Wednesday, January 4, 2017

Obamacare - นิติบัญญัติเพื่อปกป้องผู้ป่วยและการทำให้มีค่ารักษาพยาบาลที่รับได้ (Patient Protection and Affordable Care Act)

Obamacare - นิติบัญญัติเพื่อปกป้องผู้ป่วยและการทำให้มีค่ารักษาพยาบาลที่รับได้ (Patient Protection and Affordable Care Act)

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

ศึกษาและเรียบเรียงจาก Wikipedia, the free encyclopedia

นิติบัญญัติเพื่อปกป้องผู้ป่วยและการทำให้มีค่ารักษาพยาบาลที่รับได้
(
Patient Protection and Affordable Care Act)

ชื่อเต็ม
Long title
The Patient Protection and Affordable Care Act
คำย่อที่ใช้
Acronyms(colloquial)
PPACA, ACA
คำที่คนนิยมเรียก
Nicknames
Affordable Care Act, Health Insurance Reform, Healthcare Reform, Obamacare
ทำให้เกิดกฎหมาย
Enacted by
มีผลใช้เมื่อ
Effective
มีนาคม ค.ศ. 2010
March 23, 2010; 6 years ago
Most major provisions phased in by January 2014; remaining provisions phased in by 2020
Citations
กฎหมายสาธารณะ
Public law
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
Statutes at Large
124 Stat. 119 through 124 Stat. 1025(906 pages)
ประวัติกฎหมาย
Legislative history
Introduced in the House as the "Service Members Home Ownership Tax Act of 2009" (H.R. 3590) by Charles Rangel (DNY) on September 17, 2009
Committee consideration by Ways and Means
Passed the House on October 8, 2009 (416–0)
Passed the Senate as the "Patient Protection and Affordable Care Act" on December 24, 2009 (60–39) with amendment
House agreed to Senate amendment on March 21, 2010 (219–212)
Signed into law by President Barack Obama on March 23, 2010
การแก้ไขสำคัญ
Major amendments
Health Care and Education Reconciliation Act of 2010
Comprehensive 1099 Taxpayer Protection and Repayment of Exchange Subsidy Overpayments Act of 2011
กรณีสู่ศาลสูงของสหรัฐอเมริกา
United States Supreme Court cases


นิติบัญญัติเพื่อปกป้องผู้ป่วยและการทำให้ค่ารักษาพยาบาลที่รับได้ (Patient Protection and Affordable Care Act) มีชื่อเรียกย่ออย่างเป็นทางการว่า PPACA หรือ The Affordable Care Act (ACA) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า โอบามาแคร์” Obamacare นิติบัญญัตินี้ได้มีการพูดถึง ได้มีความพยายามมาหลายครั้งที่จะปฏิรูประบบดูแลสุขภาพของคนอเมริกัน และในท้ายที่สุดในวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2010 ประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้ลงนามในนิติบัญญัติที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบดูแลสุขภาพของอเมริกา หลังจากได้มีการดำเนินการมาแล้วครั้งหนึ่งที่เรียกว่า Medicare และ Medicaid ในปี ค.ศ.1965 ภายใต้นิติบัญญัตินี้ โรงพยาบาล แพทย์จะปรับเปลี่ยนวิธีการรักษาพยาบาลทั้งทางด้านการจัดการด้านการเงิน เทคโนโลยี และทางคลินิก เพื่อทำให้ผลบริการทางการแพทย์ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายถูกลง ทำให้บริการรักษาได้กระจายตัวและเข้าถึงได้

Obamacare ขอเรียกอย่างง่ายๆครับ คือความพยายามที่จะเพิ่มคุณภาพการประกันสุขภาพและทำให้ค่ารักษาพยาบาลที่คนรับได้ ลดอัตราค่าประกันสุขภาพ ขยายบริการการประกันสุขภาพ ลดค่าใช้จ่ายของรัฐและบุคคลด้านค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล นิติบัญญัตินี้ได้นำกลไกทางกฎหมาย การกำหนดบังคับ (Mandates) ให้การสนับสนุน (Subsidies) และเสนอแลกเปลี่ยนการประกันสุขภาพ (Insurance exchanges) กฎหมายทำให้ฝ่ายผู้ให้ประกันดังกรณีของบริษัทประกันสุขภาพ (Insurers) ต้องรับประกันสุขภาพทุกคน ครอบคลุมรายละเอียดส่วนหนึ่ง โดยไม่เพิ่มอัตราค่าประกัน ไม่ว่าผู้ขอประกันจะมีสถานะสุขภาพแต่เดิมมาอย่างไร หรือมีเพศใด เรื่องเพศนี้ต้องไม่เป็นเงื่อนไขที่จะจ่ายค่าประกัน แม้ในสภาพจริง ชายมีอายุสั้นกว่าหญิงถึง 5-7 ปี ในปี ค.ศ. 2011 คณะอนุกรรมการด้านค่าใช้จ่ายได้ประมาณว่า Obamarecare หรือ ACA นี้ จะลดค่าใช้จ่ายเกินงบประมาณที่เกิดขึ้น และลดค่าใช้จ่ายด้าน Medicare ที่มีมาเดิมลง

ในวันนี้ (มกราคม, 2017) นิติบัญญัติ ACA หรือ Obamacare ได้ผ่านการต่อสู้อย่างหนักในรัฐสภา กลายเป็นประเด็นที่แบ่งแยกสภาเป็นสองขั้วที่ไม่มีการประสานข้อตกลง ฝ่ายหนึ่งเสนอ ฝ่ายหนึ่งทำให้ตก มีการต่อสู้กันทางการเมืองไม่ใช่เพียงในระดับรัฐบาลกลาง แต่ในระดับรัฐบาลของแต่ละรัฐ ได้รับการต่อต้านทั้งจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม กลุ่มสหภาพแรงงาน และธุรกิจขนาดย่อย ศาลสูงสหรัฐเองยับยั้ง ACA ด้วยเงื่อนไขที่บังคับบุคคลที่ต้องใช้การเงินจากรัฐบาลกลาง และพบว่ารัฐแต่ละรัฐ (States) ไม่สามารถถูกบังคับให้เข้าร่วมในการขยายบริการ Medicaid และพบว่ากฎหมายสนับสนุนให้แต่ละบุคคลให้จ่ายค่าประกันสุขภาพนั้นได้มีอยู่ในทุกรัฐ ไม่ใช่เพียงกลุ่มที่ต้องปรับให้มีการแลกเปลี่ยนบริการนี้กับรัฐ

อย่างไรก็ตาม พบว่านิติบัญญัตินี้ได้ลดเปอร์เซนต์คนที่ไม่ได้มีประกันสุขภาพ จากการศึกษาโดย CDC อัตราส่วนของคนไม่มีประกันเลยได้ลดลงจากร้อยละ 16.0 ในปี ค.ศ. 2010 เหลือ 8.9 ในระหว่างเดือนมกราคม-กรกฏาคม ค.ศ. 2016


คณะกรรมการด้านงบประมาณของรัฐสภา (Congressional Budget Office) รายงานว่า ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2016 ได้มีคนประมาณ 23 ล้านคนได้รับการประกันสุขภาพด้วยผลจากกฎหมายฉบับนี้ 12 ล้านคนได้รับการครอบคลุมด้วยการแลกเปลี่ยนประกันให้เหมาะสมกว่าเดิม (มี 10 ล้านคนที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อให้จ่ายค่าประกันได้) และ 11 ล้านคนได้มีประกันด้วย Medicaid ในปี ค.ศ. 2017 เกือบร้อยละ 70 ของผู้รับประกันจ่ายเพียงน้อยกว่า USD75 ต่อเดือนหลังจากได้รับการสนับสนุน (Subsidies) ซึ่งลดลงอย่างมากกว่าก่อนที่ยังไม่ได้มีระบบนี้ มูลนิธิไคเซอร์ (Kaiser Foundation) ค่าใช้จ่ายประกันสุขภาพแบบดี (Healthcare Premiums) ที่ทางนายจ้างจ่ายให้คนทำงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 69 ในช่วง ค.ศ. 2000-2005 แต่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 27 ในระหว่าง ค.ศ. 2010 ถึง 2015 และเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3 ในช่วงปี ค.ศ. 2015-2016


ภาพ คนรณรงค์สนับสนุน Obamacare คนที่เห็นประโยชน์ และเขาได้รับการครอบคลุมจากกฏหมาย


ภาพ คนที่เห็นประโยชน์ของ Obamacare แต่ต่อไปนี้ จะเป็นเรื่องที่ฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย และได้ประสบกับความเปลี่ยนแปลงแล้ว จะได้บอกแก่นักการเมืองทั้งสองฝ่าย ทั้งรีพับลิกัน และดีโมแครต ว่าการมีระบบ Universal Healthcare นั้นมีดีอย่างไร และมีอะไรที่ควรต้องปรับปรุง


ภาพ Donald Trump หาเสียงด้วยการประกาศจะคว่ำ Obamacare โดยการ Repeal และ Replace กล่าวคือ การปรับแก้กฏหมาย และ หากเป็นไปได้ ก็เลิก Obamacare และหาทางออกที่ดีกว่า ถูกกว่า และประชาชนมีทางเลือก


ภาพ ฝ่ายบริหารนับแต่ต้นปี 2017 เป็นต้นไปจะเป็น Donald Trump จากพรรครีพับลิกัน ฝ่ายพรรคดีโมแครตที่สนับสนุน Obamacare จะเหลือสมาชิกในสภาที่เป็นคนส่วนน้อย แต่ประเด็นคือ แล้วตัว Obamacare เองนั้น ประชาชนเริ่มเห็นประโยชน์แล้วหรือยัง ในภาพ Chuck Schumer ผู้นำฝ่ายค้านในสภา จะเป็นหนึ่งในผู้นำที่จะยืนหยัดให้กับ Obamacare ในยุครัฐบาลทรัมป์ (Trump's Administration)


ภาพ Poster แสดงข้อมูลของค่าใช้จ่ายด้านการประกันสุขภาพที่สูงขึ้นด้วย Obamacare แต่ แต่ฝ่ายที่สนับสนุนก็จะมีข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ค่าประกันสูงขึ้น เพราะคนที่ไปรับประกันในช่วงแรก คือคนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติป่วยเป็นเบาหวาน หัวใจ โรคอ้วน ฯลฯ แต่คนที่มีสุขภาพที่ดียังไม่เข้าร่วมประกัน



No comments:

Post a Comment