบเท่านั้นที่จะทำการเพาะปลูกได้ แต่ความจริงพื้นที่ภูเขา

ด้วยลักษณะชาวลาวมีความสนุกสนาน ต้อนรับผู้คน กิจการด้านการท่องเที่ยวของลาวจึงสามารถส่งเสริมได้ง่ายที่สุด โดยสามารถส่งเสริมไปในลักษณะท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเรียนรู้วัฒนธรรม ด้วยมีชนเผ่าที่หลากหลาย

การท่องเที่ยวถือเป็นการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชน ร่วมไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดย่อยที่อาศัยวัตถุดิบจากท้องที่ ซึ่งได้มาด้วยพื้นฐานการเกษตร

ประเทศลาวมีเมืองสำคัญเรียงลำดับตามขนาดประชากรดังต่อไปนี้

ที่
เมือง
ประชากร
1
196 731
2
47 378
3
66 553
4
88 332
5
38 992
6
37 507
7
26 200
8
25 000
9
25 000
10
21 967

เมืองเหล่านี้มีเส้นทางถนนเชื่อมโยงอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่มีทางรถไฟ หรือการขนส่งระบบราง (Rail system) ในปัจจุบัน แต่ด้วยความจำเป็นของประเทศเพื่อนบ้าน อันได้แก่ไทย พม่า จีน เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งต้องอาศัยประเทศลาวเป็นทางผ่านของการคมนาคมต่อกัน จึงทำให้ลาวแม้ไม่มีเงินทุนของตนเอง แต่ก็สามารถพัฒนาประเทศไปได้ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ และการอาศัยเป็นทางผ่านของประเทศเพื่อนบ้าน และร่วมมือในการพัฒนาภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกัน


การจะไปเที่ยวดูความเจริญของประเทศลาว ไปดูสิ่งก่อสร้างของเมืองต่างๆ เราคงได้เห็นงานก่อสร้างที่ได้เริ่มผลุดขึ้น แต่กระนั้นก็จะยังเทียบไม่ได้กับประเทศไทย มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ แต่หากมองในเชิงศักยภาพ (Potentiality) แล้ว ลาวจะยังเติบโตขยับขยายไปได้อีกไกล ซึ่งจะได้พึ่งพามีประโยชน์ต่อกันกับประเทศไทยในระยะอีกยาวนาน

สถานที่พัก


เมื่อต้องมีการส่งเสริมการท่องเที่ยว ก็ต้องมีที่พักที่เหมาะสมกับลักษณะผู้มาท่องเที่ยว


ภาพ เรือนพัก หรือ Guesthouse ที่พบตามเมืองต่างๆ ที่มีนักท่องเที่ยวมาพัก


ภาพ หนึ่งในสถานที่พักแบบ Resort ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่เสริมทำให้มีอากาศที่เย็นสบาย แทบไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ


ภาพ ที่พักอาศัยตามชุมชนหมู่บ้าน ของชาวลาวและชนกลุ่มน้อย สามารถนำมาดัดแปลเป็นที่พักของนักท่องเที่ยวได้


ภาพ บ้านไม้ที่สร้างมาอย่างดี และเมื่อต้องการปรับปรุง ขยายส่วนล่าง สามารถจัดทำเป็น Guesthouse สำหรับนักท่องเที่ยวได้


ภาพ เด็กๆของชนเผ่า ทำให้หมู่บ้านมีชีวิตชีวาสำหรับการท่องเที่ยว หากต้องรักษาเอกลักษณ์การแต่างกายแบบชนเผ่าเอาไว้ในระดับหนึ่ง

อาหารการกิน


การท่องเที่ยวต้องการลักษณะอาหารที่หลากหลาย ทั้งแบบพื้นบ้าน และแบบสากล หรือาหารทางเลือก อาหารเพื่อสุขภาพ


ภาพ ผัดผักบุุ้ง


ภาพ ผักสดที่ปลูกอยู่โดยทั่วไป ลาวยังไม่ได้ใช้สารเคมีในการเกษตรมากนัก เพราะมีต้นทุนสูง


ภาพ ข้าวเเหนียว ส้มตำ ผัดผัก ผักสด อาหารคล้ายกับในอีสาน


ภาพ ไก่ย่าง ที่เห็นมุมขวาของโต๊ะ


ภาพ ไข่เจียว ปลาทอด


ภาพ อาหารการกินแบบพื้นบ้านของลาว จะมีลักษณะคล้ายอาหารของชาวอีสาน

ลักษณะกลุ่มคนที่มาเที่ยว



ภาพ กลุ่มคนที่มาเที่ยวที่จะเหมาะคือขนาดเท่ากับรถโดยสาร เช่นชนาด 10 คน, 20 คน, หรือ 30 คน ที่เห็นในภาพคือกลุ่มขนาด 10 คน ไม่นับรวมคนขับและมักคุเทศ

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศลาว



ภาพ สถานที่ๆเป็นเขาในรูปลักษณ์ต่างๆกัน สลับกับผืนนาที่เป็นที่ราบ


ภาพ วัดในพุทธศาสนา ซึ่งโดยเปรียบเทียบแล้วมีน้อยกว่าในประเทศไทย

ลักษณะการคมนาคม


ถนน และทางรถไฟ


ภาพ ถนนมาตรฐาน ลาดยาง มักเป็นถนนเชื่อมระหว่างเมืองใหญ่ แต่ประเทศลาวยังไม่ได้พัฒนาทางรถไฟ

ลักษณะชุมชนเมือง



ภาพ เมืองโพนสุวรณร แขวงเชียงขวาง ในประเทศลาว มองลมาจากโรงแรที่พักที่ตั้งอยู่บนเขา


ภาพ ลักษณะตลาดที่ยังเป็นแบบพื้นบ้าน หรือตลาดสดในเมืองระดับหัวเมือง ส่วนเมืองเวียงจันท์ จะมีลักษณะที่เปลี่ยนไป คล้ายกับกรุงเทพฯ มากขึ้น


ภาพ อาขีพการเกษตรที่มีสินค้าซื้อขายกันเอง ดังเข่นการเลี้ยงเป็ดไก่ ก็จะขายเป็นตัวๆยังมีชีวิต แล้วคนซื้อต้องนำไปเชือดและถอนขนเอง


ภาพ พืชผลการเกษตร ที่มีวางขายนตลาด


ภาพ มะนาวที่มีขายในตลาด


ภาพ กล้วยและมะนาว หากมีการส่งเสริมการปลูก การคัดเลือกสายพันธุ์ ก็จะสามารถผลิตเพื่อการส่งออก หรือการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารขนาดย้อยได้


ภาพ รวงต่อ อาหารป่า สามารถนำไปประกอบอาหาหรได้












Saturday, July 19, 2014

ประเทศลาวตอนเหนือ จากสงครามสู่สันติภาพ

ประเทศลาวตอนเหนือ จากสงครามสู่สันติภาพ

ประกอบ คุปรัตน์ 
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, government,ประชาธิปไตย democracy, สปป ลาว, Loa PDR, สันติภาพ, peace, สงคราม, war, สหรัฐอเมริกา, USA, การโจมตีทางอากาศ,

ปะเทดซาด ได้จาลึกไว้วันแห่งโสกนาตะกำ
ถ้ำปิว 24-11-1968 374 สบเพียงวินาทีเดียว

ช่วงที่ผมและคณาจารย์ได้มีโอกาสไปเยือนประเทศลาวโดยทางรถยนต์ จากเมืองเวียงจันท์ขึ้นไปทางเหนือ จนไปสู่เขตเชียงขวาง ส่วนหนึ่งเพื่อให้ได้เรียนรู้ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว นอกเหนือจากสภาพแวดล้อมแบบเมืองที่นครเวียงจันท์ ที่ได้เคยไปมาบ้างแล้ว

คราวนี้ ได้เดินทางไปจนถึงเขตเชียงขวาง และได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์บางแห่ง
ทัศนศึกษา ชมถ้ำที่เมืองเวียงชัย (Viengxay Caves) เมืองเวียงชัย จังหวัดหัวพัน ประเทศลาว (Viengxay, Houaphanh Province, LAO PDR) บริเวณนี้มีถ้ำที่มีความซับซ้อนแต่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ ในช่วงปี ค.ศ. 1964 ถึง 1973 ได้มีถ้ำบริเวณนี้ประมาณ 400 แห่งที่เป็นที่หลบซ่อนตัวของกองทัพประชาชนลาวจากการทิ้งระเบิดและโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกา กว่า 20,000 คน บริเวณนี้ห่างจากชายแดนเวียดนามเพียง 52 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ลำเลียงกำลังทหารจากเวียดนามเหนือสู่เวียดนามใต้

ถ้าปิว (Pew Cave) เป็นถ้ำประวัติศาสตร์ เป็นถ้้ำที่เครื่องบินรบอเมริกันยิงระเบิดเข้าปากถ้ำ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 1968 ยิง 2 ลูก เข้าไปหนึ่งลูก คน 374 คนตายในทันที

ปัจจุบนเมืองเวียงชัย (Viengxay) เป็นที่ๆสงบ มีเสน่ห์ของธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถขี่จักรยานหรือจักรยานยนต์ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆได้ รวมถึงการเยี่ยมชนเผ่าต่างๆ เช่น ไทแดง (Tai daeng, Yao, Kamu, Hmong) มีการทอผ้าไหมและผ้าฝ้ายที่ละเอียดสวยงาม มีบ้านพักแบบ Guesthouses ที่ดำเนินการโดยชาวบ้านแบบเป็นกันเองและเรียบง่าย


ภาพ พิพิธภัณฑ์ที่จังหวัดเชียงขวาง สปป ลาว


ภาพ ทางเข้าพิพิธภัณฑ์เชียงขวาง สปป ลาว


ภาพ ลูกระเบิดนานาชนิดที่ใช้ในสงครามอินโดจีน ซึ่งยังมีระเบิดหลงเหลืออยู่ทั่วบริเวณ โดยประมาณ ระเบิดร้อยละ 30 ไม่จุดระเบิด และยังคงฝังดิน ซึ่งต้องมีการสำรวจหา และทำลาย


ภาพ ระเบิดนานาชนิดที่ถูกทิ้งลงในบริเวณจังหวัดเชียงขวาง ทางตอนหนือของประเทศลาว ภาพจากพิพิธภัณฑ์จังหวัดเชียงขวาง สปป ลาว


พิพิธภัณฑ์ ในช่วงที่ยังไม่ได้เก็บสะสมเกี่ยวกับวัฒนธรรมชนเผ่าของที่จังหวัดเชียงขวาง ก็ใช้เก็บสะสมชิ้นส่วนที่เก็บได้จากสงครามอินโดจีน


ภาพ อาวุธปืนประเภทปืนยิ่งเร็วหรือปืนกลมือ ที่ใช้ในสงครามอินโดจีน


ภาพ อนุสาวรีย์ถ้ำปิว ทางตอนเหนือของประเทศลาว


ภาพ ที่จารึกไว้ “ปะเทดซาด ได้จาลึกไว้วันแห่งโสกนาตะกำ ถ้ำปิว 24-11-1968 374 สบเพียงวินาทีเดียว
374 ศพที่ได้เสียชีวิตใน้ำปิวแห่งนี้ ในวันที่ 24 เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1968


ภาพ บริเวณปากถ้ำปิว ซึ่งมีความลึกไม่มากนัก เมื่อระเบิดถูกยิงเข้าไปในถ้ำ จึงสังหารทุกคนในถ้ำ ไม่มีเหลือรอดชีวิต


ภาพ ชาวบ้านคนหนึ่งที่พ่อแม่เขาเสียชีวิตด้วย แต่เขามีชีวิตรอด เพราะไม่ได้เข้าไปหลบภัยในถ้ำ

รถยนต์ไฟฟ้า Prius รุ่นต่อไป จะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทั้ง 4 ล้อ

รถยนต์ไฟฟ้า Prius รุ่นต่อไป จะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทั้ง 4 ล้อ

ประกอบ คุปรัตน์ 
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com


Keywords: การขนส่ง, ยานพาหนะ, รถยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม, โตโยต้า, Toyota, Prius, Hybrid cars, PHEV, EVs

ศึกษาและเรียบเรียงจาก Next Generation Toyota Prius To Get Electric All-Wheel Drive.” Electric Vehicle News, TUESDAY, JULY 15, 2014

Toyota Prius รุ่นต่อไป จะมีแบตเตอรี่สองแบบให้เลือก หนึ่งคือแบตเตอรี่ที่เป็น Nickel metal hydride ซึ่งราคาย่อมเยากว่า และมีความทนทานที่ได้พิสูจน์มาแล้ว ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการใช้พลังไฟฟ้าในการขับเคลื่อนระยะทางที่ไกลขึ้น คือใช้ลิเธียม-ไอออน (Lithium-ion) และราคาจะสูงกว่า
Prius รุ่นใหม่จะเปิดตัวในปี ค.ศ. 2016 ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีใหม่หมด มีโครงร่างและตัวถังที่เบาลง ขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แบตเตอรี่จะเป็นแบบใหม่ และจะมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่สร้างความฉงนแก่ทุกคน

Toyota คงจะต้องปรับเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม Prius ที่มีระบบพลังงานจากแบตเตอรี่เป็นตัวเสริมการขับเคลื่อนด้วยพลังเครื่องยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นระบบใช้ไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊ก (Plug-in Hybrid Vehicle – PHEV) ที่ใช้พลังขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก แล้วใช้พลังงานจากเครื่องยนต์เป็นตัวเสริม ทำให้วิ่งได้ในระยะทางที่ยาวขึ้น แต่เชื่อว่าเครื่องยนต์ใหม่จะมีขนาดเล็กลง มีน้ำหนักโดยรวมเบาขึ้น แต่ให้พลังงานและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น


ในปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม Prius จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม (Hybrid electric cars) พัฒนาด้วยแนวคิด Synergic Drive เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 ซึ่งได้ใช้งานและพัฒนาต่อเนื่องในฐานคิดเดิมมาเป็นเวลา 17 ปีแล้ว โดยรวมเชื่อว่ารถในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีการแข่งขันกันด้านรถยนต์ไฟฟ้า ใช้พลังไฟฟ้าเป็นหลักมากขึ้น และโตโยต้า ที่เป็นยักษ์ใหญ่สุดของรถยนต์ทั้งหลาย ก็ต้องหันมาตามแนวโน้มใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและไฟฟ้าลูกประสมที่ซุ่มพัฒนากันมาในช่วงเวลาที่ผ่านมา

Friday, July 11, 2014

ลองกินถั่วเขียว (Mung beans) แบบไม่เป็นขมมหวานกันบ้างครับ

ลองกินถั่วเขียว (Mung beans) แบบไม่เป็นขมมหวานกันบ้างครับ

ประกอบ คุปรัตน์ 
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: อาหาร, food, โภชนาการ, nutrition, การประกอบอาหาร, cooking, ถั่วเขียว, Mung beans
ถั่วเขียว (Mung beans) เป็นพืชตระกูลถั่ว ที่ให้เมล็ดที่มีเปลือกสีเขียว แต่เนื้อเมล็ดสีเหลือง ถั่วเขียวเป็น

พืชที่มีอายุสั้น หรือวงจรชีวิตของถั่วเขียวมันสั้น จึงใช้น้ำน้อยกว่าพืชไร่อื่นหลายชนิด และงอกได้เร็ว สามารถใช้ในระบบปลูกพืช เช่น ทดแทนข้าวนาปรัง ปลูกก่อนข้าวโพดในพื้นที่ประสพภัยแล้ง ใช้ปลูกก่อนหรือหลังการทำนาหรือทำไร่ เพื่อตัดวงจรการระบาดของศัตรูพืช ช่วยบำรุงรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ตรึงไนโตรเจนได้ดี สามารถใช้เป็นปุ๋ยพืชสดให้ปริมาณไนโตรเจนสูง ถั่วเขียวใช้เป็นวัตถุดิบ ในการผลิตแป้งวุ้นเส้น เพาะถั่วงอก และประกอบอาหารอื่นๆ ถั่วเขียวมีสองชนิด ได้แก่ ถั่วเขียวผิวมัน และถั่วเขียวผิวดำ วิกิพีเดีย ภาษาไทย

อย่าเข้าใจผิด แปลถั่วเขียวทับศัพท์ว่าเป็น Green bean เพราะเป็นคนละชนิดกันครับ

ในภาษาอังกฤษ ถั่วเขียวรู้จักกันในชื่อ Mung bean, moong bean หรือ Green gram หรือ Golden gram เป็นพืชที่พบปลูกกันมาในแถบอนุทวีปอินเดีย (Indian subcontinent) และในประเทศฟิลิปปินส์ ไทย, อินเดีย, บังคลาเทศ, เวียดนาม, กัมพูชา, จีน พม่า และอินโดนีเซีย แต่พบว่ามีปลูกในเขตร้อนอื่นๆ เช่นในทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา และยุโรปตอนใต้

ในทางโภชนาการ ถั่วเขียวมีส่วนประกอบดังนี้


ในถั่วเขียวแห้ง 100 กรัม
Nutritional value per 100 g (3.5 oz)
พลังงาน
Energy
1,452 kJ (347 kcal)
คาร์โบไฮเดรต
Carbohydrates
62.62 g
น้ำตาล
Sugars
6.6 g
เยื่อใย
Dietary fiber
16.3 g
1.15 g
23.86 g

ถั่วเขียวไม่ลอกเปลือกมีความเป็นโภชนาการที่ให้พลังงานอย่างช้าๆได้ดี เหมาะแก่การกินเพื่อต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือคนเป็นเบาหวาน มีไขมันต่ำ แต่มีโปรตีนค่อนข้างสูงที่ร้อยละ 24 และเพราะมีเยื่อใยสูง จึงช่วยในระบบขับถ่าย นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆอยู่มากมาย ดังนั้น เมื่ออาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์มีราคาแพง การบริโภคถั่วเขียวและถั่วในตระกูลต่างๆ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

ในอินเดียและบังคลาเทศ พบมีการกินถั่วเขียวต้มเป็นอาหารจานหลักเหมือนคนไทยกินข้าว ชาวอนุทวีปอินเดียกินถั่วเขียวแบบปนไปกับข้าวสวย หรือทำแกงที่มีถั่วเขียวเป็นส่วนประกอบ บางแห่งใช้แช่น้ำลอกเปลือกถั่วสีเขียวออก ข้างในจะเป็นสีเหลืองทอง ซึ่งคนจึงเข้าใจผิดว่าเป็นถั่วเหลือง

ในหมู่คนไทยจะพบกินถั่วเขียวเป็นขนม (Dessert, sweet)  เช่น ถั่วเขียวต้มน้ำตาล หรือถั่วกวนที่ทำมาจากถั่วเขียวลอกเปลือกออกแล้ว หรือใช้เป็นไส้ในของขนมเปี๊ยะ (Moon cake)


ภาพ ขนม ถั่วเขียวต้มน้ำตาล


ภาพ แกงกะหรี่ถั่วเขียว (Mung Bean Musala) มีถั่วเขียวเป็นส่วนประกอบ พร้อมกับมีโยเกิร์ต (Yogurt) ที่ทำมาจากนม แต่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ จัดเป็นอาหารสำหรับผู้เป็นมังสะวิรัติ (Vegetarians)


ภาพ ถั่วเขียว (Mung bean) เช่นเดียวกับถั่วประเภทอื่นๆ ที่ให้โปรตีนทดแทนเนื้อสัตว์ได้ หากดูแลด้านอะมิโนแอซิดให้เหมาะสม


ภาพ คนจีนใช้ใส้พวกถั่วต่างๆ รวมทั้งถั่วเขียวลอกเปลือก ทำเป็นใส้ 

ภาพ 

Tuesday, July 8, 2014

อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองเป็นมิตรกับจักรยานที่สุดอันดับ 1

อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองเป็นมิตรกับจักรยานที่สุดอันดับ 1

ประกอบ คุปรัตน์ 
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com


ภาพ ทางวิ่งสำหรับรถจักรยานในเมืองอัมสเตอร์ดัม

Keywords: การขนส่ง, transportation, การเดินทาง, commuting, สิ่งแวดล้อม, environment, ecology, energy, รถจักรยาน, bicycles, bikes, เมืองเป็นมิตรกับจักรยาน, Bicycle-Friendly Cities, อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์, Amsterdam, The Netherlands

อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Amsterdam, The Netherlands) ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเป็นมิตรกับจักรยานที่สุดอันดับ 1 ของโลก และหากนับเป็นประเทศ เนเธอร์แลนด (Netherlands) คือประเทศที่เป็นมิตรกับจักรยานมากที่สุดของโลก หรือมีคนขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงของจักรยานโลก”

ในเมืองอัมสเตอร์ดัม มีคนใช้รถจักรยานในเขตเมืองด้านในร้อยละ 60 และสำหรับเขตเมืองทั้งหมดมีร้อยละ 38 ในเมืองอัมสเตอร์ดัม มีจักรยานสาธารณะให้เช่า และเขาวางแผนที่จะสร้างที่จอดจักรยานจำนวนมากไว้ตามสถานีรถไฟ สถานีรถใต้ดิน ทั้งนี้เพื่อขจัดการใช้รถยนต์ส่วนตัวที่ไม่จำเป็นออกไป ในเมืองอัมสเตอร์ดัมมีจักรยาน ถึง 1,000,000 คัน

สำหรับคนนอกประเทศเนเธอร์แลนด์ จะรู้จักเมืองอัมสเตอร์ดัมว่าเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมใช้รถจักรยานของโลก แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว เมืองที่เล็กกว่าอื่นๆ ก็มีการใช้จักรยานกันอย่างกว้างขวาง และอัมสเตอร์ดัมไม่ใช่เมืองที่ใช้จักรยานมากที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ ในการจัดอันดับเมืองใช้รถจักรยานมากที่สุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ ใน Fietsstad 2014  หรือ BikeCity 2014 โดยสมาคมคนขี่จักรยาน เมืองที่ปรากฏอยู่ในรายชื่อคือ The Hague, Eindhoven และ Almere ส่วนเมืองที่เป็นมิตรกับจักรยานที่สุดของเนเธอร์แลนด์ คือ Groningen

สำหรับเมืองโดยทั่วไปของเนเธอร์แลนด์จะมีการจราจรที่สงบเงียบ มีอุปกรณ์สนับสนุนคนขี่จักรยาน มีช่องทางสำหรับคนขี่จักรยานอยู่โดยทั่วไป และเช่นเดียวกับมีที่จอดรถจักรยานกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนตามสถานีจอดรถจักรยาน ก็จะมีระบบสอดส่อง ป้องกันคนขโมยรถจักรยาน ในประเทศเนเธอร์แลนด์มีรถจักรยานให้เช่าด้วยค่าเช่าไม่แพง

จักรยานเป็นยานพาหนะที่ไม่จำกัดด้วยสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นยานพาหนะที่อำนวยความสะดวกสำหรับคนทุกหมู่เหล่า มีคนตั้งคำถามว่าทำไมเมืองนี้จึงมีคนนิยมใช้จักรยานกันมาก คำตอบคือ - เมืองอัมสเตอร์ดัมมีขนาดเล็ก มีช่องทางรถจักรยานสำหรับทั้งเมืองถึง 400 กิโลเมตร มีพื้นที่ราบ คล้ายๆกับกรุงเทพฯ และเขาสร้างเงื่อนไขที่ทำให้การขับขี่รถยนต์ส่วนตัวไม่สะดวกนัก และมีค่าใช้จ่ายแพง ตั้งแต่ราคาน้ำมันที่แพงเพราะภาษีน้ำมัน สถานที่จอดรถมีราคาแพง มีถนนหลายสายปิดการจราจรสำหรับรถยนต์ หรือทำเป็นวิ่งได้ทางเดียว (One-way) ส่วนทางวิ่งของจักรยานที่ต้องแบ่งกันใช้กับถนนรถยนต์วิ่ง ก็จะทาสีเป็นน้ำตาล เพื่อให้เห็นแตกต่างจากทางคนเดิน หรือทางรถวิ่ง

สำหรับกฎหมายเองก็เอื้อต่อคนชี่จักรยาน หากเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานชนกับรถยนต์ โดยไม่มีเจตนา ก็ถือว่าเป็นความผิดของฝ่ายรถยนต์ ฝ่ายประกันภัยของรถยนต์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย แม้หากแน่ชัดว่าเป็นความผิดของฝ่ายคนขี่จักรยาน แต่ไม่เจตนา ฝ่ายประกันภัยของรถยนต์ก็ต้องจ่ายค่าเสียหาย ค่าซ่อม ค่ารักษาที่เกิดขึ้นครึ่งหนึ่ง หากผู้ขี่จักรยานเป็นผู้มีอายุ 14 ปีหรือต่ำกว่า ฝ่ายประกันภัยของรถยนต์ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด ทั้งนี้ต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยไม่เจตนา

สำหรับจักรยานขี่จักรยานบนท้องถนนนั้นมีหลากหลาย ทั้งรถจักรยานสปอร์ตหรู หรือรถจักรยานธรรมดา มีเกียร์เดียว (Fixed gear) มีทั้งที่เป็นรถจักรยานขี่บนถนนเรียบ (city bikes), จักรยานวิ่งบนถนนทั่วไปทั้งในชนบท (road bikes), จักรยานขี่บนภูเขา (mountain bikes), และจักรยานนั่งเอนหลังขี่ (recumbent bikes) ซึ่งมีทั้งสองล้อ และสามล้อ (Tricycles)


ภาพ รถจักรยานแบบทั่วไปที่ใช้ชี่ในเมืองอัมสเตอร์ดัมเป็นแบบรถไม่มีเกียร์ (Fixed gear) เพราะไม่ต้องขี่ขึ้นเขา หรือที่สูง ซึ่งต้องใช้การทดเกียร์ต่ำ


ภาพ รถจักรยานแบบ Recumbent tricycle ให้ความเร็วได้สูง มีความมั่นคงในการชับชี่ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล หรือขี่เมื่อถนนลื่น เพราะแบบ 3 ล้อ ให้ความเชื่อมั่นได้ว่าไม่ลื่นไถลล้ม รถจักรยานสามล้อเช่นนี้ สามารถทำเป็นรถจักรยานสามล้อไฟฟ้า (e-trikes)

สำหรับนักท่องเที่ยวเน้นสุขภาพ อัมสเตอร์ดัมมีจักรยานที่ให้บริการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มรอบเมือง ซึ่งโดยทั่วไป การเดินทางด้วยรุถจักรยานค่อนข้างปลอดภัย ดังในปี ค.ศ. 2007 ทั้งปีมีผู้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุจากรถจักรยานเพียง 18 ราย

แต่ข้อเสียก็มี โดยในปี ค.ศ. 2005 มีจักรยานถูกโจรกรรม 54,000 คัน และในทุกๆปี จะพบจักรยานที่งมได้จากคลองที่มีอยู่โดยทั่วไปของเมืองถึง 12,000-15,000 คัน อาจเป็นไปได้ว่าเพราะมีคนไปจอดแบบไม่เลือกที่และสร้างความลำบอกแก่รถจักรยานคันอื่นๆ จึงถูกจับโยนลงคลอง ซึ่งมีอยู่มากมายในประเทศเนเธอร์แลนด์


ภาพ การขี่จักรยานในอัมสเตอร์ดัม นั่นเป็นไปได้เพื่อทั้งขี่ไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ หรือเพื่อสันทนาการ


ภาพ การจะเลือกรถจักรยานใช้ขี่ในอัมสเตอร์ดัม ไม่จำเป็นต้องเลือกที่แฟนซีมากนัก เพราะส่วนใหญ่ใช้ขี่ในพื้นที่ราบ


ปัญหาใหญ่ของเมืองอัมสเตอร์ดัม คือ การหาที่ให้จักรยานจอด


ภาพ ที่จอดรถจักรยานในอัมสเตอร์ดัม ซึ่งต้องคิดหาที่จอดรถได้อย่างเป็นระเบียบ มีที่ล๊อกรถ

Monday, July 7, 2014

คูริทิบา ประเทศบราซิล เมืองเป็นมิตรกับจักรยานอันดับที่ 4

คูริทิบา ประเทศบราซิล เมืองเป็นมิตรกับจักรยานอันดับที่ 4

ประกอบ คุปรัตน์ 
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การขนส่ง, transportation, การเดินทาง, commuting, สิ่งแวดล้อม, environment, ecology, energy, รถจักรยาน, bicycles, bikes, เมืองเป็นมิตรกับจักรยาน, Bicycle-Friendly Cities, คูริทิบา ประเทศบราซิล, Curitiba, Brazil


ภาพ ชุมชนที่ร่วมใช้จักรยาน ไม่ใช่เพียงเพื่อสันทนาการ แต่เพื่อใช้ในการเดินทางในแต่ละวัน

คูริทิบา ประเทศบราซิล (Curitiba, Brazil) อาจได้ชื่อว่าเป็นเมืองจัดวางผังเมืองที่ดีที่สุดในโลก และเขาใช้แนวคิดการใช้จักรยานประสมประสานเข้ากับการออกแบบเมือง เมืองคูริทิบาผลักดันให้การขี่จักรยานเป็นยานพาหนะหลักของเมืองมานานกว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดช่องทางรถจักรยาน (Bike lanes)
ก่อนอื่น ลองมองภาพกว้างรวมๆของประเทศบราซิล (Brazil) ซึ่งเป็นประเทศกว้างใหญ่ มีพื้นที่กว้าง 8,515,767 ตารางกิโลเมตร จัดเป็นประเทศมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก มีประชากร 201 ล้านคน จัดเป็นประเทศมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก ประเทศบราซิลเองจัดได้ว่ามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง ประขากรมีรายได้เฉลี่ย USD 12,526 หากคิดจากผลผลิตมวลรวมของชาติ บราซิลมีผลผลิตอ้อยมากที่สุดในโลก และส่วนหนึ่งได้ใช้ในการผลิต Ethernol เป็นพลังงานทดแทนน้ำมันจากปิโตรเลียม

ในด้านการเตรียมตัวต่อปัญหาพลังงานและสิ่งแวดล้อม ชาวบราซิลเองได้มีความมุ่งมั่นที่จะให้มีทางเลือกของการขนส่งและเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้โดยทำให้โครงสร้างพื้นฐานของเมือง รองรับและส่งเสริมการใช้รถจักรยานเป็นทางเลือกการเดินทางทดแทนการใช้รถยนต์นั่งส่วนตัว ซึ่งนับวันจะมีแต่สร้างการจราจรติดขัดบนถนนหลวง และเผาผลาญพลังงานปิโตรเลียมที่นับวันมีแต่จะหมดไป
เมืองคูริทิบา เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่สุดของรัฐพารานา (Paraná) ของประเทศบราซิล เมืองมีประชากรประมาณ 1,760,500 คน (2010) และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับ 8 ของประเทศ และเป็นเมืองใหญ่สุดในเขตใต้ และหากนับเขตเทศบาลที่เรียกว่า Curitiba Metropolitan Area ซึ่งมีเทศบาลรวม 26 แห่ง มีประชากรรวม 3.2 ล้านคน นับเป็นเขตมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 7 ของประเทศ คูริทิบานับเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญอันดับที่ 7 ของประเทศบราซิล

ตามแผนแม่บท Cicloviário Master Plan ซึ่งเตรียมโดยสถาบันคูริทิบาวิจัยและพัฒนาชุมชนเมือง (Curitiba Institute for Urban Research and Planning) เมืองคูริทิบาจะสร้างเครือข่ายช่องทางรถจักรยานเพิ่มขึ้นอีก 120 กิโลเมตร ซึ่งเติมให้เมืองมีทางรถจักรยานเพิ่มเป็น 400 กิโลเมตร นับว่าเป็นทางจักรยานของเมืองที่ยาวที่สุดอันดับสองของประเทศ


การส่งเสริมการใช้จักรยานนี้ ไม่ใช่เพื่อการขี่แบบพักผ่อนหย่อนใจหรือเป็นการกีฬา แต่เขาต้องการให้เป็นทางเลือกในการเดินทาง นับเป็นการให้ความสำคัญในด้านการเดินทางที่เป็นทางเลือกใหม่ ที่เรียกว่า Mobility and Accessibility Program การสร้างทางจักรยานนี้ เป็นการขยายสิ่งที่มีอยู่แล้วในเมือง ให้ไปเชื่อมโยงกับชุมชนเขตเมืองเพื่อนบ้าน


ภาพ ส่งเสริมรถประจำทาง มากกว่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล


ภาพ ถนนบางสายปิดเพื่อให้กลายเป็นถนนคนเดิน


ภาพ ส่งเสริมพื้นที่สาธารณะ และคุณภาพชีวิต ลดพื้นที่การใช้รถยนต์


ภาพ ป้ายจอดรถประจำทาง ที่ได้สิทธิในการวิ่งได้อย่างด่วน รวดเร็ว

Sunday, July 6, 2014

พอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน เมืองเป็นมิตรกับจักรยานที่สุดอันดับ 6

พอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน เมืองเป็นมิตรกับจักรยานที่สุดอันดับ 6

ประกอบ คุปรัตน์ 
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com


ภาพ ถนนเชื่อมระหว่างเมืองพอร์ตแลนด์กับเขตชานเมือง หรือเมืองเล็กๆโดยรอบ จะถูกปรับให้รองรับการขี่จักรยานมาทำงานได้อย่างปลอดภัย


Keywords: การขนส่ง, transportation, การเดินทาง, commuting, สิ่งแวดล้อม, environment, ecology, energy, รถจักรยาน, bicycles, bikes, เมืองเป็นมิตรกับจักรยาน, Bicycle-Friendly Cities, พอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา, Portland, Oregon, USA

พอร์ตแลนด์ (Portland, Oregon, USA) เมืองเป็นมิตรกับจักรยานที่สุดอันดับ 6 ของโลก

เมืองพอร์ตแลนด์ เหมือนกับเมืองอื่นๆทางฝั่งทะเลตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ที่มีเส้นทางถนนเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงไปทั่ว เหมือนดังเป็นเส้นโลหิตฝอย แต่ที่แตกต่างไป คือพอร์ตแลนด์ได้ทำให้ถนนเหล่านี้เป็นทางเลือกที่คนใช้เดินทางด้วยจักรยานระหว่างชานเมืองที่พัก กับเขตเมืองของพอร์ตแลนด์โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้มีรายได้น้อย และคนรักการออกกำลังกายและสุขภาพ ทั้งนี้รวมถึงโปรแกรมให้ชาวเมืองได้ซื้อจักรยานราคาถูก มาพร้อมกับหมวกนิรภัย กุญแจล๊อครถ เครื่องสูบลมจักรยาน แผนที่ และชุดกันฝน ซึ่งจำเป็นสำหรับเมืองในแถบชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐนี้ที่มีฝนตกชุก และด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีประชาชนร้อยละ 9 ที่เลือกใช้การเดินทางโดยรถจักรยาน ซึ่งนับว่าสูงมาก สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา ที่คนใช้รถยนต์กันเกือบทั้งหมด และเป็นรถที่มีขนาดใหญ่กว่ายุโรป และที่ใดๆในโลก

พอร์ตแลนด์เป็นเมืองหนึ่งในรัฐโอเรกอน เป็นบริเวณที่แม่น้ำวิลลาแมทท์ (Willamette) และแม่น้ำโคลัมเบีย (Columbia) ที่มาบรรจบกัน เมืองนี้มีประชากร 592,120 คนในปี ค.ศ. 2013 เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 29 ของสหรัฐอเมริกา และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสาม ของเขตแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ (Pacific Northwest) เป็นรองจากเมืองซีแอตเติลของรัฐวอชิงตัน (Seattle,Washington) และเมืองแวนคูเวอร์ของบริติชโคลัมเบียในแคนาดา (Vancouver, British Columbia) ซึ่งในบริเวณนี้ทั้งหมดมีประชากรรวม 2,314,554 คน จัดเป็นเขตเมือง (Urban) ที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 19  ของสหรัฐอเมริกา


ภาพ หากนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวเมืองพอร์ตแลนด์ สามารถเลือกการเดินทางภายในเมืองด้วยจักรยานเช่าได้


ภาพ เขตที่อุบัติเหตุร้อยละ 69 จะเกิดขึ้นคือบริเวณสี่แยก หรือบริเวณถนนตัดกัน คนขับรถยนต์ยังไม่ตระหนักว่ามีคนขี่รถจักรยานที่ใช้ถนนร่วมด้วย


ภาพ การมีคนใช้จักรยานมากขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นตัวเปลี่ยนค่านิยม และความตระหนักของประชาชน และทำให้การขี่จักรยานโดยรวมมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วย

ข้อมูลพื้นฐานการใช้รถยนต์ในสหรัฐอเมริกา

กล่าวถึงสหรัฐอเมริกา มีเพียงเมืองพอร์ตแลนด์ที่จัดเป็นหนึ่งใน 10 ของเมืองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แม้จะมีความตื่นตัวมากขึ้นในการพัฒนาประเทศสู่การเน้นสิ่งแวดล้อม


สหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีประชากรประมาณ 318.4 ล้านคน (2014) แต่มียานพาหนะในรูปรถยนต์นั่งถึง 254.4 ล้านคัน (2007) และแนวโน้มนี้ก็มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี และสหรัฐเองก็เป็นที่ตั้งของบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ 3 บริษัทของอเมริกันเอง คือ General Motors, Ford Motor Company และ Chrysler ซึ่งในปัจจุบันได้ถูก 2 บริษัทญี่ปุ่นเข้ามาแทนที่ คือ Toyota และ Honda คนอเมริกันผูกพันชีวิตของตนเองกับการใช้รถยนต์ จนมีจำนวนรถมากกว่าใบอนุญาตขับขี่ นั่นหมายความว่ามีบางคนหรือหลายคนที่มีรถยนต์มากกว่า 1 คัน การจะทำให้อเมริกาหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม ลดการเผาผลาญน้ำมันปิโตรเลียมจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพราะหลายๆอย่างได้กลายเป็นวิถีชีวิตของคนอเมริกันไปแล้ว