Wednesday, June 13, 2012

เมือง Los Angeles ในแคลิฟอร์เนียพยายามเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้า


เมือง Los Angeles ในแคลิฟอร์เนียพยายามเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้า

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: USA, Los Angeles, transportation, ถรยนต์ไฟฟ้า, vehicle, EV, electric car, สหรัฐอเมริกา, การคมนาคม, ยานพาหนะ, รถยนต์ไฟฟ้า, เมืองลอสแองเจลิส, พลังงาน, energy,สิ่งแวดล้อม, environment, มลพิษทางอากาศ, air pollution, 

ศึกษาและเรียบเรียง จากบทความ “Los Angeles Tries a Car Conversion” โดย GARY ANDREW POOLE – time.com, Friday, Apr. 22, 2011

ในสหรัฐอเมริกา รถยนต์ไฟฟ้าจะยังมีราคาแพงอยู่ แม้จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางคันละ US$7,500 ดังเช่นรถยนต์ Chevy Volt ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าลูกประสมราคาคันละ $43,000 หลังได้รับส่วนลดจากเงินสนับสนุนโดยรัฐบาลกลางแล้ว ก็จะยังมีราคา $35,500 ซึ่งยังแพงเกินไป รถ Chevrolet Cruze ซึ่งเป็นรถยนต์แบบ SUV ราคาคันละ $16,525 เป็นรถยนต์ใช้น้ำมันที่ 40 ไมล์ต่อแกลลอน ความแตกต่างกันคือ ราคาตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่ต่างจากรถยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าเท่าตัว รถยนต์ไฟฟ้าจึงอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 8-10 ปีกว่าที่จะเป็นที่ยอมรับในตลาด


ภาพ การจราจรของเมือง Los Angeles ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่่งคนส่วนใหญ่อาศัยการเดินทางไปทำงานในแต่ละวันด้วยรถยนต์ส่วนตัว จึงทำให้มีปัญหาด้านมลพิษทางอากาศจากควันไอเสียรถยนต์

แต่กระนั้น เมือง Los Angeles (LA) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพิษทางอากาศ เพราะมีรถจำนวนมหาศาลที่วิ่งบนถนนที่แออัด ก็ไม่รอช้าที่จะผลักดันนโยบายให้เมืองเป็นเมืองรถยนต์ไฟฟ้า ทางเมือง LA จึงพยายามทำให้เมืองนี้กลายเป็น “เมืองหลวงของรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศ” (EV capital of the country) โดยจะเน้นไปที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยมุ่งให้ในปี ค.ศ. 2013 เมือง LA จะเป็นเมืองที่มีสถานีชาร์ตไฟรถไฟฟ้าสาธารณะ ที่เป็นเครือข่ายครอบคลุมกว้างขวางที่สุดมากกว่าเมืองใดๆในประเทศสหรัฐอเมริกา

เมือง LA จะเริ่มให้ส่วนลดแก่บ้านที่ติดตั้งที่ชาร์ตไฟรถไฟฟ้า (Charging stations) หลังละ $2,000 และให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านใช้รถยนต์ไฟฟ้า จนทำให้ค่าชาร์ตไฟฟ้ารถอย่าง Chevy Volt เป็นเพียง $0.95 ต่อครั้ง ในขณะที่เมืองอื่นๆในประเทศจะมีราคาเฉลี่ยครั้งละ $1.50 ที่ทำเช่นนี้ เพื่อเป็นการจูงใจคนให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแม้ขณะนี้จะยังมีค่าตัวรถ หรือค่าแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาสูงอยู่ แต่เพราะความที่มีเครือข่ายสถานีชาร์ตไฟที่กว้างขวาง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องมีขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่เกินและมีต้นทุนที่สูงเกิน และค่าชาร์ตไฟรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน โดยทั่วไป ก็จะยังทำให้มีราคาถูกเป็นพิเศษ

เมือง LA มีประชากรเมือง 3,792,621 คน จัดเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของสหรัฐอเมริกา หากนับประชากรเมืองและปริมณฑล (Metropolitan Area) จะมีประชากร 12,828,837 คน และหากนับรวมเมืองบริวารขนาดเล็ก (Micropolitan) ซึ่งมีเศรษฐกิจและวิถีชีวิตร่วมกับเมืองก็จะเท่ากับ 17,786,419 คน ประชาชนของเมืองใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางไปทำงานในแต่ละวันเป็นส่วนใหญ่ จากสถิติปี ค.ศ. 2005 มีประชากรเพียงร้อยละ 10 ที่ใช้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่างใดอย่างหนึ่ง