Tuesday, March 5, 2013

ศูนย์การค้าในเมืองร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในประเทศจีน


ศูนย์การค้าในเมืองร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในประเทศจีน

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: เศรษฐศาสตร์, economics, เศรษฐกิจฟองสบู่, bubble economy, ประเทศจีน, China, เมืองร้าง, ghost town,

ศึกษาและเรียบเรียงจาก “World's biggest mall a China 'ghost town'.” โดย Johan Nylander, CNN, March 4, 2013 -- Updated 0230 GMT (1030 HKT)


ภาพ ศูนย์การค้าในเมือง Dongguan ในจังหวัดกวางตุ้ง (Guangdon, China) ประเทศจีนที่กลายเป็นเมืองร้าง

Dongguan, China (CNN) – เขาสร้างศูนย์การค้าที่ไม่มีคนมาจับจ่าย ที่จังหวัดกวางตุ้ง (Guangdon Province) เมืองนี้ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน มีการสร้างศูนย์การค้าที่ มีพื้นที่ 5 ล้านตารางฟุต สามารถจุร้านค้าได้ 2,350 ร้าน จัดเป็นศูนย์การค้าที่มีพื้นที่ให้ร้านค้าเช่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดใหญ่กว่า Mall of America ซึ่งจัดเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ

ทุกอย่างออกแบบมาดูดีหมด แต่ปัญหาคือศูนย์การค้านี้มีแต่ความว่างเปล่า แม้ว่ามีแผนการใหญ่โต แต่มีผู้มาเช่าใช้พื้นที่เพียงหยิบมือ มีคนมาเยี่ยมใช้บริการน้อยมาก มีอัตราการใช้ประโยชน์น้อยมาก ที่ศูนย์การค้านี้ Emporis ศูนย์ข้อมูลด้านอาคารต่างๆในโลก ได้จัดให้ที่นี่เป็น “ศูนย์การค้าที่ตาย” (Dead mall)

ศูนย์การค้านี้ เปิดให้สาธารณชนเข้าใช้ได้ในปี ค.ศ. 2005 ผู้พัฒนาหวังว่าจะมีคนมาใช้บริการวันละ 100,000 คนต่อวัน แต่ 8 ปีผ่านไป มีคนไปใช้บริการเพียงที่ร้านอาหารแบบจานด่วนของอเมริกันที่บริเวณทางเข้าโรงภาพยนตร์ IMAX ไม่กี่คน มีพ่อแม่บางคนพาลูกๆไปเที่ยวที่ศูนย์สันทนาการ Teletubbies Edutainment Center แต่โดยทั่วไปแล้ว บรรยากาศเงียบเหงา

ปัญหาส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถานที่ ซึ่ง Dongguan เป็นเมืองอุตสาหกรรมมีคน 10 ล้านคนก็จริง แต่คนเหล่านี้อพยพมาจากที่อื่นๆ ต้องอยู่อย่างหาเช้ากินค่ำ เมื่อทำงานหนักในโรงงาน ก็ไม่มีเวลาที่จะเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ

คนทำงาน ต้องทำงานหนักเพียงเพื่อความอยู่รอด ไม่มีเงินและเวลาที่จะไปใช้ซื้อตั๋วขึ้น รถไฟเหาะตีลังกา (Rollercoaster) หาความสำราญ การที่เกิดโครงการศูนย์การค้าใหญ่ขนาดนี้ เกิดขึ้นโดยไม่มีการศึกษาด้านการตลาดและธุรกิจอย่างดีพอ และขณะเดียวกัน ด้วยความสำเร็จโดยรวมของประเทศจีนโดยรวม ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด ทำให้ธนาคารปล่อยเงินอย่างไม่เคร่งครัด

แต่ศูนย์การค้าที่ว่างเปล่าในเมืองนี้ ก็ไม่ใช่เป็นเพียงแห่งเดียว ในประเทศจีนมีโครงการที่เป็นเหมือนเมืองร้างเกิดขึ้นอีกหลายๆแห่ง มีโครงการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ทั้งที่พักอาศัย และศูนย์การค้า ที่ไม่มีคนมาใช้บริการ แต่ประเทศจีนก็เติบโตทางเศรษฐกิจที่ระดับร้อยละ 7-8 ต่อปี
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะรัฐบาลกลางใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการลงทุนขั้นพื้นฐาน เร่งให้เกิดงานก่อสร้าง แต่ปัญหาใหญ่คือรัฐบาลกลางไม่สามารถใช้ในโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไม่ระมัดระวัง และปล่อยเงินไปกับการลงทุนที่ไม่เกิดประโยชน์เช่นนี้ได้อีกมากนัก และอันที่จริง การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ระดับร้อยละ 7-8 ต่อปี ก็ไม่จำเป็นสำหรับประเทศจีนเสียทีเดียว หากการเติบโตนี้ไปสร้างความเสี่ยงในทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นกับประเทศโดยรวม

ผมนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง ก็เพื่อให้สังคมไทยเราได้มองอย่างเตือนสติตัวเอง เราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศถูกชักพาไปด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ “ประชานิยม” (Populism) ที่ไม่สร้างความแข็งแกร่งให้กับพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศไปได้นานนัก การกระตุ้นเศรษฐกิจในยามคับขันได้ผ่านไปแล้ว ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ช่วง พ.ศ. 2551-2554 แต่หลังจากนั้นแล้ว ประเทศไทยโดยการนำของรัฐบาลกลาง ควรได้เพิ่มความระมัดระวังด้านการเงิน และต้องหันกลับมาสร้างวินัยทางการเงินการคลังให้กลับคืนมา และพยายามให้ธุรกิจทั้งภาคบริการและอุตสาหกรรม สามารถกลับมายืนอยู่ได้บนขาของตนเอง 


ภาพ ภายในศูนย์การค้า ที่กลายเป็นความว่างเปล่า ไม่มีคนมาจับจ่ายอย่างที่คาดหวัง


ภาพ ภายนอกของศุนย์การค้า

ส่วนการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ ก็ต้องเป็นโครงการที่จำเป็นที่จะสร้างความแข็งแกร่งและความได้เปรียบทางเศรษฐกิจในระยะยาว เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ (Water Management), การสร้างระบบขนส่งมวลชนด้วยราง (Mass transit system), รถไฟความเร็วสูง สายยุทธศาสตร์ (Strategic High-Speed Rail system) ฯลฯ