Friday, October 26, 2012

ซิลวิโอ เบอร์ลูสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีของอิตาลีถูกศาลตัดสินจำคุก 4 ปี ฐานหนีภาษี

ซิลวิโอ เบอร์ลูสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีของอิตาลีถูกศาลตัดสินจำคุก 4 ปี ฐานหนีภาษี

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: การเมือง, การปกครอง, ยุโรป, อิตาลี, EU, Europe, Italy, Silvio Berlusconi

ศึกษาและเรียบเรียงจากข่าว “Silvio Berlusconi sentenced for tax fraud.” BBC News, เมื่อวันที่ 26 October 2012 Last updated at 17:21 GMT


ภาพ  ซิลวิโอ เบอร์ลูสโคนี (Silvio Berlusconi) อดีตนายรัฐมนตรีประเทศอิตาลี

ศาลเมืองมิลาน (Milan) ในประเทศอิตาลี ได้ตัดสินความผิดของอดีตนายกรัฐมนตรีของอิตาลี ซิลวิโอ เบอร์ลูสโคนี (Silvio Berlusconi) วัย 75 ปี โทษหนีภาษี จำคุก 4 ปี แต่ด้วยกฎหมายอภัยโทษ โทษจึงลดลงเหลือ 1 ปี เบอร์ลูสโคนีกล่าวประณามการตัดสินของศาลครั้งนี้ว่า เป็นการคุกคามทางศาล และเขาจะยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้ในศาลชั้นต่อไป

เบอร์ลูสโคนีและคนอื่นๆถูกกล่าวหาว่าซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์สหรัฐด้วยราคาที่เกินจริงด้วยการซื้อสินค้าจากบริษัทต่างประเทศที่อยู่ภายใต้อำนาจของเขา การตัดสินครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการลงโทษ ในหลายๆคดีของเขาที่ถูกกล่าวหากระทำความผิดทางด้านธุรกิจ ในอดีต เรื่องที่ถูกฟ้องร้องมักจะได้สามารถเคลียร์ได้ หรือไม่ก็เรื่องหมดอายุความ

ในปี ค.ศ. 1997 เขาได้รับโทษภาคทัณฑ์ในการทำบัญชีการเงินปลอม แต่ในศาลอุทรณ์เรื่องก็ถูกยกฟ้องไป

หลังจากประกาศผลของการตัดสิน หุ้นของ Mediaset TV company ที่เขาเป็นเจ้าของในตลาดหลักทรัพย์ที่เมืองมิลานได้ตกลงมาทันทีร้อยละ 3

เบอร์ลูสโคนีได้ประกาศในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเขาจะลงจากการเป็นหัวหน้าพรรค Freedom Party และจะไม่สมัครชิงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในปีหน้า

ในช่วงที่เบอร์ลูสโคนีมีอำนาจในสองทศวรรษที่ผ่านมา เขาได้แก้ไขกฎหมายที่ทำให้เขาได้รับการยกเว้นโทษอาญาที่เกี่ยวกับคอรัปชั่นหลายๆประการที่เขาถูกกล่าวหา

แต่การที่เขาได้รับการลดหย่อนโทษจาก 4 ปี เหลือ 1 ปีนี้ เป็นผลมาจากการปรับนโยบายโดยพรรคฝ่ายซ้ายกลางที่เป็นรัฐบาลคู่ปรับของเขา ที่ต้องการลดจำนวนนักโทษในคุกลง

ข้อมูลจาก Wikipedia

ซิลวิโอ เบอร์ลูสโคนี (Silvio Berlusconi) เกิดเมื่อวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1936 เป็นนักการเมืองและเจ้าพ่อสื่อ ผู้ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี 3 สมัยจากช่วง ค.ศ. 1994 ถึง 1995, 2001 ถึง 2006 และ 2008 ถึง 2011 เขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Mediaset ยักษ์ใหญ่ด้านสื่อในอิตาลี และเจ้าของทีมฟุตบอล A.C. Milan เขานับเป็นนายกรัฐมนตรีที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา และนับเป็นคนที่สามในประวัติศาสตร์ที่นับแต่ที่ได้มีการรวมประเทศอิตาลีเป็นหนึ่ง ตามหลังเพียงจอมเผด็จการ Benito Mussolini และ Giovanni Giolitti

จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes เบอร์ลูสโคนีจัดเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับที่ 169 ของโลก โดยมีทรัพย์สินมูลค่า 177,000 ล้านบาท

การก้าวขึ้นสู่อำนาจทางการเมืองของเบอร์ลูสโคนีเป็นไปอย่างรวดเร็ว เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกคณะที่ปรึกษา (Member of the Chamber of Deputies) เป็นครั้งแรก และได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1994 หลังจากที่ได้มีการจัดตั้งพรรค  Forza Italia ได้พรรคได้กลายเป็นเสียงข้างมากในเวลาเพียง 3 เดือน แต่คณะรัฐบาลของเขาก็ต้องล้มลงด้วยเวลาเพียง 9 เดือน ด้วยความที่ตกลงกันไม่ได้ในพรรคร่วมรัฐบาล ในการเลือกตั้งอย่างรวดเร็วในเดือนเมษายน ค.ศ. 1996 เบอร์ลูสโคนีแพ้พรรคฝ่ายซ้ายกลางที่นำโดย Francesco Rutelli การเมืองของเบอร์ลูสโคนีเป็นไปในแบบของอิตาลี คือลุ่มๆดอนๆ เข้าๆออกๆ

การดำรงตำแหน่งและทำหน้าที่ของเขามักเป็นข้อถกเถียงในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของธุรกิจกับการเมืองของเขา เบอร์ลูสโคนีถูกวิจารณ์ว่าพรรคร่วมรัฐบาลของเขาคือ nativist Lega Nord เป็นพวกเผด็จการมาเกิดใหม่ เขาเคยกล่าวยกย่องจอมเผด็จการ Mussolini เขาเคยเดินทางไปลิเบียในปี ค.ศ. 2008 สมัยกัดดาฟีเรืองอำนาจ เพื่อขอโทษและจ่ายค่าชดเชยสงครามที่อิตาลีเคยทำกับลิเบียในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในช่วงที่เขาครองอำนาจ เขามีเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวกับทางเพศกับหญิงค้าประเวณีที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

หลังจากเขาเสียเสียงข้างมากในสภาและปัญหาด้านเศรษฐกิจที่หนักหนายิ่งขึ้นด้วยวิกฤติหนี้สินของชาติในยุโรป (European debt crisis) เบอร์ลูสโคนีได้ประกาศลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2011 แต่ตามการรายงานของสื่อ เขาต้องการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และเตรียมตัวที่จะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อรองรับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในปี ค.ศ. 2013