Monday, October 28, 2013

กบในหม้อต้ม – ทำไมประชาชนถึงทนต่อทรราชย์

กบในหม้อต้ม – ทำไมประชาชนถึงทนต่อทรราชย์

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การเมือง, politics, การปกครอง, governance, การเปลี่ยนแปลง, change, planned change, กบในหม้อต้ม, The boiling frog, ซิมบาบเว, Zimbabwe, โรเบิร์ต เกเบรียล มูกาเบ้, Robert Gabriel Mugabe

มีเกร็ดเล่าเกี่ยวกับ “กบในหม้อต้ม” (The boiling frog) ที่จะอธิบายพฤติกรรมของคนต่อระบบเผด็จการที่เลวร้าย ทำไมคนจำนวนมากจึงยังทนอยู่กับระบบโดยไม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง

อันกบนั้น หากเราต้มน้ำจนร้อน แล้วนำกบหยอดลงไปในหม้อ กบจะตกใจกระโดดหนีไป แต่หากเรานำกบใส่ลงไปในหม้อน้ำอุณหภูมิปกติ กบจะอยู่เฉยๆ แล้วค่อยๆต้มน้ำด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ที่ละน้อยๆ กบก็ปรับตัวได้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำร้อนจัดจนกบทนไม่ได้ ต้องตายไป


ในการทดลองต้มกบในหม้อน้ำ - โกลท์ซ (Goltz) ได้เพิ่มอุณหภูมิของน้ำจาก 17.5 C เป็น 56 C ภายในเวลา 10 นาที หรือเพิ่มอุณหภูมิ 3.8 C ต่อนาที ซึ่งการทดลองของเขาทำให้กบกระโดดออกจากหม้อที่ต้ม ในขณะที่ไฮซ์แมนน์ (Heinzmann) ได้ทดลองเพิ่มความร้อนของน้ำที่ต้มกบในช่วงเวลา 90 นาที จากอุณหภูมิ 21 °C ไปเป็น 37.5 C หรืออัตราเพิ่มอุณหภูมิ 0.2 C ทุกนาที ซึ่งในอุณหภูมิ 37-38 C นี้แม้จะสูงแต่ก็ยังไม่สูงพอที่จะฆ่ากบได้

จากการวิจัยหนึ่งในปี ค.ศ. 1897 ได้ใช้การเพิ่มอุณหภูมิอย่างช้ามาก คือ 0.002°C ต่อวินาที แล้วจึงพบว่ากบตายไปในที่สุดในเวลา 2 ½ ชั่วโมง โดยไม่ทันได้รู้ตัวและเคลื่อนไหว


ภาพ ประธานาธิบดีโรเบิร์ต เกเบรียล มูกาเบ้ (Robert Gabriel Mugabe) ในปัจจุบัน

ในอีกด้านหนึ่ง ดูตัวอย่างการปกครองประเทศซิมบาบเว (Zimbabwe) ภายใต้ประธานาธิบดีโรเบิร์ต เกเบรียล มูกาเบ้ (Robert Gabriel Mugabe) เขาขึ้นครองอำนาจในประเทศ เขาเป็นวีรบุรุษในยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากโดยคนผิวขาว อันเป็นชนกลุ่มน้อยปกครองประเทศที่คนเกือบทั้งประเทศเป็นคนผิวดำ เขาขึ้นครองประเทศยุคหลังประกาศอิสรภาพ เขาเริ่มด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เขาเอาใจคนส่วนใหญ่ของประเทศ ด้วยการยึดสมบัติและกิจการที่ถือครองโดยคนผิวขาว แล้วแบ่งปันให้กับคนผิวดำที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ คนส่วนใหญ่พอใจ คนส่วนน้อย คนผิวขาว ผู้ประกอบการ และนักลงทุนที่อยู่ในประเทศไม่ได้ ก็อพยพไปอยู่ที่อื่น แต่เมื่อครองอำนาจนานขึ้นๆ เขาก็เพิ่มความเป็นเผด็จการ นอกจากขจัดคนผิวขาวแล้ว ก็ยังจำกัดสิทธิฝ่ายตรงกันข้าม เขาใช้นโยบายประชานิยม (Populism policy) รักษาฐานเสียงอย่างมั่นคง แม้มีการเลือกตั้งคราวได้ เขาก็ยังได้รับเสียงข้างมาก แม้บ้านเมืองจะมีการคอรัปชั่นหนักข้อขึ้นทุกวัน เศรษฐกิจตกต่ำ ไม่มีการลงทุนเพิ่มในประเทศ คนตกงาน และอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดในโลก แต่เขาก็โทษว่า เพราะคนผิวขาวและตะวันตกกีดกันการค้ากับประเทศซิมบาบเว คนฝ่ายตรงกันข้ามเขาก็ถือว่าเป็นพวกทรยศต่อชาติ

ปัจจุบันมูกาเบ้อายุ 89 ปีแล้ว และครองอำนาจมา 33 ปี และเขาก็ยังชนะขาดการเลือกตั้งครั้งสุดท้าย เขายังคุมระบบราชการ ทหาร ตำรวจ และฐานเสียงประชานิยมของเขาได้อย่างเหนียวแน่น ประชาชนซิมบาบเวในขณะนี้เป็นเหมือนกบที่ถูกต้มด้วยน้ำร้อนจนจะตายหมด และอยู่ท่ามกลางความยากจน ฝ่ายตรงข้ามหมดเรี่ยวแรง แต่ประชาชนก็หมดแรง อยู่กันไปเหมือนคนตายซากไปแล้ว

ในประเทศของเขา ผมขอเพียงยกเป็นตัวอย่าง แต่สำหรับประเทศไทยของเรา เราจะอยู่อย่างไร จะเลือกเป็นกบที่รีบโดดหนีน้ำร้อน หรือจะค่อยๆตายไปกับน้ำที่ร้อนขึ้นทุกวัน ลองมาคิด ดูสภาพการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมรอบๆตัวเอง และร่วมอภิปรายดู