Saturday, February 4, 2017

การศึกษาคือการทำให้คนเปิดกว้างทางความคิด

การศึกษาคือการทำให้คนเปิดกว้างทางความคิด

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การเปิดกว้างทางความคิด, Open-mindednes, การเมือง, politics, การปกครอง, governance, การศึกษา, education

It is the mark of an educated mind to be able to entertain a thought without accepting it. - Aristotle

ลักษณะคนมีการศึกษา คือคนที่ชื่นชอบต่อความคิด แม้จะยังไม่ได้ยอมรับความคิดนั้นๆ – อริสโตเติล


ภาพ นักปราชญ์ชาวกรีก เกิดเมื่อ 384 ปีก่อนคริสตกาล

เมื่อผมสอนหนังสือ ผมชอบนำความคิดแปลกใหม่ (Ideas) มานำเสนอ แม้ความคิดนั้นๆอาจจะยังไม่ได้สอดคล้องกับค่านิยมในสังคมในขณะนั้น หรือแม้แต่ผมเองก็ยังไม่ได้เชื่อในความคิดเหล่านั้น มันไม่ใช่เรื่องยากหรอกสำหรับโลกยุคใหม่ เพราะเราสามารถแสวงหามันได้จากหลายๆเส้นทาง เช่น การอ่านจากหนังสือ ฟังเพื่อนหรือนักวิชาการ หรือควานหาเอาในสื่อต่างๆที่เปิดในระบบออนไลน์

โดยหลักของการศึกษาในยุคใหม่ เราต้องเริ่มต้นเรียนรู้ด้วยการมีจิตใจเปิดรับ (Open-mindedness) บางอย่างที่สังคมมีปัญหาอยู่แล้ว การได้ฟังความคิดเห็นและทางเลือกที่แตกต่างกันออกไป ก็ได้รับการรับฟังมากหน่อย และมีการนำไปคิดหาความเป็นไปได้ การต่อต้านก็จะน้อย แต่ในบางอย่างที่สังคมมีปัญหาแบบไม่เคยรู้ตัว และเราได้รับมันมาอย่างฝังแน่น ไม่เคยได้คิดที่จะเปลี่ยนแปลง ดังนี้ การต่อต้านความคิดนั้นๆก็จะมีมาก

เรื่องของความคิด – ผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางประชาธิปไตยในแบบที่ตะวันตกยัดเยียดให้กับเรา เช่น การเน้นการเลือกตั้งเป็นตัววัดประชาธิปไตย แต่ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องของประชานิยม (Populism) ที่นำนโยบายที่มีผลเสียระยะยาว หรือ การนำมาซึ่งระบบเล่นพรรคเล่นพวก (Nepotism/ cronyism) การคอรัปชันอย่างกว้างขวาง โดยไม่มีกลไกถ่วงดุล หรือรักษาธรรมาภิบาลได้จริง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผมก็เห็นว่าในบ้านเมืองไทยเรานี้ เราได้อยู่ในยุคที่บ้านเมืองไม่ได้มีการเลือกตั้ง ไม่มีตัวแทนของประชาชนทำหน้าที่มานานแล้ว เราอาจได้รัฐบาลที่ดีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่จากประสบการณ์ด้านรัฐศาสตร์ทั่วโลก มีหลักอยู่ว่า เมื่อการเวลาผ่านไป “อำนาจโดยสมบูรณ์จะนำไปสู่การคอรัปชั่นอย่างสมบูรณ์” ในที่สุดเช่นกัน

ดังนั้น ผมจึงเห็นด้วยที่เราต้องยึดมั่นในแผนงาน (Road map) ที่ได้ยึดมั่นกันไว้ เตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐานที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ส่วนใครมาจากพรรคการเมืองใดที่จะมาบริหารบ้านเมือง ผมก็ทำใจยอมรับได้ และแม้จะมีพรรคการเมืองใดกลับมาบริหารบ้านเมืองแบบเผด็จการทางรัฐสภา เราก็มีกลไกที่จะต่อต้านได้อย่างสันติวิธี


ไม่มีใครรู้อนาคตหรอก แต่เราต้องมีความเชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นได้ หากเราช่วยกัน และก็ทำใจไว้ด้วยแล้วว่า บ้านเมืองไม่ใช่ของเราฝ่ายเดียว ฝ่ายที่เห็นต่างจากเราก็มี และเราต้องเปิดใจรับฟังเขาด้วย