Monday, June 18, 2012

โอบาม่าใช้ยุทธศาสตร์ "ใครทำหม้อไหแตก ต้องชดใช้”


โอบาม่าใช้ยุทธศาสตร์ "ใครทำหม้อไหแตก ต้องชดใช้”

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: info@sb4af.org

Keywords: Politics, การเมือง, การปกครอง, Pottery Barn Rule,

ศึกษาและเรียบเรียงจาก "The President says George W. Bush is still to blame for the economy. And guess what? Most Americans agree." โดย JON MEACHAM | @jmeacham | June 18, 2012


มีกฎข้อหนึ่งในกิจการโรงหม้อไห (Pottery Barn Rule) เขาบอกว่า “You break it, you own it.” ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า "เมื่อคุณทำหม้อไหแตก คุณคือเจ้าของมัน" นั่นหมายความว่า คุณต้องชดใช้หม้อไหที่แตกไปนั้น แม้คุณจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน

นายพลคอลิน พาวเวล (Colin Powell) ไม่เคยเรียกปัญหาสงครามอิรัคว่า “Pottery Barn rule”  ถึงแม้นายพลคอลินจะไม่ได้กล่าวโทษประธานาธิบดีบุช แต่นายพลคอลินซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศก็ยอมรับว่าการจะฟื้นฟูอิรัคหลังยุคซัดดัม ฮุสเซน (post–Saddam Hussein Iraq) นั้นเป็นงานใหญ่หนักหนา ทำให้สหรัฐได้เข้าไปเกี่ยวข้องและยากที่จะถอนออกอย่างไม่รับผิดชอบ

ในปัญหาเศรษฐกิจของอเมริกาที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งหมดเป็นปัญหาสืบเนื่องมาจากการที่อเมริกันในยุคจอร์จ ดับเบิลยู บุช ส่งทหารเข้าไปรบในอิรัค โดยอ้างเหตุว่าอิรัคในยุคซัดดัม ฮุสเซนมีอาวุธทำลายร้ายแรง มีขีดความสามารถในการพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ (Weapon Of Mass Destruction - WMD) และเมื่อเข้าไปรับแล้ว ก็ทำให้ต้องเข้าไปใช้เงินเพื่อการสงครามอย่างต่อเนื่องจนยากที่จะถอนตัวออก และนำมาซึ่งปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ตราบจนในปัจจุบันก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่


ต่อสภาพปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำต่อเนื่องมาจนถึงในปัจจุบัน จากการสำรวจความคิดเห็นคนอเมริกัน ร้อยละ 68 โทษอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช (George W. Bush) ร้อยละ 52 โทษประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า (Barack Obama) ส่วนพวกที่เป็นอิสระ ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด โทษบุชมากถึงร้อยละ 67 และโทษโอบาม่าร้อยละ 51

เมื่อเป็นเช่นนี้ จะไม่แปลกใจว่าทีมงานการเมืองของโอบาม่าจะใช้ยุทธการนี้ คืออ้างถึงความตกต่ำทางเศรษฐกิจที่เกิดมาแต่รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู บุช แล้วฝ่ายรีพับลิกันก็จะต้องตกเป็นจำเลยที่หนักหนากว่า