Saturday, February 22, 2014

วันนี้ขอพูดถึงสอง TIME คนละทวีป แต่เป็นเรื่องเดียวกัน

วันนี้ขอพูดถึงสอง TIME คนละทวีป แต่เป็นเรื่องเดียวกัน

Keywords: สื่อสารมวลชน, journalism, ธาม เชื้อสถาปนศิริ, Time Chuastapanasiri, สรยุทธ สุทัศนะจินดา, hate speech, ระบอบทักษิณ, Thaksinocracy,
 

ภาพ นายธาม เชื้อสถาปนศิริ


ภาพ นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสื่อสาธารณะ ที่วิจารณ์การทำงานของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นักจัดรายการข่าวที่มีคนติดตามมากที่สุด และถูกวิจารณ์มากที่สุด

วันนี้จะพูดถึงเรื่องสอง TIME โดย Time แรก คือ นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.) ซึ่งใช้ชื่อใน Facebook ว่า Time Chuastapanasiri เขียนวิจารณ์นาย “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” นักจัดรายการข่าวและผู้อ่านข่าวในรายการที่มีคนติดตามมากที่สุดในประเทศไทย มีคนชอบมาก และก็มีคนเกลียดอย่างมากๆ เพราะอะไร? ต้องอ่านข้อเขียนอย่างสั้นๆของ “ธาม” ผมเองก็สงสัยเหมือนกันว่าคณะวิชาด้านสื่อสารมวลชนของมหาวิทยาลัยทั้งหลาย เขาสอนลูกศิษย์ลูกหาให้ยืดหลักการอะไร 

เพราะตามความเข้าใจของผม สื่อสารมวลชนต้องแสวงหาความเป็นจริง (Truth) ที่สำคัญและเป็นสารประโยชน์แก่ประชาชน และนำมาตีแผ่ให้คนได้เข้าใจในทุกแง่มุมอย่างรอบด้าน สื่อมวลชนไม่จำเป็นต้องเข้าข้างทางการเมืองใดการเมืองหนึ่ง แต่สื่อฯต้องยืดหลักการแสวงหาความจริงอย่างมุ่งมั่นราวกับเป็นศาสนา โดยยืดประโยชน์ของสังคมและมนุษยโลกเป็นที่ตั้ง

TIME ที่สอง คือนิตยสาร TIME ที่เป็นนิตยสารรายสัปดาห์ที่มีผู้อ่านมากที่สุดในโลก ผมเองบอกรับมานานเป็นสิบๆปี ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ปัจจุบันกำลังประสบวิกฤติเศรษฐกิจและโยงไปถึงจริยธรรมความเป็นสื่อสากลงที่ขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะขอพูดถึงในช่วงต่อไปครับ – ประกอบ คุปรัตน์ (23 กุมภาพันธ์ 2557)

Shutdown Corruption - ปิดคอรัปชั่น 

ขอบคุณ คุณธาม เชื้อสถาปนศิริ ค่ะ หลังคำชี้แจงของ นายสรยุทธ ถูกถ่ายทอดออกมาไม่กี่ชั่วโมง นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการ สถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.) ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Time Chuastapanasiri" โดยใช้ชื่อเรื่องว่า "เหยื่อของนักเล่าข่าว?" พร้อมระบุเนื้อหาว่า

"เห็นนักเล่าข่าวท่านหนึ่งโอดครวญว่าเป็นเหยื่อความขัดแย้งทางการเมือง นับว่าน่าเห็นใจ แต่ต้องบอกว่าคุณเข้าใจผิดไปมาก คุณไม่ใช่เหยื่อทางการเมืองหรอก "สังคมต่างหาก ที่เป็นเหยื่อของคุณ" เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่าสิบปี ข่าวสารที่คุณให้กับสังคมนั้น มันไม่ตรงไปตรงมา ไม่เป็นธรรม เจือปนด้วยความคิดเห็นสอดแทรก และทัศนคติของคุณ คุณเลือกเอาเฉพาะแต่สิ่งที่ตัวคุณเชื่อ คุณชอบ มากล่อมเกลาประชาชนให้หลงเชื่อหลงชอบ คุณใช้เทคนิคแพรวพราว กลวิธีการเล่าข่าวคุยข่าวให้น่าสนใจ สนุกสนานจนละเลยข้อเท็จจริงที่สำคัญ คุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับเนื้อแท้สาระข่าวสารที่จำเป็นสำหรับประเทศ เอาแต่เล่นข่าวเร้าอารมณ์ ดราม่า และเล่นกับอารมณ์คนดูให้เสพติดข่าวสารแบบความบันเทิงไร้สาระ คุณใช้วิธีการสร้างความสำคัญให้อีกฝ่ายที่คุณชอบ และลดความสำคัญของอีกฝ่ายที่คุณเกลียด และใช้ข่าวสารบิดเบี้ยวเป็นเครื่องมือทางการเมืองทำร้ายวิชาชีพข่าว ลองมองให้ดี ประชาชนต่างหากที่เป็นเหยื่อของความคิดเห็นทางการเมืองเอนเอียงอคติ และความไร้จริยธรรมในวิชาชีพของคุณ! คุณใช้ความนิยมชมชอบของผู้คนมาบิดเบือนข่าวสารด้วยกลวิธีการทางภาษาให้คนเชื่อในความลวง "ใช้ความชอบ สร้างความเชื่อ ให้คนชัง จนคุ้นชิน หลงคิดไปว่ามันคือความจริง !" เราต่างหากที่เป็นเหยื่อ ! (หรือไม่ อย่างไร ?)
----------------

ข้อมูลส่วนตัวของสรยุทธ

ข้อมูลส่วนตัวของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” จาก Wikipedia มีดังนี้

สรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นพิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ของประเทศไทยมีชื่อเสียงในการสัมภาษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์ หรือที่เรียกว่าเล่าข่าว (News Talk) ผลงานที่เป็นที่รู้จักได้แก่ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ คุยคุ้ยข่าว และ ถึงลูกถึงคน


แต่ในฐานะนักสื่อสารมวลชน สรยุทธได้ทำงานอย่างผิดหลักวิชาชีพอย่างไม่น่าให้อภัย โดยมีการเสนอข่าวอย่างบิดเบือน เสนอข่าวอย่างเพียงบางแง่มุมแต่ไม่เสนอในอีกด้านหนึ่ง มีการเสนอข่าวเพียงด้านเดียวหลายๆครั้งอย่างซ้ำซาก เท่ากับเป็นการตอกย้ำความเชื่อความเข้าใจของผู้ติดตามข่าวส่วนหนึ่ง กล่าวโดยไม่อ้อมค้อม สรยุทธเป็นคนสำคัญที่เสนอข่าวที่เหมือนเป็นการตอกย้ำสร้างความยืดมั่นในระบอบทักษิณ และก็ได้ประโยชน์ทางตรงและทางลับจากระบอบนี้