Sunday, May 27, 2012

“ถีบหัวเรือส่ง” หมายความว่า ถึงเวลาที่เราต้องเลิกเดินทางร่วมกันแล้ว


“ถีบหัวเรือส่ง” หมายความว่า ถึงเวลาที่เราต้องเลิกเดินทางร่วมกันแล้ว

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: การเมือง, การปกครอง, 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553, ความขัดแย้ง, อภัยโทษ, Redshirts, คนเสื้อแดง, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, ทักษิณ ชินวัตร,

โดยทั่วไป การเดินทางโดยเรือรับจ้างนั้น บางทีมีคนแจวหรือพายเพียงคนเดียว และเรือมีลักษณะเป็นลำยาว หากเป็นการเดินทางเป็นเส้นตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ คนแจวก็จะไม่เหนื่อยนัก แต่เมื่อใดที่ต้องเปลี่ยนทิศทาง ดังเช่นเมื่อมาถึงอีกฝั่งหนึ่ง แล้วจะต้องเปลี่ยนทิศทางแบบกลับหลังหัน ก็ต้องใช้เวลาพายงัดพายงัด หรือมีคนช่วย และในการช่วยนี้ ก็คือ คนที่เรารับมาส่งฟากหนึ่ง เขาจะช่วย “ถีบหัวเรือส่ง” เพื่อให้พ้นไปจากท่าเรือ หรือริมคลองอีกด้านหนึ่ง ให้ห่างฝั่งออกไป จะได้กลับลำเรือได้โดยสะดวกขึ้น

การถีบหัวเรือส่งในวิถีชีวิตคนสัญจรทางน้ำแต่เดิมนั้น ไม่ใช่คำหยาบ หรือเป็นสิ่งไม่ดี แต่เป็นการช่วยกัน เพื่อให้ทำงานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่กระนั้นก็มีคนมาแปลความว่าเป็นการที่คนๆหนึ่งได้ช่วยให้อีกคนได้ข้ามฟากได้ประสบความสำเร็จตามประสงค์ แต่ฝ่ายคนที่ได้รับความช่วยเหลือนั้น กลับถีบหัวเรือส่ง คือไม่อยากรับผิดชอบ ตอบแทนบุญคุณให้กับคนที่เคยช่วยตนเองมา การถีบหัวเรือส่ง ในทางปฏิบัติก็อาจหมายถึงเมื่อจ้างใครให้ทำงานอะไรแล้ว เมื่อเสร็จแล้วก็จ่ายเงินตามตกลง แล้วก็เลิกราต่อกัน หากมีงานใหม่ในคราวหน้า ค่อยมาเจรจากันอีกที ธุรกิจในปัจจุบันก็เป็นเช่นนี้ ดังการว่าจ้าง Freelance ให้ทำงานให้เฉพาะบางอย่าง คนรับจ้างก็ทำงานอย่างดีที่สุดให้บรรลุผลในเวลาและค่าใช้จ่ายที่ตกลง เสร็จแล้วฝ่ายว่าจ้างก็จ่ายค่าตอบแทนให้ตรงตามสัญญา ไมรอช้า แล้วเขาก็ทำงานอื่นๆของเขาต่อไป

กรณีของทักษิณ ชินวัตรกับคนเสื้อแดง ฝ่ายคุณทักษิณ คือสปอนเซอร์รายใหญ่สำหรับกิจกรรมของคนเสื้อแดง เป็นพลังเสริมให้กับพรรคเพื่อไทยที่จะได้เข้าไปครองอำนาจรัฐ แต่เมื่อจบงานแล้ว ก็ต้องถือว่าเลิกแล้วต่อกัน เพราะงานในช่วงต่อไปนั้น ไม่ได้ต้องการบริการของคนเสื้อแดง ยิ่งคนเสื้อแดงก่อกิจกรรมมากๆ กลับจะเป็นโทษต่อคุณทักษิณ

คุณทักษิณและพรรคเพื่อไทยได้ครองอำนาจรัฐแล้ว คนที่เขาจะใช้งาน คือคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องไปทำงานในรัฐสภา ทำงานในทีมบริหารต่างๆ เป็นนักวิชาการ นักเทคนิคต่างๆ หากยังต้องผูกพันกับคนเสื้อแดง อันเป็นฝ่ายยืนสุดขั้วทางการเมือง การจะให้บรรลุผลทางการเมืองก็ย่อมเป็นไปได้ยาก การที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามทำให้มีการปรองดอง มีการจะจ่ายโบนัสเป็นเงินก้อนใหญ่โดยรัฐบาล แล้วญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งฝ่ายเสื้อแดง ฝ่ายไม่ใช่เสื้อแดง และทหารตำรวจที่เสียชีวิต ก็จะได้รับเงินตอบแทนไปคนละ 7 ล้านกว่าบาท แต่แล้วก็ต้องให้เลิกราต่อกัน ไม่เอาความกันตามกฎหมายต่อไป
อย่างนี้ก็ต้องถือว่าเป็นการถีบหัวเรือส่ง แต่มีความหมายที่แตกต่างกัน คือฝ่ายคุณทักษิณอยากให้เลิกรา แต่ฝ่ายคนเสื้อแดงส่วนหนึ่ง ยังต้องการการสนับสนุนต่อไปเรื่อยๆ ฝ่ายคนเสื้อแดงบางส่วนยังต้องการให้เอาผิดกับคนที่ใช้ความรุนแรงกับพวกตน ซึ่งหมายถึงรัฐบาลในชุดที่ผ่านมาและทหารที่ดูแลการสลายการชุมนุม ซึ่งก็ตรงกับที่ฝ่ายผู้นำรัฐบาลยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ต้องการให้มีการอภัยโทษ ต้องการให้มีการสืบหาความจริงจนถึงที่สุดก่อน ดังที่อดีตนายกฯอภิสิทธิ์จะยืนยันเสมอว่า Truth and Reconciliation คือต้องให้ได้ความจริงมาก่อน แล้วจึงจะเกิดการปรองดองกันได้

แต่ความต้องการของคุณทักษิณที่หลายคนเข้าใจ คือ การให้อภัยโทษแบบเหมายกเข่ง คือ ให้อภัยในทุกเรื่อง รวมถึงโทษทั้งความแพ่งและอาญาของเขาที่ยังเหลืออยู่ และอาจรวมถึงเงินที่ถูกสารตัดสินยึดทรัพย์ไปกว่า 40,000 ล้านบาท ก็ต้องให้คืนมาด้วย

ดูเหมือนความเข้าใจในเรื่อง “ถีบหัวเรือส่ง” จะเข้าใจไม่ตรงกัน เข้าใจเรื่องอภัยโทษแตกต่างกัน ยิ่งรีบร้อนที่จะดำเนินการ ก็ดูจะยิ่งเป็นการไปสร้างความไม่น่าเชื่อถือ สับสน และนำมาซึ่งการต่อต้านของคนจำนวนมาก หลายกลุ่มหลายเหล่า ไฟความโกรธของมวลชนที่มอดดับไปแล้ว ก็อาจะคุโชนขึ้นมาอีก