Monday, March 18, 2013

รถยนต์ไร้คนขับของกูเกิล (Google driverless car)


รถยนต์ไร้คนขับของกูเกิล (Google driverless car)

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การขนส่ง, transportation, การเดินทาง, commuting, รถยนต์ไฟฟ้า, electric car, รถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม, hybrid electric car, รถยนต์ไฟฟ้าลูกประสมแบบเสียบปลั๊ก, Google, PHEV, Toyota Prius, driverless technology,

ศึกษาและเรียบเรียงจาก Wikipedia, the free encyclopedia


ภาพ รถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม Toyota Prius ที่ปรับแต่งเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนได้โดยไม่ต้องมีคนขับ (Driverless car) เพื่อใช้ในระดับทดลอง

โครงการรถยนต์ไร้คนขับของกูเกิล (Google driverless car) เป็นโครงการของกูเกิลที่พัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนได้โดยไม่ต้องใช้คนขับ โครงการนี้นำโดยวิศวกรของกูเกิล ซีบาสเตียน ทรุน (Sebastian Thrun) ผู้อำนวยการของห้องทดลองปัญญาประดิษฐ์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford Artificial Intelligence Laboratory) รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ร่วมประดิษฐ์รถยนต์ถ่ายภาพท้องถนนที่ใช้ประกอบแผนที่ของกูเกิล (Google Street View) ทีมงานของทรุนพัฒนาระบบที่ชนะเลิศความคิดสร้างสรรค์ของ DARPA ในปี ค.ศ. 2005 ที่เรียกว่า 2005 DARPA Grand Challenge ซึ่งได้รับรางวัล 2 ล้านเหรียญจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ทีมพัฒนานี้ประกอบด้วยวิศวกรที่ทำงานให้กูเกิล 15 คน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึง Chris Urmson, Mike Montemerlo, และ Anthony Levandowski ซึ่งทำงานให้กับ DARPA Grand and Urban Challenges

ในวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2011 รัฐเนวาดาในสหรัฐอเมริกา ได้อนุญาตให้ผ่านกฎหมายที่ทำให้กูเกิลได้ใช้รถยนต์ที่ไม่มีคนขับบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งมีผลอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 ใบอนุญาตนี้ได้มอบให้รถยนต์ไฟฟ้าลูกประสมปรับแต่ง Toyota Prius เพื่อให้กูเกิลได้ทดลองใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนรถยนต์โดยไม่ใช้คนขับ (Driverless technology)

ในปัจจุบันนี้มี 3 รัฐและกรุงวอชิงตัน ดีซี ที่อนุญาตให้ใช้รถยนต์ใช้เทคโนโลยีไร้คนขับ ที่ทำให้วิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกกฎหมาย ในยุคต่อไป ฝ่ายนิติบัญญัติก็คงจะมีเรื่องต้องมาปรับปรุงกฎหมายว่าเมื่อไม่มีคนขับ แล้วมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ซึ่งก็ได้ความว่า ก็บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับนี้ ทั้งนี้เพื่อให้ไม่กระทบค่าประกันรถยนต์ที่บริษัทประกันภัยอาจเรียกเพิ่ม หรือไม่รับประกันในกรณีเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์ไร้คนขับ

ฝ่ายผู้ประดิษฐ์รถยนต์ไร้คนขับนี้เขามั่นใจว่า เมื่อพัฒนาไปถึงระดับหนึ่งแล้ว รถยนต์ไร้คนขับจะมีความปลอดภัยโดยสถิติดีกว่ารถยนต์ที่ใช้คนขับ โดยเฉพาะคนขับในกลุ่มเสี่ยง เช่นคนชรา คนป่วย หรือพิการ คนขับในขณะร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อน กำลังใช้ยา ฯลฯ ที่ระบบประสาทตอบสนองไม่สมบูรณ์ปกติเหมือนทั่วไป