Friday, January 24, 2014

ปชป.-ส.ว.ยื่นศาลรธน.ฟันยิ่งลักษณ์-รมต.ออกพรก.มิชอบ

ปชป.-ส.ว.ยื่นศาลรธน.ฟันยิ่งลักษณ์-รมต.ออกพรก.มิชอบ

โพสต์ทูเดย์, 24 มกราคม 2557 เวลา 10:15 น.
------------
Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, government, กปปส., พรก.ฉุกเฉิน, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ไพบูลย์ นิติตะวัน, วิรัตน์ กัลป์ยาศิริ, การเลือกตั้ง, Thailand Reform, Reform before Election

นายกรัฐมนตรีรักษาการยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและคณะรัฐมนตรี เข้าตาจนหนักยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อการประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินมีเค้าส่อผิดรัฐธรรมนูญ เมื่อมีประกาศการเลือกตั้งแบบเลื่อนไม่ได้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 แต่กลับไปใช้พรก.ฉุกเฉิน อันเป็นกฎหมายจำกัดสิทธิในการแสดงออก และสิทธิของประชาชนในขั้นพื้นฐาน ทำให้หาเสียงไม่ได้อย่างเป็นธรรม เมื่อรัฐบาลเป็นฝ่ายผูกขาดสื่อทุกด้านอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์เสรี วิทยุ แต่ขณะเดียวกันก็จำกัดสิทธิฝ่ายที่เห็นต่างไม่ให้นำเสนอ แล้วจะให้ฝ่ายตรงกันข้ามหาเสียงได้อย่างเสรีกับประชาชนได้อย่างไร ท่ามกลางสภาวการณ์ข่มขู่และไม่ปลอดภัยเช่นนี้ – ประกอบ คุปรัตน์ (25 มกราคม 2557)
------------

ภาพ วิรัตน์ ควง สว.ไพบูลย์ ยื่นศาลรธน.ระงับ พร้อม เอาผิด ยิ่งลักษณ์ รัฐมนตรีรวม 18 คน ออกพรก.ฉุกเฉิน มิชอบพ่วงยุบพรรคเพื่อไทย

วันที่ 24 ม.ค. นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว. สรรหา พร้อมด้วย นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมทนายความพรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นคำร้องต่อ เจ้าหน้าศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายไพบูลย์ ระบุว่า ในวันนี้เป็นการยื่น 2 คำร้อง ขอให้ศาลวินิจฉัยตามมาตรา 68 เกี่ยวกับการกระทำของพรรคเพื่อไทย ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีรวม 18 คน ร่วมกระทำการตามต้องห้ามมาตรา 68 ออกประกาศพรก ฉุกเฉิน ทั้งที่ไม่มีเหตุฉุกเฉินใดๆและเป็นไปตามต้องห้ามมาตรา 164 ที่ครม. มีมติ โดยมีการใช้ทรัพยากรของรัฐซึ่งขัดระเบียบการเลือกตั้ง มาตรา 237 ที่มีหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รู้เห็น ดังนั้น เมื่อมีการรู้เห็น จึงเป็นการได้มาซึ่งอำนาจการปกครอง ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการกระทำต้องห้ามตามมาตรา 68 เข้าตามอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญสามารถวินิจฉัยได้ โดยคำร้องของนายวิรัตน์ เป็นคำร้องที่ 1 และของตนเป็นคำร้องที่ 2 ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี ครม. พรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรค รวม 18 คน ร่วมกระทำเพื่อให้ได้มาเพื่ออำนาจการปกครอง ไม่เป็นตามรัฐธรรมนูญ และขอให้ทั้งหมด ยุติการกระทำ ระงับพรก. ฉุกเฉิน รวมถึงขอให้ศาล วินิจฉัยยุบพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้หากคำวินิจฉัย ศาลออกมาจะ มีผลผูกพันไปที่กกต. ด้วย ในการให้ใบแดงผู้สมัคร ในฐานะผู้รู้เห็น

ขณะที่นายวิรัตน์ ย้ำว่าพรก.ฉุกเฉิน ขัดต่อรธน. เพราะไม่มีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ซึ่งต่างจากปี 2553 ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน ประกอบกับ กฎหมายนี้ออกในช่วงมีพระราชกฤษกาการเลือก อีกทั้งยังมีการห้ามสื่อนำเสนอข่าว จึงเข้าข่ายขัดมาตรา 181 (1,3,4) ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม และเป็นการกระทำของพรรคการเมือง


ภาพ @js100radio