Saturday, December 20, 2014

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla จะเข้าตลาดอินเดียด้วย Model III

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla จะเข้าตลาดอินเดียด้วย Model III

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: อุตสาหกรรม, รถยนต์, รถยนต์ไฟฟ้า, electric vehicles, ev, electric cars


ภาพ Elon Musk ผู้บริหารหนุ่มของบริษัท Tesla Motors


ภาพ Tesla Roadster รถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า ใช้โครงสร้างรถสปอร์ตของ Lotus


ภาพ รถยนต์นั่งไฟฟ้า Tesla Model S จัดเป็นรถยนต์นั่งเต็มขนาดที่หรู (Premium sedan)


ภาพ รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model III ยังไม่ได้เปิตตัว ได้แต่เป็นข่าวมานาน ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม BMW i3 ได้เปิดตัวแล้ว ด้วยเทคโนโลยใหม่ที่ลดน้ำหนักรถยนต์ลงถึง 400 กิโลกรัมจากรถยนต์ประเภทเดียวกัน

เก็บความจาก “Tesla To Enter India With Model III.” December 19th, 2014 โดย Christopher DeMorro 
รถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางในยุคใหม่ และแม้รถยนต์ไฟฟ้าจะยังอยู่ในขั้นของการพัฒนา ราคาโดยพื้นฐานยังสูงอยู่ แต่ชาติในยุโรปและอเมริกาเหนือต่างให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าใช้ ในอเมริกามีเงินอุดหนุนและการลดหย่อนภาษีถึง 2 ต่อ คือส่วนหนึ่งเป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลาง และอีกส่วนหนึ่งคือเงินอุดหนุนจากท้องถิ่น ทั้งในระดับรัฐและเมืองใหญ่ ดังในกรณีรัฐแคลิฟอร์เนีย ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้เพื่อทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาถึงมือผู้บริโภคที่ถูกลงจนซื้อหามาใช้ได้อย่างน้อยจำนวนหนึ่ง

Tesla Motors เป็นบริษัทรถยนต์ขนาดเล็ก แต่ในด้านรถยนต์ไฟฟ้า (Electric cars) ถือว่าเป็นบริษัทที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกปัจจุบัน

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Motors นั้นได้เข้าไปเปิดตลาดในระดับสากลมาแล้ว ไม่ใช่เพียงในสหรัฐอเมริกา Tesla ได้เปิดตัวแล้วทั้งในยุโรป ประเทศจีน และออสเตรเลีย จึงมีคนสงสัยว่าเมื่อใดจึงจะบุกเข้าตลาดอินเดียซึ่งมีประชากร 1200 ล้านคน ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

Tesla ศึกษาเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่การเข้าตลาดประเทศอินเดียต้องเผชิญกับสิ่งต่อไปนี้

อินเดียเป็นตลาดปิด สินค้านำเข้าอย่างรถยนต์ ถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เสียภาษี 125 เปอร์เซ็นต์ รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตหรู อย่าง Tesla Roadster ราคาคันละ USD100,000 หรือรถยนต์นั่งไฟฟ้าที่ว่าดีที่สุดในโลก อย่าง Tesla Model S ราคาคันละ USD75,000 ซึ่งจัดเป็นรถยนต์หรู ไม่ใช่รถยนต์ประเภท Eco cars ก็คงจะทำตลาดไม่ได้มากนัก

นอกจากนี้ อินเดียเป็นประเทศที่มีปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ดังเช่น ระบบเครือข่ายไฟฟ้า ไฟฟ้าติดๆดับๆ ซึ่งมีปัญหาทั่วประเทศ ถึงแม้อินเดียจะมีการลงทุนในด้านพลังงานทางเลือก เช่น กังห้นลม (Wind mills) เพื่อผลิตไฟฟ้า แต่อินเดียไม่มีเครือข่ายสายไฟฟ้าที่วางทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ ไม่เหมือนกับสถานีเติมน้ำมัน ที่มีอยู่ทั่วประเทศ แม้จะดูไม่เป็นมาตรฐานดังในยุโรปหรืออเมริกาเหนือ แต่ก็สามารถให้บริการน้ำมันได้ทั่วประเทศ


โอกาสที่ Tesla จะเข้าสู่ตลาดอินเดียจะเป็นไปได้ ก็คือเมื่อใครก็ตาม สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขนาดไม่ใหญ่ สามารถวิ่งได้ (Range) 200 ไมล์หรือ 320 กิโลเมตรขึ้นไป ด้วยการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว และที่สำคัญคือราคาสามารถแข่งขันได้ ดังนั้นรถยนต์ Tesla ที่จะเข้าข่ายนี้คือ Tesla Model III ซึ่งหวังว่าจะผลิตได้จำนวนมาก ในยุคที่แบตเตอรี่มีสมรรถนะดียิ่งขึ้นในราคาที่ถูกลง สามารถทำราคาขายได้ที่ USD30,000 หรือคิดเป็นเงินไทยราว 960,000 บาท เมื่อนั้น Tesla ก็จะสามารถเปิดตลาดในอินเดียได้อย่างเป็นผล ซึ่งคาดว่าไม่เร็วไปกว่า 2017 และต้องให้เวลาในการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปอีกสัก 5-10 ปี