Wednesday, December 10, 2014

การศึกษา – การเรียนรู้ที่สนุกสนาน

การศึกษา – การเรียนรู้ที่สนุกสนาน

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Updated: Thursday, December 11, 2014

Keywords: การศึกษา, education, ความเครียด, stress, tension, ความตื่นตัว, alert, การศึกษาที่สนุกสนาน, edutainment, การแข่งขัน, competition, ความร่วมมือ, collaboration, cooperation

ครูแจ๋วครับ

ผมขอนำบทความที่ครูเขียน “ประสบการณ์ pretest-สวนกุหลาบ” 11 ธันวาคม 2557 เพื่อนำเผยแพร่ต่ออีกที่หนึ่ง แต่ด้วยวัตถุประสงค์ที่อาจแตกต่างกันไป แล้วแต่ประสบการณ์ของคน

เมื่อ 55 ปีที่แล้ว เมื่อผมยังเป็นเด็ก เคยมีประสบการณ์ต้องไปสอบชิงเข้าโรงเรียนชั้นนำในขณะนั้น 2 แห่ง คือที่โรงเรียนอัสสัมชัญ-บางรัก และที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์-คลองผดุงกรุงเกษม กทม. ประสบการณ์ไม่ต่างกัน คือเครียดมาก ตอนสอบเข้าโรงเรียนอัสสัมชัญเมื่อจบชั้นปี 4 ทำข้อสอบภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เพราะพื้นฐานจากโรงเรียนเดิมไม่พอ เมื่อจบชั้นมัธยมต้น หรือเทียบเท่ากับ Grade 7 จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ในขณะนั้น ได้ไปเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษมา 2 ปีเต็มจึงสอบเข้าโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ได้

เมื่อสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ได้ ชีวิตความเครียดผมลดลงไปมากเลย พ่อแม่เบาใจแทบจะปล่อยวางเลย เพราะคิดว่าเราโตแล้ว เรียนได้ด้วยตัวเองแล้ว ส่วนผมเองก็หันมาใช้ชีวิตอยากเที่ยวอยากไปเห็นไปมีประสบการณ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ผลการเรียนตกลงไปพอสมควร แต่ด้านร่างกายแข็งแรงขึ้น มีร่างกายอย่างที่เป็นนักกีฬา ด้านการเล่าเรียน ผมพอประคองตัวรอด ท้ายสุดจบมัธยมศึกษา สอบเข้าเรียนที่คณะครุศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ทั้งนี้เพราะภาษาอังกฤษยังคงใช้ได้อยู่
เวลาผ่านไปกว่า 55 ปี ผมอยากจะฝากบอกพ่อแม่ผู้ปกครองว่า เราไม่ต้องกดดันเด็กหรือสร้าง
ความเครียดเรื่องต้องเรียนให้ชนะเขาอื่นจนเกินไป ในวัยประถมศึกษา ทำครอบครัวให้เป็นสุข ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง อย่าไปปรนเปรอเขามากในด้านการเรียนรู้ ทำให้เด็กๆได้อยากเรียนรู้ด้วยตัวเองให้มาก หากจะใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ก็ให้เขาสนุกที่จะใช้ด้วยตัวของเขาเอง ให้เวลากับเขาในยามที่เขาต้องการมันมากที่สุด หากเขามีจุดอ่อนในเรื่องใด ก็ช่วยสอนให้เขา หากเขามีปัญหาด้านจิตใจในเรื่องใด ก็ให้เปิดใจคุยกับผู้ใหญ่ได้

เมื่อเด็กๆขึ้นชั้นมัธยมศึกษา ช่วยดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จำเป็น ฝรั่งเรียกว่า 3Rs คือ Reading – การอ่าน, Writing – การเขียน, และ Arithmetic – เลขคณิต/คณิตศาสตร์ ซึ่ง 3 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่ช่วยสอนได้ แต่เป็น 3Rs ในระดับลึกขึ้นไปสักหน่อย การอ่าน ก็ให้รู้จักเลือกอ่าน อ่านในสิ่งที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ อ่านแล้วคุยกันกับพ่อแม่ บางอย่างเขารู้มากกว่าผู้ใหญ่ ก็ให้เขาเล่าให้ฟัง แต่บางอย่างเขาอ่านแล้วต้องการชี้แนะจากผู้ใหญ่ ในด้านการเขียนนี้สำคัญ โรงเรียนมัธยมศึกษาที่เรามีอยู่ทั่วไปไม่ได้เคร่งครัดเรื่องการเขียน แต่เรื่องการเขียนนี้ หากพ่อแม่เป็นคนที่เรียนหนังสือไม่สูง มีงานที่ต้องเขียน เช่นเขียนแผนขอกู้เงินธนาคาร จะกี่หมื่นกี่แสน หรือกี่ล้านบาทก็ตาม คิดแผนงานแล้วให้ลูกมาช่วยกันเขียนให้เป็นแผนธุรกิจอย่างที่จะไปขอกู้ยืมเขา ในด้านคณิตศาสตร์ เด็กมัธยมศึกษาใช้คอมพิวเตอร์เป็นเกือบทุกคน ลองให้เขาช่วยทำบัญชีของครอบครัวหรือกิจการครอบครัว แล้วอาจให้เงินค่าขนมเพิ่มแก่เขาเมื่อเขาต้องทำงานพิเศษ ทำให้เขารู้คุณค่าของเงินไปในตัว

ในปัจจุบันการศึกษาก็ยังเป็นความเครียดสำหรับเด็กๆทุกคนอยู่ ลองอ่านบทความของ “ครูแจ๋ว” และเห็นรูปแล้ว อย่างไรเสียมันก็เครียดแน่ๆ ขอขอบคุณครูแจ๋ว ที่เห็นความสำคัญของการศึกษา และเห็นปัญหาความเครียดของเด็กๆ

จาก – ประกอบ คุปรัตน์
-----------

ประสบการณ์ pretest-สวนกุหลาบ จาก Krujaew Happyclub

11 ธ้นวาคม 2557


ภาพ กิจกรรม Pretest ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย


ภาพ การศึกษาไม่ว่าที่ใดๆ ก็เป็นเรื่องของการแข่งขัน การจะทำงาน ก็เป็นเรื่องของการต้องสอบแข่งขัน


ภาพ การศึกษาในประเทศสิงคโปร์ การศึกษายังเป็นเรื่องของการแข่งขัน

ยามเช้าเด็กๆทยอยเข้าสู่รั้วสวนกุหลาบพร้อมเสียงตามสายของคุณครูกล่าวทักทายต้อนรับเป็นระยะๆและแจ้งเรื่องการจัดระเบียบในการสอบครั้งนี้ บรรยากาศในโรงเรียนเต็มไปด้วยหนุ่มน้อย สาวน้อยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฝันทั้งที่เป็นฝันของตัวเอง(และฝันของพ่อแม่) และกองเชียร์อีกคณะใหญ่ บางครอบครัวก็สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในโรงเรียน บางครอบครัวจัดการเรื่องอาหารเช้าในโรงอาหารและอีกหลายครอบครัวกระจายไปตามส่วนต่างๆของโรงเรียน

เมื่อถึงเวลา 8.30น.ครูเริ่มให้สัญญาณการเข้าแถวโดยจัดการเข้าแถวกลางสนามฟุตบอล...โดยขอให้เด็กเข้าไปเองแต่ก็มีผู้ปกครองบางส่วนอดห่วงที่จะเข้าไปส่งลูกไม่ได้ทำให้คุณครูต้องขอร้องให้เด็กๆมีโอกาสช่วยเหลือตัวเอง เมื่อเวลา 8.45 น.พี่เลี้ยงนำเด็กกระจายเข้าห้องสอบตามอาคารที่เด็กสอบ..โดยแจ้งว่าเด็กทุกคนมีสิทธิ์ออกจากห้องสอบเมื่อหมดเวลาเท่านั้น..เป็นอันเข้าใจตรงกันว่าลูกๆๆของผู้ปกครองจะลงมาจากห้องสอบเมื่อเวลา 12.00 น.เด็กๆจะสอบทั้งหมด 5 วิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อังกฤษ ไทย สังคม โดยเริ่มที่เวลา9.00-12.00 น.เด็กสามารถบริหารเวลาในการจัดการกับแต่ละวิชาเอง
ในส่วนของผู้ปกครองบางส่วนนั่งรอที่โรงเรียน บางส่วนก็แยกย้าย... ระยะเวลาแห่งการรอคอยลูกในรั้วสวนกุหลาบบ่งบอกความรัก ความหวัง และกำลังใจของพ่อแม่ที่ส่งเข้าไปในห้องสอบได้เป็นอย่างดี
12.00 น.เด็กๆทยอยลงมาจากอาคาร แล้วภารกิจตามหาพ่อแม่ก็เริ่มขึ้นเนื่องจากทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์ติดตัวไป ซึ่งเด็กๆทุกคนก็ปฏิบัติภารกิจสำเร็จนั่นเป็นการบ่งบอกว่าคำสอนของโรงเรียนแห่งนี้ในเรื่องของการเอาตัวรอดในโรงเรียนผ่านไปได้ เมื่อเจอพ่อแม่ คำถามแรกจากปากพ่อแม่แต่ละครอบครัวต่างกันออกไป บางครอบครัวถามลูก "ว่าเหนื่อยไหม" บางครอบครัวถามลูกว่า"ทำได้ไหม" บางครอบครัวถามลูกว่า "หิวไหม" ทุกคำถามย่อมสะท้อนหัวใจเราได้เป็นอย่างดีว่า เด็กๆจะมีความสุขบ้างไหม

แต่ที่น่าแปลกใจคือ..เด็กหลายคนเกิดแรงบันดาลใจในสถาบันแห่งนี้ จากที่เคยมีมีมากขึ้น จากที่ยังไม่มีกลับมีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ หลายครอบครัวเด็กไม่รู้สึกหิว ไม่รู้สึกเหนื่อย แต่กลับขอให้พ่อแม่พาไปยังพิพิธภัณฑ์ตึกยาวสวนกุหลาบ 100ปี ภาพที่เห็นในพิพิธภัณฑ์จึงเป็นภาพเด็กน้อยในเครื่องแบบหลากหลาย เดินชมพิพิธภัณฑ์แห่งความสำเร็จของรุ่นพี่ด้วยแววตาชื่นชม แววตาแห่งความหวังและปรารถนาที่จะได้เข้ามาเป็น ศิษย์สวนกุหลาบรุ่นต่อไป

การสอบ pretest ครั้งที่1 ของสวนกุหลาบแห่งนี้มิเพียงเปิดมิติแห่งความรู้..ให้เด็กๆที่อยากเข้าเพราะคำบอกเล่าว่าดี แต่ยังเป็นการเปิดมิติความเข้าใจพร้อมสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะก้าวเข้ามาในสถาบันแห่งนี้ได้ดีอีกด้วย..

ผลสอบที่ลูกๆๆทำมามิได้เป็นตัวตัดสินว่าลูกควรได้หรือไม่ได้ แต่ควรใช้เป็นตัววัดว่าพ่อแม่จะขับเคลื่อนลูกๆอย่างไรให้เขาทำได้และทำได้อย่างมีความสุข.."สุภาพบุรุษสวนกุหลาบ"