Wednesday, December 11, 2013

ระบอบทักษิณ คือฐานของระบอบเครือญาติและพรรคพวกเพื่อนฝูง


ระบอบทักษิณ คือฐานของระบอบเครือญาติและพรรคพวกเพื่อนฝูง

มิน่า กปปส. ถึงต้องขับไล่ ระบอบทักษิณ!!!
แค่บางส่วนของ "ระบอบทักษิณ" ที่ครอบคลุมรัฐวิสาหกิจ

อ่านและทำความเข้าใจ คปปส. ให้ชัดว่า ต้องการโค่นระบอบทักษิณ เพราะอะไร ??
รู้แล้ว..จะหนาว
-------------

จะเข้าใจระบอบทักษิณ ต้องเรียนรู้ศัพท์ 2 คำ คือ ระบบพวกพ้อง (Cronyism) และการเอื้อประโยชน์ต่อเครือญาติ (Nepotism)

Crony = เพื่อนเก่าแก่ อ่านว่า โครนี

Cronyism = การแต่งตั้งพรรคพวกเพื่อนฝูงเข้าสู่ตำแหน่งที่มีอำนาจ เป็นคำที่ตรงกันข้ามกับ "ระบบคุณธรรม" (Meritocracy) ในระบบเล่นพรรคเล่นพวกนี้ เป็นการแต่งตั้งแบบอาศัยเลือกเอาจากคนวงในใกล้ชิด ซึ่งอาจเป็นญาติหรือพรรคพวกเพื่อนฝูง ในต่างประเทศที่พัฒนาแล้ว การแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งที่สำคัญ ต้องแต่งตั้งจากฐานของคนที่กว้างขวาง ดำเนินการอย่างโปร่งใส และอธิบายได้ว่า เขาเหล่านั้นเข้ามาสู่ตำแหน่งด้วยความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานได้อย่างไร

Nepotism = การเลือกที่รักมักที่ชัง, การเกื้อหนุนต่อกลุ่มญาติมิตร มาจากคำว่า Nephew ซึ่งแปลว่าลูกหลาน, หลานชาย

Nepotism ต่างจากคำว่า Cronyism ตรงที่ Nepotism หมายถึงเกื้อหนุนกันในหมู่เครือญาติ อย่างที่มีคนไทยใช้คำพังเพยว่า "ไม่เห็นขี้ดีกว่าไส้" เพราะไส้ หมายถึงเนื้อของร่างกายเราเอง ส่วนขี้หรือุจจาระนั้น สามารถขับออกไปได้ ไม่มีความสำคัญอะไร คำว่า ส่วน Cronyism มีความหมายถึงการเอื้อประโยชน์ไปให้พรรคพวกเพื่อนฝูง แล้วเขาเหล่านั้นก็ทำหน้าที่เอื้อประโยชน์ตอบแทนกลับคืนในรูปของผลประโยชน์และการรักษาฐานอำนาจ

Nepotism นี้มีมาแต่ยุคที่พระสังฆราช (Pope) ในคริสต์ศาสนาเลือกแต่งตั้งญาติพี่น้องของตนเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้าบาดหลวง หรือพระในตำแหน่งสูง Nepotism เกิดขึ้นในแวดวงการเมือง ศาสนา กิจการบันเทิง และธุรกิจ

ลองมาพิจารณาจากข้อมูลที่ได้มีการสืบค้นและเรียบเรียงมาแล้ว โดย สลิ่มกู้ชาติ, Facebook, 11 ธันวาคม 2556, ที่แสดงให้เห็นถึงระบบพรรคพวกเพื่อนฝูง และการเอื้อประโยชน์ในวงเครือญาติ ที่ขัดกับหลักคุณธรรม (Merit System) ซึ่งหมายถึงการสรรหา คัดเลือกคนเข้าสู่ตำแหน่งโดยยืดเอาความรู้ความสามารถของบุคคล และการเปิดโอกาสให้ได้คนเหมาะสมที่สุดสู่ตำแหน่ง – ประกอบ คุปรัตน์, (11 ธันวาคม 2556)
-------------

สลิ่มกู้ชาติ, Facebook, 11 ธันวาคม 2556

Credit to: ดร. นฎาประไพ สุจริตกุล

เห็นว่าม๊อบถูกว่าต้านทักษิณ .. จริงๆแล้วต้านคนโกงชาติทุกคน

ตระกูลชิน...ยึดองคาพยพ รัฐวิสาหกิจเบ็ดเสร็จ (1) โดย นายซื่อตรงรักเมืองไทย แนวหน้า 29/11/56
รายชื่อต่อไปนี้ อย่าได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ธุรกิจครอบครัวชินวัตร

การท่าเรือแห่งประเทศไทย มีพล.ร.อ.เกียรติศักดิ์ ดามาพงศ์ พี่ชายต่างมารดาของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นกรรมการและมีน้องรักพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นประธานกรรมการ

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ตั้งนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล รองกก.ผู้อำนวยการบริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน) และนายสุนทร ทรัพย์ตันติกุล ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกรรมการไปคุม
คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ก็ตั้ง ดร.นงลักษณ์ พินัยนิติศาสตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการตลาด บมจ.ไทยคม ธุรกิจครอบครัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานคณะกรรมการ

บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด ขุมสมบัติอีกแห่งที่ตั้งน.ต.ศิธา ทิวารี อดีตสส.ไทยรักไทย และเพื่อนสนิทพานทองแท้ไปเป็นประธานกรรมการ 

ส่วนนายธานินทร์ อังสุวรังษี กรรมการอิสระ มาจากผู้บริหารบริษัทแคปปิตอลโอเค และบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่นส์ จำกัด(มหาชน) ลูกน้องธุรกิจครอบครัวน.ส.ยิ่งลักษณ์และยังได้เป็น กก.ผู้จัดการธนาคารอิสลามฯ ก่อนจะมีคดี แล้วต้องเปลี่ยนตัวไม่นานนี้

นอกจากนี้ยังตั้ง นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อัยการอาวุโสเป็นกรรมการ แต่พอไปดู เหตุใดน.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงใจป้ำตั้งนายธนพิชญ์ เป็น กรรมการรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง ได้แก่ บ.ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน),บ. ขนส่ง จำกัด และการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้รับค่าตอบแทนรวมทั้งหมด 1,348,825.81 บาท อัยการอาวุโสท่านนี้มีประวัติอย่างไร เป็นอัยการที่รับผิดชอบคดีทุจริตจัด ซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ ที่ไม่ยอมสั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและพวกรวม 25 คน ในคดีซีทีเอ็กซ์ และสั่งไม่ฟ้องคดีการอนุมัติเงินกู้ธนาคารกรุงไทยให้บริษัทเอกชน เช่น กลุ่มเครือกฤษดามหานคร วงเงินหลายร้อยล้านบาท ทั้งที่คตส. และป.ป.ช. ตั้งข้อหา นี่หรือไม่คือสาเหตุ ขณะที่นายวัฒนา เตียงกูล ทนายความพรรคเพื่อไทย ก็เปลี่ยนเป็นมารับเงินเดือนในบอร์ดทอท.แทน

ในขณะที่ปตท.นอกจากจะตั้งเบญจา หลุยเจริญ ที่ช่วยให้คดีขายหุ้นชินคอร์ปไม่ต้องเสียภาษีสมัยเป็นรองอธิบดีกรมสรรพากร ก่อนไปเป็นประธานกรุงไทยและเป็นรมช.คลัง ก็ยังตั้ง อัยการคนเก่งอย่างนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ผู้สั่งไม่ฟ้องคดีเลี่ยงภาษีของครอบครัวชินวัตรในเหตุผลเดียวกัน ก็ยังพ่วงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้เร่งดำเนินการคืนพาสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เป็นกรรมการ แต่ก็ยังไม่น่าสนใจเท่าการส่งนาย วรุณเทพ วัชราภรณ์ ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ฯ จำกัด (มหาชน) ลูกน้องตนเองในธุรกิจครอบครัว มานั่งกุมขุมทรัพย์ที่ปตท. 

ส่วนบริษัทลูกของปตท.อย่าง บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด ก็มีคำสั่งให้นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ทนายความไทยรักไทย ไปคุม

คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล นายวีรภัทร ศรีไชยาทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณในคดีภาษี 1.2 หมื่นล้านบาท ของพานทองแท้และพินทองทา ชินวัตร และเป็นทนายความพรรคเพื่อไทย ที่ยื่นคำร้องขอให้ตุลาการทั้ง 8 คน เพิกถอนมติรับคำร้องและคำสั่งที่ให้รัฐสภารอการดำเนินการลงมติวาระ 3 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และตั้งพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เพื่อนสนิทพ.ต.ท.ทักษิณ

ที่น่าตะลึงพึงเพริดคือ การตั้ง พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร อดีตหัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกรรมการและผู้อำนวยการกองสลาก ถามว่า หน่วยงานนี้พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าของหรือ

ธนาคารกรุงไทย ที่นอกจากจะตั้งนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ เป็นกรรมการแล้ว ยังตั้งลูกน้องในเครือชินคอร์ปอย่าง นางอรุณภรณ์ ลิ่มสกุล ที่ใครๆก็รู้ว่าคือผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)และนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ที่มีอีกตำแหน่งในฐานะ กรรมการบมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น
ธนาคารออมสิน นอกจากจะตั้ง ดร.นงลักษณ์ พินัยนิติศาสตร์ ผู้บริหารระดับสูง ไทยคมอย่างที่กล่าวแล้ว ยังตั้งนายชัยธวัช เสาวพนธ์ กรรมการบริษัท วินโคสท์อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด (มหาชน)ให้ไปเป็นกรรมการออมสินเพื่อหวังทำอะไร

องค์การเภสัชกรรมเหตุใดจึงตั้งเอานายสมชัย โกวิทเจริญกุล พี่เขยนายกฯเอง (สามี นางมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล (ชินวัตร) กรรมการและผู้ถือหุ้น บริษัท เอ็มลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธุรกิจในครอบครัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ที่น่าสนใจคือ นายสมชัย โกวิทเจริญกุล คือ ผู้ถือหุ้นในบริษัท ฮัวถอ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์ จากประเทศจีน จึงน่าคิดว่าตั้งให้เข้าไปทำอะไรในองค์การเภสัช

การประปานครหลวงตั้งนายเอกราช ช่างเหลา ที่เคยถูกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งอายัดเงินและการทำธุรกรรมการเงินในช่วงชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2553 เนื่องจากศอฉ.เชื่อว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะพบเงินหมุนเวียนในบัญชีร่วม 1,200 ล้านบาท 

ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค ตั้ง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ แกนนำนปช.และกลุ่มคนเสื้อแดงผู้ถูกออกหมายจับในคดีก่อความวุ่นวายปี’53 ไปนั่งคุม

นอกจากนี้ยังตั้ง นางอัมพร นิติสิริ ที่เป็นภรรยา ของ นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ไปเป็นกรรมการคุมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ทั้งหมดกระทำภายใต้อำนาจ น.ส.ยิ่งลักษณ์เองโดยตรง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ(กนร.) ประธานคณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ (กนท.) และล่าสุดประธานคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ 

แม้จะมอบให้ใครดูแลแต่ด้วยตามกฎหมายกำกับรัฐวิสาหกิจทุกฉบับ ก็สั่งให้มาเคาะครั้งสุดท้ายบนโต๊ะ ครม.ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่งที่หัวโต๊ะ

มิน่า กปปส. ถึงต้องขับไล่ ระบอบทักษิณ!!!