Monday, October 15, 2012

ราชินีแมรี (Mary I of England) - Bloody Mary


ราชินีแมรี (Mary I of England) - Bloody Mary

ประกอบ คุปรัตน์Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: ประวัติศาสตร์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร, กษัตริย์, ความเป็นผู้นำ, history, England, United Kingdom, monarch, king, queen, Elizabeth I, Mary I, Anne Boleyn, Catherine of Aragon

ศึกษาและเรียบเรียงจาก Wikipedia, the free encyclopedia



ราชินีแมรี (Mary I of England) - Bloody Mary


พระเจ้าเฮนรี่ที่แปด (Henry VIII) แห่งอังกฤษ
พระบิดของพระนางแมรี่แห่งอังกฤษ


พระนางแคเทอรีนแห่งอารากอน” (Catherine of Aragon)
พระมารดาของพระนางแมรีที่หนึ่งแห่งอังกฤษ

พระราชินีแมรีที่หนึ่งแห่งอังกฤษ (Mary I of England) เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1516 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1558 เป็นพระราชินีผู้ปกครองอังกฤษและไอร์แลนด์ (England and Ireland) ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1553 จนถึงเมื่อเสียชีวิต ฝ่ายตรงข้ามเธอเรียกเธอว่า “แมรีบ้าเลือด” หรือ “แมรีกระหายเลือด” (Bloody Mary)

พระนางแมรีเป็นทายาทคนเดียวของพระเจ้าเฮนรี่ที่แปด (Henry VIII) และมเหสีคนแรก คือ “พระนางแคเทอรีนแห่งอารากอน” (Catherine of Aragon) น้องชายต่างมารดาของแมรี คือเอ็ดเวิร์ดที่หก (Edward VI) ได้ครองราชย์ต่อจากพระเจ้าเฮนรีในปี ค.ศ. 1547 เมื่อเอ็ดเวิร์ดป่วยจนถึงแก่ความตายในปี ค.ศ. 1553 ได้พยายามขจัดแมรีออกจากโอกาสสืบราชบัลลังก์ด้วยเกรงความขัดแย้งด้านศาสนา เพราะแมรีเป็นฝ่ายฝักไฝในคริสต์ศาสนานิกายแคธอลิก เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดสวรรคต จึงได้ให้คุณหญิงเจน เกรย์ (Lady Jane Grey) ได้เป็นคนแรกที่จะสืบราชบัลลังก์ แมรีเมื่อทราบความก็รวมกำลังทหารที่แองเกลียตะวันออก (East Anglia) และใช้กำลังโค่นล้มฝ่ายคุณหญิงเจน เกรย์สำเร็จ และนำไปสู่การสำเร็จโทษและประหารชีวิตด้วยการตัดคอคุณหญิงเจน เกรย์ ในปี ค.ศ. 1554 พระนางแมรีอภิเษกสมรสกับฟิลิปแห่งสเปน (Philip of Spain) และได้ดำรงตำแหน่งมเหสี (queen consort) และราชินีแห่งแฮบสเบิร์กสเปน (Habsburg Spain) เมื่อฟิลิปได้ขึ้นเสวยราชสมบัติในปี ค.ศ. 1556

ในช่วงเวลา 5 ปีแห่งการครองราชย์ดังกล่าว แมรีได้กำจัดผู้เห็นต่างทางศาสนาด้วยการประหารโดยการเผาไฟ 280 คน และพยายามนำนิกายคาธอลิกกลับคืนมา แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อน้องสาวต่างมารดา คืออลิซาเบธที่หนึ่ง (Elizabeth I) ที่หันไปใช้ความอดทนและผ่อนปรนด้านความเชื่อในศาสนา

ในฐานะที่เป็นกษัตริย์จากราชวงศ์ทูดอร์ (Tudor dynasty) องค์ที่ 4 ที่ได้ครองราชย์ แมรีเป็นที่รู้จักกันในฐานะกษัตริย์ที่สถาปนาคริสตศาสนานิกายแคธอลิกเป็นศาสนาหลักในอังกฤษ หลังจากที่เอ็ดเวิร์ด น้องชายต่างมารดาของแมรีได้ครองราชย์ และฟื้นฟูนิกายโปรเตสแตนท์ได้ในช่วงสั้นๆ

นโยบายด้านศาสนา
Religious policy


ภาพวาด ฟิลิปที่สองแห่งสเปน (Philip II of Spain) ในระหว่างสมรสกับพระนางแมรี่ที่หนึ่งของอังกฤษ พระองค์เท่ากับได้ร่วมปกครองอังกฤษและไอร์แลนดกับพระนางแมรี ตราบจนพระนางสวรรคต

ในช่วงเดือนหลังขึ้นครองราชย์ (Accession) แมรีได้ประกาศว่าจะไม่บังคับให้พสกนิกรต้องนับถือศาสนาตามพระนาง แต่ภายในสิ้นกันยายน ผู้นำฝ่ายพระปฏิรูป ดังเช่น John Bradford, John Rogers, John Hooper, Hugh Latimer และ Thomas Cranmer ก็ถูกจำคุก ในการประชุมรัฐสภาครั้งแรกในต้นเดือนตุลาคม ค.ศ. 1553 พระนางประกาศให้การอภิเษกสมรสของบิดาและมารดาของพระนางถูกต้องตามกฎหมาย และยกเลิกกฎหมายอันเกี่ยวกับศาสนาที่ได้ประกาศในสมัยของเอ็ดเวิร์ด ข้อกำหนดทางศาสนาที่ได้เคยยกเลิกไป ได้กลับคืนมาใหม่ ดังเช่น พระที่บวชหากเป็นพระที่มีคู่สมรส (Married priests) ก็ไม่สามารถรับประโยชน์จากศาสนา ในนิกายคาธอลิก พระไม่สามารถแต่งงานหรือมีครอบครัวได้

แมรีมักปฏิเสธการตัดขาดจากศาสนจักรในโรมโดยพระบิดาของพระองค์ และไม่ยอมรับการสถาปนาโปรเตสแตนท์ในสมัยของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่หก (Edward VI) พระนางและพระสวามีต้องการให้อังกฤษคืนดีกับโรม ฟิลิปพระสวามีหว่านล้อมให้รัฐสภาอังกฤษยกเลิก (Repeal) กฎหมายเกี่ยวกับโปรเตสแตนท์ที่ได้ออกโดยพระบิดาของแมรี และนำอังกฤษกลับสู่ศาสนจักรโรม การพยายามให้ได้ข้อตกลงใช้เวลาหลายเดือน โดยพระนางแมรีและพระสันตะปาปา Pope Julius III ต้องมีการตกลงกันในสิทธิประโยชน์หลักๆ ดังเช่น ที่ดินที่ได้ยึดไปในสมัยของกษัตริย์เฮนรีจะไม่ต้องคืนสู่ศาสนจักร แต่จะอยู่ในมือของเจ้าของใหม่  ซึ่งคนเหล่านี้มีอิทธิพล ในสิ้นปี ค.ศ. 1554 พระสันตะปาปาได้รับข้อตกลง และจึงนำไปสู่การมีกฎหมายฟื้นฟูศาสนจักรคาธอลิกในอังกฤษใหม่

ตามกฎหมาย Heresy Acts ชาวโปรเตสแตนท์จำนวนมากต้องถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตด้วยการตามจองล้างจองผลาญในช่วงของแมรี ชาวโปรเตสแตนท์ที่มั่งคั่ง รวมถึงคนอย่าง John Foxe และอีกประมาณ 800 คนเลือกที่จะย้ายไปอยู่แผ่นดินอื่น การลงโทษประหารชีวิตได้เริ่มขึ้นในช่วง 5 วันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1555 John Rogers ถูกประหารในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ Laurence Saunders ในวันที่ 8 และ Rowland Taylor และ John Hooper ถูกประหารในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1555

พระผู้นำนิกายโปรเตสแตนท์ ดัง Archbishop of Canterbury Thomas Cranmer ผู้ถูกคุมขัง ได้ถูกบังคับให้ต้องดู พระ Bishops Ridley และ Latimer ถูกเผาต่อหน้าต่อตา

มีคน 283 คนถูกประหาร ส่วนใหญ่ด้วยการเผาทั้งเป็น การเผาเป็นการสร้างความเกลียดชัง แม้แต่แต่ Alfonso de Castro ฝ่ายสงฆ์ของพระสวามีฟิลิปเอง ก็ประณามการกระทำนี้ ที่ปรึกษาของฟิลิป Simon Renard เตือนเขาว่า การใช้อำนาจบังคับด้วยความรุนแรงและโหดร้ายนี้ จะก่อให้เกิดการกบฏ แต่แมรีก็ยังดำเนินนโยบายรุนแรงนี้ต่อไปจนตลอดสมัยและจนเธอสิ้นชีวิต และนี่เป็นการสร้างความรู้สึกเกลียดชังฝ่ายแคธอลิกและเกิดกระแสต่อต้านสเปนในหมู่ชาวอังกฤษ และคนที่ถูกประหาร ได้กลายเป็น “ผู้ไถ่บาป” (Martyrs) เป็นวีรบุรุษผู้เสียสละที่ได้รับการยกย่องจากชาวอังกฤษ

Reginald Pole บุตรชายของผู้ปกครองแมรีเอง ก็ถูกประหาร และครั้งหนึ่งเคยจีบแมรี ได้รับมอบหมายจากศาสนจักรโรมในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1554 เขาได้บวชเป็นพระและได้รับแต่งตั้งเป็น Archbishop of Canterbury หลังจาก Cranmer ได้เสียชีวิตในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1556

ราชินีแมรี ในช่วงวัยสาวเป็นต้นมา เป็นคนสุขภาพไม่ดี มักปวดท้องรุนแรงเมื่อมีประจำเดือน เธอครองราชย์เพียง 5 ปี ในช่วง วันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1553 ถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1558 สันนิฐานเธออาจเสียชีวิตด้วยโรคเนื้องอกหรือมะเร็งในมดลูก (Ovarian cysts) หรือมะเร็งในกระเพาะหรือลำไส้ (Uterine cancer)