Wednesday, January 30, 2013

อาหารเพื่อการมีชีวิตรอด ที่ดีที่สุด 10 รายการที่หาซื้อได้ในซุปเปอร์มาร์เก็ต


อาหารเพื่อการมีชีวิตรอด ที่ดีที่สุด 10 รายการที่หาซื้อได้ในซุปเปอร์มาร์เก็ต

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

ศึกษาและเรียบเรียงจาก “10 Best Survival Foods At Your Local Supermarket.” Activist Post, Monday, October 1, 2012

Keywords: บรรเทาสาธารณภัย, disaster management, แผ่นดินไหว, earthquake, หิมะถล่ม, avalanche, หิมะตกหนัก, heavy snow, น้ำท่วม, flood, จลาจล, riot, สงครามกลางเมือง, civil war, ทอร์นาโด, tornado, เฮอริเคน, hurricane, ซุปเปอร์มาร์เก็ต, supermarket, Survival Foods, กิจกรรมลูกเสือ, boy scouts, เนตรนารี, girl scouts, การฝึกทหาร, military training

ความนำ

ในโลกที่เราอยู่มีความไม่แน่นอนด้านดินฟ้าอากาศ เราอาจประสบภัยพิบัติ อันมาจากพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือการจลาจล หรือศึกสงคราม ที่ทำให้เกิดวิกฤติ ระดับขาดแคลนอาหารกันทั้งชุมชน ดังนั้นแต่ละบ้านจึงควรมีอาหารที่จำเป็นสำรองเอาไว้ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้สัก 3 วันเป็นอย่างน้อย
ภาพ สภาพอากาศที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆในสถานที่ๆมีอากาศหนาวจัด และหิมะตกหนัก ดังในรัฐเมน ฤดูหนาว
ภาพ น้ำท่วมใหญ่ในภาคกลาง และกรุงเทพฯบางส่วน ทำให้มีผู้คนอยู่ในสภาพขาดการติดต่อ ต้องมีอาหารสำรองไว้ใช้บริโภค
อาหารที่สำรองนี้ก็เป็นอาหารที่หาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ของที่เขาแนะนำนี้ นับเป็นความจำเป็น และเป็นของที่ไม่แพง หาซื้อได้ง่ายทั่วไป และเราก็ใช้กันอยู่เป็นประจำ เป็นการหมุนเวียนนำมาใช้ได้อยู่แล้ว แต่คุณสมบัติสามารถจัดเก็บได้นานวัน และนำมาประกอบอาหารได้ง่าย ไม่ซับซ้อน นับว่าเป็นความจำเป็น
อาหารที่ควรเก็บสำรองเอาไว้ 10 รายการมีดังนี้

1.  ข้าว (Rice)

ข้าว (Rice) ในอเมริกามีขายอยู่ทั่วไป เขาบรรจุถุงขนาด 10 ปอนด์ ราคาประมาณ US$ 5 ข้าวที่มีขายนี้ เขาทำผ่านกระบวนการที่มีความชื้นต่ำ หากจัดเก็บอย่างถูกวิธี จะยังคงสภาพที่ดีได้ถึง 10 ปี
1 กิโลกรัม = 2.2 ปอนด์


ภาพ ข้าว ที่มีขายในตลาด แบบบรรจุสูญญากาศ เก็บได้นาน

2.  ถั่ว (Beans)

ถั่ว (Beans) นับเป็นหนึ่งในอาหารที่มีประโยชน์สำหรับการมีชีวิตรอด เพราะมีโปรตีนสูง เมื่อมีการจัดเก็บในห่อที่มีความชื้นต่ำ จะสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 10 ปี ทั้งนี้ให้เก็บในที่เย็นและแห้ง โดยทั่วไปตามร้านเขาขายถั่วที่ขนาดถุง 4-5 ปอนด์ ส่วนถั่วนั้น จะเป็นถั่วดำ (Black beans), ถั่วแดง (Red beans), ถั่วพินโต (Pinto beans), ถั่วเลนทิล (Lentils) เหล่านี้ล้วนเป็นอาหารโปรตีนและอาหารพลังงานที่ใช้ประโยชน์ยามขัดสนได้อย่างดี


ภาพ ถั่วทุกชนิดเป็นแหล่งโปรตีนและพลังงานที่ดี


ภาพ ถั่วที่บรรจุถุง ที่มีขายในตลาด หากต้องการจัดเก็บ ต้องใส่ภาชนะที่ป้องกันอากาศภายนอก ที่จะทำให้อาหารอยู่ได้ไม่คงทน

3.  ข้าวโพดป่น (Cornmeal)

ข้าวโพดป่น (Cornmeal) เป็นข้าวโพดที่เขาป่น เตรียมไว้ทำอาหาร แต่ไม่ใช่แป้งข้าวโพด (Corn starch) ซึ่งเป็นลักษณะป่นจนละเอียด ข้าวโพดป่นนี้เขาจะใส่ถุงขนาด 5 ปอนด์ ราคาในตลาดประมาณ US$ 10-15 การจัดเก็บก็ทำอย่างเดียวกับพวกถั่ว แต่จะมีอายุคงสภาพและคุณภาพได้ระหว่าง 8 เดือน ถึง 2 ปี


ภาพ ข้าวโพดป่น (Cornmeal)

4.  น้ำมันหมู (Lard)

น้ำมันหมู ความจริงดูไม่เป็นอาหารที่ถูกสุขภาพสำหรับคนรักสุขภาพทั้งหลาย แล้วก็ดูจะไม่อร่อย น้ำมันหมูที่พูดุถึงนี้ เขาทำให้เป็นไขแข็ง (Hydrogenated lard) น้ำมันหมูนี้ จะสามารถเก็บรักษาไว้ได้ยาวนานกว่าน้ำมันพืชที่มีขายทั่วไป


ภาพ น้ำมันหมู ในรูปที่เป็นไขแข็ง (Hydrogenated lard) ถ้าอยู่ในลักษณะนี้ ต้องเก็บในตู้เย็น


ภาพ น้ำมันหมู่ (Lard) ที่บรรจุในกระป๋อง สะดวกในการเก็บในห้องอุณหภูมิปกติ
 แต่เมื่อเปิดฝาแล้ว ต้องใช้ให้หมดภายในเวลา

เขาแนะนำให้เลือกซื้อขนาด 6 ปอนด์ ราคาประมาณ US $ 12 หากจัดเก็บให้ดี จะคงสภาพไว้ได้นานถึง 2-3 ปี

5.  เกลือ (Salt)

เกลือนี้ นับเป็นของจำเป็นที่สุด เพราะสามารถใช้เก็บพวกเนื้อสัตว์ ในยามที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ตู้เย็นที่ต้องใช้ไฟฟ้าไม่ทำงาน เกลือสามารถนำมาช่วยเก็บรักษาอาหาร โดยทำเป็นเนื้อเค็ม หมูเค็ม ไก่เค็ม ปลาเค็ม ฯลฯ เกลือเป็นอาหารที่จะสามารถเก็บไว้ได้ตลอดไป ไม่มีวันเสื่อมอายุ ดังนั้นเมื่อมีการจ่ายตลาด ก็หาซื้อสำรองไว้สักหน่อย ไม่เป็นการเปลืองที่เก็บแต่อย่างใด


ภาพ เกลือ (Salt)

6.  ผักและผลไม้กระป๋อง (Canned Fruit & Vegetables)

ปกติเราจะแนะนำให้คนกินผักสด ผลไม้สด แต่เพื่อการสำรองยามขัดสน จึงให้มีการสำรองผลไม้และผักกระป๋อง (Canned Fruit & Vegetables) ซึ่งของพวกนี้สามารถเก็บไว้ได้นาน 5 ปีขึ้นไป อาหารพวกนี้เราไม่ได้ต้องให้เก็บกันยาวนานจนหมดอายุ หรือรอให้ใกล้เสียก่อน ทางที่ดีคือเรานำมันมาหมุนเวียนใช้ทำอาหาร แล้วไปซื้อของใหม่มาจัดเก็บเอาไว้ ให้มันทำหน้าที่เป็นอาหารสำรองยามขัดสน


ภาพ ผักและผลไม้ในรูปบรรจุกระป๋อง

7.  เนื้อกระป๋อง (Canned Meat)

อาหารประเภทเนื้อกระป๋องมีได้หลายแบบ เช่น พวกแฮม (Ham), ปลาทูน่า (Tuna), เนื้อกระป๋อง (corned beef) ไก่ตุ๋นกระป๋อง (Canned chicken) อาหารพวกนี้เป็นโปรตีนที่ใช้ได้ทันที สามารถจัดเก็บได้นาน 6-10 ปี ในบางสถานการณ์ การจะหาสัตว์หรือล่าสัตว์ในป่ามาทำอาหาร ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆในบางสถานที่


ภาพ ปลากระป๋อง (Canned sardine)


ภาพ ปลาทูน่ากระป๋อง (Canned tuna)


ภาพ เนื้อกระป๋อง (Corned beef) เมืองไทยไม่ค่อยมีกินกัน แต่ในอเมริกา มีเนื้อกระป๋อง นำเข้าจากอเมริกาใต้มากมาย

ภาพ แฮมกระป๋อง (Canned ham)

8.  น้ำตาล (Sugar)

น้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทรายขาว หรือน้ำตาลทรายแดงมีประโยชน์ยามขัดสน เพราะเป็นตัวปรุงรสทำให้อาหารมีรสชาติดี และให้พลังงานได้ ในด้านการจัดเก็บ หากมีภาชนะบรรจุที่ดี ในสภาพอุณหภูมิที่ไม่สูงเกินไป และไม่ชื้นมาก ก็จะเป็นอาหารที่เก็บไว้ได้นาน


ภาพ น้ำตาลบรรจุในถุง สามารถเก็บไว้ได้นาน หากไม่ให้อยู่ในที่ชื้น และปลอดจากแมลง

9.  พาสต้า (Pasta)

พาสต้า (Pasta) อาหารพวกแป้งที่ทำเป็นเส้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นกลม เส้นแบน เส้นเล็ก หรือเส้นใหญ่ และรวมถึงพวกบะหมี่สำเร็จรูป เส้นก๋วยเตี๋ยวแบบจีนแบบสำเร็จรูป ของพวกนี้มีประโยชน์ตรงที่ปรุงเป็นอาหารได้ง่าย แต่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ เมื่อเทียบกับพวกข้าวสาร เมล็ดถั่ว หรือข้าวโพดป่น แต่การมีไว้บ้างจะเป็นความสะดวก เมือจะต้องนำไปทำเป็นอาหารที่ทำได้เร็ว


ภาพ พาสต้า (Pasta) อาหารพวกเส้น

10.  เนยถั่ว (Peanut Butter)

เนยถั่ว (Peanut Butter) เป็นอาหารที่เยี่ยมยอด เพราะเป็นแหล่งโปรตีน ไขมัน และแคลอรี่ แถมยังมีรสชาติดี สามารถทำเป็นอาหารได้สะดวก เนยถั่วที่เขาบรรจุขวดจะสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน 5 ปี ของเหล่านี้สามารถสำรองจัดเก็บไว้ได้ ไม่เปลืองที่ และสามารถนำมาหมุนเวียนใช้ได้ตลอดเวลา

ภาพ เนยถั่ว (Peanut Butter) ที่ทำจากถั่วลิสง


ภาพ เนยถั่ว (Peanut Butter) ตรา Peter Pan


ภาพ เนยถั่ว (Peanut Butter) ที่ทำจากถั่วลิสง

วิธีการเก็บ

ส่วนของทั้งหลายที่ได้ซื้อมาจัดเก็บสำรองนี้ เขาแนะนำให้ติดป้ายบอกวันที่เริ่มจัดเก็บ เอาไว้ จะได้รู้การบริหารจัดเก็บ และนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่ต้องเสียของ

การจัดเก็บอาหาร โดยใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เช่นกระป๋อง ขวดโหล ปี๊ปที่มีฝาปิด แล้วใส่ “น้ำแข็งแห้ง” (Dried ice) ช่วยรักษาคุณภาพอาหาร


ภาพ น้ำแข็งแห้ง (Dried ice)

 น้ำแข็งแห้งจะเป็นตัวป้องกันพวกแมลงที่เข้ามากินอาหาร เช่น พวกเมล็ดธัญพืช ข้าว ถั่ว เพราะเป็นการไปไล่พื้นที่ของออกซิเจน แล้วมีคาร์บอนไดออกไซด์แทนที่ ในขณะเดียวกัน มันทำหน้าที่ป้องกันให้อาหารพวกที่มีน้ำมันหรือไขมัน ทำให้ไม่เหม็นหืน (Rancid)