Friday, April 24, 2015

ประวัติสุขภาพ - ประกอบ คุปรัตน์; Pracob Cooparat

ประวัติสุขภาพ - ประกอบ คุปรัตน์; Pracob Cooparat

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com
Website: http://pracob.blogspot.com
Facebook: Pracob Cooparat

เรียนท่านผู้อ่าน – ด้วยมีเพื่อนใน Facebook และคนรู้จักที่อยากทราบรายละเอียดการดูแลสุขภาพของผมอันเกี่ยวกับโรคเบาหวาน (Diabetes) ซึ่งผมไม่ปิดบัง และเห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะเปิดเผยและได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน ผมมีเพื่อนร่วมวัย ซีงเรียกว่าคนยุค Babyboomers คือคนในวัย 60-70 ปีที่ป่วยเป็นเบาหวาน และไม่ได้ดูแลรักษาตนเองอย่างเคร่งครัดและถูกต้อง เพื่อนกว่าครึ่งหนึ่งที่ป่วยเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ก็เพราะมีโรคเบาหวานและไม่รู้จักการดูแลอย่างถูกต้อง

อนึ่ง การดูแลผู้ป่วยเป็นเบาหวานนั้น ควรให้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่เนื่องจากการไปพบแพทย์ทุก 2-3 เดือนนั้นก็ยังไม่เพียงพอ เพราะผู้ป่วยต้องดูแลตนเองด้าน (1) การกินยาตามแพทย์สั่ง (2) การควบคุมเรื่องอาหารการกิน ต้องงดหรือลดอาหารบางอย่าง และต้องเพิ่มอาหารบางอย่าง และ (3) การออกกำลังกาย และสิ่งเหล่านี้ต้องทำจนเป็นนิสัย

ผมหวังว่าข้อมูลส่วนตัวที่เปิดเผยได้นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน โดยเฉพาะผู้ป่วยและผู้เสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ตลอดจนบุคคลใกล้ชิด ที่จะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วย ซึงอาจขาดความสามารถในการดูแลตนเอง

ประกอบ คุปรัตน์ – 25 เมษายน 2558
----------------

ข้อมูลส่วนตัว

เกิด - ปี ค.ศ. 1946 (69 ปี)

ส่วนสูง – 183 ซม.

น้ำหนักตัว – เมื่ออายุได้ 18-22 ปี ขณะเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนัก 75 กก.; เมื่อ 25 ปี ขณะศึกษาต่อต่างประเทศ หนัก 85 กก; น้ำหนักตัวสูงสุดช่วงอายุ 45-55 ปี ที่ 114 กก. ก่อนป่วยเป็นเบาหวานประเภท 2 (Type II Diabetes); ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา 102.0 กก.; ลดลงต่ำกว่า 100.0 กก. ในช่วง 2-3 เดือนมานี้; ปัจจุบัน 98.0 กก. และดูมีแนวโน้มจะลดลงต่อไป

การศึกษา – ปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา ประสบการณ์ต่างประเทศ 7-10 ปี ศึกษาเรื่องสุขภาพด้วยตนเองเป็นประจำ และเคยทำงานด้านเผยแพร่ด้านสุขภาพให้กับกระทรวงสาธารณสุข

ในวัยเด็ก – ป่วยเป็นโรคหอบหืด ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง มักมีอาการรุนแรงในช่วงฤดูหนาว

ในวัยรุ่น/หนุ่ม – สนใจออกกำลังกาย ร่างกายเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่ออยู่มหาวิทยาลัย เป็นนักกีฬารักบี้ของมหาวิทยาลัย (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

พบเป็นเบาหวาน – ค.ศ. 2002 เมื่อน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงถึง 250 mg/dl และต้องเริ่มต้นดูแลรักษาตนเอง

ประวัติการรักษาพยาบาล –


ภาพ การตรวจเลือดในผูป่วยเบาหวาน แม้แต่กับเด็กๆ ก็สามารถฝึกให้ดูแลตนเองได้


ภาพ กิจกรรมทั่วไปของการตรวจน้ำตาลในเลือดของผูป่วยเบาหวาน ซึ่งต้องทำเป็นระยะ

ตรวจสุขภาพ ณ โรงพยาบาลเอกชน ปีละครั้ง และติดตามโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และคอเรสเตอรอลในเลือดสูง ทุก 6 เดือน

ปัจจุบัน – เปลี่ยนมาเป็นคนไข้ประจำที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งใกล้บ้าน เป็นการใช้สิทธิสวัสดิการราชการ พบแพทย์เฉลี่ย 3 เดือนครั้ง

ตรวจเลือดด้วยตนเองที่บ้าน เพื่อหาค่าน้ำตาลในเลือด (Blood Sugar Monitoring System) เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ช่วงเช้าก่อนรับประทานอาหาร) แต่หากพบว่ามีน้ำตาลสูงอาจตรวจถี่กว่านี้ และอาจตรวจเช้า-บ่าย

อาหาร – กินเนื้อ นม ไข่ เป็นกิจวัตร; กินถั่วต้มเพิ่มขึ้น ดังเช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วดำ (แบบปนไปกับข้าวหรืออื่นๆ ไม่ใส่น้ำตาล) เพื่อทดแทนโปรตีนและเพิ่มเยื่อใย และลดคาร์โบไฮเดรต; กินอาหารวันละ 3 มื้อ;

การใช้ยา (Medication)

เดิมเคยใช้ – Amyaryl 1 mg – เปลี่ยนเป็น Amaryl M 2mg/500 mg กินวันละครึ่งเม็ด

ปัจจุบัน –

ยาควบคุมเบาหวาน – Metfomin (MSD) 500 mg วันละ 2 เม็ด; Januvia (MSD) 1 เม็ด
ยาควบคุมคอเลสเตรอล – Zocor 20 mg.
ยาควบคุมความดัน – Cozaar (MSD) 50 mg.

หมายเหตุ - การสั่งยาเป็นเรื่องของแพทย์ ใครจะใช้ยาอะะไร ควรให้ไปพบแพทย์ อยารักษาตัวเอง ซื้อยากินเอง

ทัศนะของผม – ผมได้รับยาควบคุมเบาหวานมากกว่าที่ผมรู้สึกต้องการ แต่ผมปฏิบัติตามแพทย์ในช่วงแรกๆนี้อย่างจริงจัง แต่เมื่อสามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดให้เป็นที่น่าพอใจแล้ว จะเจรจาขอลดปริมาณยาลง และใช้การควบคุมด้วยอาหาร (Diet) และการออกกำลังกายเป็นหลัก


การออกกำลังกาย – เคยเข้า Fitness Center มา 2 ปี แต่เบื่อในกิจวัตรนี้ จึงเปลี่ยนเป็นขี่จักรยานไปตามตรอกซอยในชุมชนระแวกบ้าน ปัจจุบันขึ่เฉลี่ยวันละ 15 กม. 5 วัน/สัปดาห์