Monday, July 18, 2016

รำลึกถึงนิกร คุปรัตน์ (พี่อ้วน) โดยประกอบ คุปรัตน์

รำลึกถึงนิกร คุปรัตน์ (พี่อ้วน) โดยประกอบ คุปรัตน์

ภาษาไทย นิกร คุปรัตน์, นาย
ภาษาอังกฤษ –
Nicon Cooparat, Mr.


ภาพ รวมญาติหลังการสวดอภิธรรม งานศพนิกร คุปรัตน์ ณ วัดอุท้ยธาราม พระราม 9 กทม. 11-17 กรกฎาคม 2559


ภาพ รวมญาติส่วนหนึ่งของฝ่ายพี่น้องทางบิดาของนิกร คุปรัตน์ นายกฤษณ์ คุปรัตน์ วันฌาปนกิจ นิกร คุปรัตน์ ณ วัดอุท้ยธาราม พระราม 9 กทม. วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2559

ความย่อ

เมื่อเด็ก นายนิกร คุปรัตน์ อายุ 75 ปี เกิดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2483 อาชีพเภสัชกร เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2983 เป็นบุตรคนที่สองของนายกฤษณ์  และนางส้มเทศ คุปรัตน์

มีพี่น้องจากพ่อแม่เดียวกันรวม 5 คน ได้แก่

พี่สาว 1 คน นางกุณฑล (คุปรัตน์) ศิริอักษร เกิดวันที่ พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 อายุ 82 ปี เป็นแม่บ้าน
มีน้องชายอีก 4 คน ตามลำดับ ได้แก่
1.    
นายเกื้อกูล คุปรัตน์ รองศาสตราจารย์ เกิดวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485 อาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัย เสียชีวิตแล้ว หากยังมีชีวิตอยู่ก็จะมีอายุ 74 ปี

2.    นายประกอบ คุปรัตน์ รองศาสตราจารย์ ดร.  อาจารย์มหาวิทยาลัย เกิดวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2489 อายุ 70 ปี
3.    
นายบุญเกียรติ คุปรัตน์ นักกฎหมายและข้าราชการ เกิดวันที่ เกิดวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2490 อายุ 69 ปี และ
4.    
นายปัญจะ คุปรัตน์ วิศวกรและข้าราชการ เกิดวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2492 อายุ 67 ปี

มีพี่น้องต่างมารดา 3 คน คือ นายสำอาง คุปรัตน์ นางไพลิน เล็งผลเลิศ และนางสุจินต์ จันทรนิภา ซึ่งทั้งสามท่านเกิดก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง และเสียชีวิตแล้ว

การศึกษา

พี่นิกรเริ่มการศึกษาครั้งแรกที่โรงเรียนวัฒนศิลป์ ระหว่างปี พ.ศ. 2489 จนจบมัธยมศึกษาตอนต้น

ต่อมาย้ายมาเรียนเรียนที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ พร้อมกับน้องชายอีก 3 คน พี่อ้วนจบชั้นมัธยมศึกษาบริบูรณ์ในปี พ.ศ. 2501 และได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จบการศึกษาเภสัชศาสตร์บัณฑิต จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ปี พ.ศ. 2506

ในด้านการศึกษา พี่นิกรเป็นคนเรียนหนังสือดีมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ และเป็นการเรียนอย่างสบายๆ ยังทำกิจกรรม และงานอดิเรกที่ชอบได้อีกมากมาย ทำให้น้องๆที่เรียนตามๆกันมาใจชื้น

พี่นิกรไม่ได้เรียนแต่เพียงอย่างเดียว ยังมีกิจวัตรเล่นดนตรีโดยเฉพาะเครื่องที่มีคีบอร์ด แอคอเดียน ออร์แกน เปียโน อิเลคโทน โดยเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองแบบไม่ได้เรียนตามโน้ต แต่เล่นได้ทุกเพลงทั้งไทยและสากลโดยใช้การจำท่วงทำนอง

กีฬาและออกกำลังกาย – พี่นิกรชอบเล่นกล้าม (Body building) เล่นตั้งแต่วัยรุ่นและเล่นมาตลอดชีวิต เพิ่งลดกิจกรรมลงและเลิกเล่นไปเมื่อไม่นานมานี้ กีฬาที่เล่นอย่างจริงจัง คือ เทเบิลเทนนิส หรือปิงปอง

ด้านความสนใจพิเศษ พี่นิกรชอบการวาดภาพและการเขียนแบบ มีความสามารถในการออกแบบ เคยออกแบบบ้านที่อยู่อาศัยจริง แล้วก็อาศัยน้องชายคือปัญจะ คุปรัตน์ วิศวกร เป็นผู้คำนวณแบบ

ลักษณะพิเศษ – ไม่สนใจไปต่างประเทศอย่างตั้งใจ ไม่ว่าไปศึกษาเล่าเรียนหรือไปเที่ยว ไม่มีหนังสือเดินทาง (Passport) การไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็จะไปที่ไม่ไกลนัก ไปในงานหน้าที่ หรือกิจกรรมสังคมของครอบครัว เช่นงานศพ หรืองานแต่งงาน

ชีวิตสมรสและการทำงาน

ในปี พ.ศ. 2513 พี่นิกร ได้สมรสกับนางสาวอรนุช (สุรเสียงสังข์) คุปรัตน์ ซึ่งทำงานที่สำนักงานเลขาธิการการศึกษาแห่งชาติ ทั้งสองอยูร่วมกันอย่างอบอุ่นและมีความสุข แต่จนนานก็ไม่มีทายาท ประกอบกับน้องชาย เกื้อกูล และภรรยา วิภา (ปานแก้ว) คุปรัตน์ มีบุตรชาย 3 คน คือ นายกิตติวิทย์ คุปรัตน์ นายไกรวุฒิ คุปรัตน์ และนายวรกิตติ์ คุปรัตน์ ด้วยความเป็นคนรักเด็ก จึงขอบุตรชายคนสุดท้องของน้องชาย คือนายวรกิตติ์ มาเป็นบุตรบุญธรรม

ในด้านการทำงาน เมื่อจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแล้ว พี่นิกรได้เริ่มงานครั้งแรกที่องค์กรอ้อยและน้ำตาล ปัจจุบันคือ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม หลังจากทำงานได้ไม่นาน ก็ลาออกมาทำงานให้กับกิจการของครอบครัว

พี่นิกร เป็นพี่ชายที่ทำงานหลักในขณะที่กิจการร้านขายยาของครอบครัวอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ร้านต้องหมดสัญญาการเช่าที่ และต้องย้ายจากย่านถนนราชดำหริ มาอยู่ ณ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ร้านเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา สูง 3 ชั้น บ้านเลขที่ 1875-7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม 10310 (โทรศัพท์: 0-2314-4588) ชีวิตของครอบครัวในขณะนั้นดูจะไม่แน่นอนด้านสถานที่ทำกิน มีทรัพย์สิน หากไม่มีรายได้ ก็ต้องขายสิ่งที่มีไปเรื่อยๆ ซึ่งจะอยู่ไม่ได้นาน

ยิ่งกว่านั้น ในด้านบ้านที่พักอาศัย ครอบครัว 14 ชีวิต ต้องย้ายจากบ้านซอยนายเลิศมาอยู่ ณ ร้านรัตนเวช ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จากเนื้อที่ดิน 530 ตารางวา เหลือเพียง 250 ตารางวา ถูกเวนคืนที่เพื่อทำทางด่วนสายดินแดง-บางนา ในขณะที่พ่อแม่ก็มีอายุมากขึ้น และน้องๆอีก 4 คนกำลังอยู่ในระหว่างศึกษาเล่าเรียน พี่นิกรได้ลาออกจากงานที่องค์กรอ้อยและน้ำตาล มาเป็นเภสัชกรและผู้จัดการของร้านรัตนเวช นับว่าได้สร้างความอุ่นใจให้กับน้องๆที่ตามมาว่าจะมีเงินรายได้พอที่จะเรียนได้จนจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
ในด้านกิจการด้านผลิตยาของร้านรัตนเวช ได้เข้าสู่ยุคต้องยกมาตรฐานการผลิตให้ทันสมัยมาก ขึ้น ซึ่งทางครอบครัวต้องตัดสินใจว่าจะก้าวสู่การผลิตยาแผนปัจจุบันขายหรือไม่ เพราะส่วนหนึ่งได้มีกิจกรรมผลิตยาส่งตามร้านขายยาต่างๆในกรุงเทพฯ และจังหวัดภาคกลางใกล้เคียงอยู่แล้ว ด้วยความเห็นของพี่นิกร ครอบครัวได้ตัดสินใจยุติการผลิตยา ยังคงขายยาแผนปัจจุบัน เหมือนร้านขายยาทั่วไป

ในช่วงที่แม่ซึ่งป่วยเป็นเบาหวานและโรคหัวใจ แม่ได้พักอยู่ที่ร้านรัตนเวช กับพี่นิกรและพี่อรนุช ภรรยา พี่นิกรได้ทำหน้าที่ดูแลแม่ด้านอาหารการกิน และการใช้ยารับประทาน ตลอดจนเสียชีวิต ในช่วงชีวิต

สุดท้ายที่แม่พักอยู่กับพี่นิกรที่ร้านรัตนเวช การดูแลนั้นหมายถึงต้องอุ้มแม่ขึ้นลงบันได้ทุกวัน เพราะที่ร้านรัตนเวชเป็นห้องแถว ชั้นล่างทำเป็นส่วนพาณิชย์ ไม่เหมาะแก่การพักอาศัย ในช่วงนี้แม้แม่มีร่างกายที่ไม่แข็งแรง แต่ดูจะมีความสุขที่สุดในชีวิต ในลูก 6 คน 5 คนได้เรียนจบมหาวิทยาลัย มีภาพรับปริญญาจากพระหัตฯ ติดที่ฝาร้านเรียงกัน 5 รูป ลูก 3 คนเรียนจนจบปริญญาโททั้งในและต่างประเทศ และ 1 คนจบปริญญาเอก พี่นิกรเป็นแบบอย่างในการศึกษาเล่าเรียน และการใช้ชีวิตวัยเรียนที่ไม่ตึงเครียดจนเกินไป

พี่นิกรเป็นนักประวัติศาสตร์ครอบครัว/วงศ์ตระกูล – เป็นผู้รู้ประวัติครอบครัว ญาติพี่น้อง ตลอดจนเครือญาติ ทั้งสายพ่อและแม่เป็นอย่างดี พี่นิกรเป็นหัวแรงในการรวมญาติ โดยมีการทำบุญและร่วมรับประทานอาหารกลางวันกันในวันอาทิตย์หลังสงกรานต์ของทุกปี ณ วัดแสนภูดาษ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในชุมชนถิ่นกำเนิดของครอบครัว งานบุญนี้ ทำเป็นประจำจนกระทั่งปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิต

การทำงาน

หลังจบการศึกษา พี่นิกรได้เริ่มทำงานที่องค์การอ้อยและน้ำตาล

การทำงานที่ร้านขายยารัตนเวช เมื่อได้ย้ายร้านจากย่านสะพานเฉลิมโลก ถนนราชดำหริ มายังถนนเพชรบุรีตัดใหม่ นับเป็นหัวแรงการประกอบอาชีพให้กับครอบครัว เป็นอาชีพที่ได้ทำอย่างสุจริตตลอดมาจนเสียชีวิต

บริษัท ชุมชนเภสัชกรรม จำกัด (มหาชน) เป็นกรรมการผู้ก่อตั้ง และทำหน้าที่เป็นเหรัญญิกในคณะกรรมการดูแลบริษัทมาตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง และสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) เป็นส่วนงานที่พี่นิกรรักและผูกพันมาตลอด

พี่นิกรได้ใช้ชีวิตตามใจตนเองปรารถนา ตามแนวทาง “งานคือธรรมะ” คือทำงานตลอดชีวิต ไม่คิดมีเกษียณอายุ มีความสุขกับการทำงานร่วมกับผู้คน มองคนในแง่ดี เป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ ใช้ชีวิตอย่างสมถะเรียบง่าย พยายามพึ่งตนเองมาตลอด พี่นิกรได้เสียชีวิตและจากไปอย่างสงบในขณะนอนหลับ ในคืนวันที่ 10-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 ณ บ้านร้านรัตนเวช

ในนามพี่น้องและญาติ ขอแสดงความอาลัยรักต่อการจากไปของนิกร คุปรัตน์ในครั้งนี้ และขอขอบพระคุณต่อเพื่อน เพื่อนร่วมวิชาชีพ ญาติ และผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่ได้มาร่วมพิธีอำลาและอาลัยในครั้งนี้


ประกอบ คุปรัตน์ ในนามญาติพี่น้อง
17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ณ วัดอุทัยธาราม ถนนกำแพงเพชร 7
แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
กรุงเทพมหานคร 10310