Tuesday, July 7, 2015

กองทัพบกสหรัฐลดกำลังพลลง 40,000 อัตราภายในสิ้นปี ค.ศ. 2017

กองทัพบกสหรัฐลดกำลังพลลง 40,000 อัตราภายในสิ้นปี ค.ศ. 2017

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: สหรัฐอเมริกา, the United States, การทหาร, military, กองทัพบก, army, การลดกำลังพล, Sequestration

 ศึกษาและเรียบเรียงจากข่าว BBC, July 7, 2015. “US Army 'to cut 40,000 troops by the end of 2017.”


ภาพ กำลังพลกองทัพบกสหรัฐจะถูกลดกำลังพลต่ำสุดเท่าที่มีมาในหลายทศวรรษ

กองทัพบกสหรัฐอีกไม่นานจะมีกำลังพลต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา

กองทัพบกสหรัฐจะลดขนาดกองทัพลง 40,000 อัตราภายใน 2 ปีข้างหน้า ทั้งนี้เป็นตามข้อมูลของสื่อในสหรัฐ นอกจากนี้กองทัพบกยังจะลดเจ้าหน้าที่พลเรือนของกองทัพลงอีก 17,000 คน

แผนนี้จะประกาศอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ซึ่งโดยรวมจะทำให้กองทัพบกสหรัฐมีกำลังพลรบเหลือประมาณ 450,000 คน ซึ่งกองทัพบกเคยมีกำลังพลสูงถึง 570,000 คน ในปี ค.ศ. 2012 ในช่วงความรุนแรงของสงครามในอิรัคและอัฟกานิสถานขึ้นสูงสุด

แผนตัดกำลังคนนี้ได้มีการคิดกันมานานแล้ว โดยช่วงแรกของปี ค.ศ. 2014 ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงกลาโหม Chuck Hagel ได้เสนอให้ในช่วงหลังสงครามใหญ่ในต่างประเทศสองสนาม ให้ลดกำลังรบเหลือเพียง 450,000 คน

แต่กระนั้นก็ยังมีทหารอยู่ในอัฟกานิสถาน 10,000 คน เพราะแผนลดกำลังรบต้องค่อยๆชะลอไปจนกระทั่วปี ค.ศ. 2016

ในอิรัคยังจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารอยู่อีก 3,500 คน ช่วยกองทัพของอิรัค สู้รบกับกลุ่มกองกำลังรัฐมุสลิมติดอาวุธ (Islamic State - IS)

มีกองกำลังของทหารสหรัฐที่ทำหน้าที่ฝึกอบรมให้กับกบฎในซีเรียเพื่อต่อสู้กับ IS ซึ่งเปิดเผยในวันอังคารที่ผ่านมา โดยมีชาวซีเรียเพียง 60 คนที่ได้รับการฝึกอบรม

แผนการลดกำลังรบนี้นับว่าต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1940 ช่วงก่อนสหรัฐจะเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะนั้นมีกำลังทหารบกเพียง 270,000 คน

ในช่วง 1 ปีก่อนเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ขณะนั้นมีกำลังทหาร 480,000 คน

กองทัพบกจะต้องตัดกำลังทหารต่อไปอีก 30,000 คน เพราะงบประมาณทหารจะถูกลดจะมีการปลดประจำการ (Sequestration) โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป

ลองเปรียบเทียบงบประมาณทหารในประเทศหลักๆในโลก

จีน ซึ่งอเมริกันกลัวว่าจะก้าวมาเป็นมหาอำนาจแทนอเมริกัน โดยเฉพาะในภาคพื้นเอเชีย จีนเพิ่มเงินงบประมาณการทหารร้อยละ 10 ต่อปี ซึ่งคิดเป็นงบประมาณการทหารทั้งสิ้น USD 130,000 ล้าน; ประเทศซาอุดิอาเรเบีย ประเทศมั่งคั่งในตะวันออกกลาง ใช้งบประมาณทหาร USD 80,000 ล้าน; ประเทศรัสเซีย ซึ่งครั้งหนึ่งในบทบาทสหภาพโซเวียต เคยเป็นมหาอำนาจอีกขั้วหนึ่งของโลก ปัจจุบันก็ยังทรงอำนาจอยู่ ใช้งบประมาณการทหาร USD 70,000 ล้าน; สหราชอาณาจักร อดีตเป็นเจ้าอาณานิคมใหญ่ของโลก ปัจจุบันใช้งบประมาณการทหาร USD 62,000 ล้าน


แต่ทั้งหมดนี้จะเทียบกับสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวไม่ได้เลย แม้ว่าจะมีการลดกำลังรบ และถอนทหารออกจากอิรัคและอัฟกานิสถานแล้ว สหรัฐก็ยังใช้งบประมาณทหารปีละ USD 585,000 ล้าน หรือประมาณ 19.3 ล้านล้านบาท

No comments:

Post a Comment