Saturday, June 2, 2012

Facebook เป็นต้นเหตุการหลงตนเองในยุคออนไลน์?


Facebook เป็นต้นเหตุการหลงตนเองในยุคออนไลน์?

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: Social media, Facebook, Twitter, สื่อสังคม,

เขาบอกว่า Facebook เป็นต้นเหตุการหลงตนเองในยุคออนไลน์ (Digital Narcissism) เชื่อหรือไม่?
RT @FreedomKeng: Facebook – นั้นคือคนที่อยู่แต่ในโลกเสมือนโดยไม่ใช้สติเป็นที่ตั้ง การตัดสินใจต้องมาจากความจริงที่เกิดมิได้มากจากโลกเสมือน

ภาพ Mark Zuckerberg ผู้นำการคิดและพัฒนา Facebook

Facebook เป็นสื่อสังคม (Social Media) ลักษณะหนึ่งที่ได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2004 โดย Mark Zuckerberg, Eduardo Saverin, Dustin Moskovitz, และ Chris Hughes โดยในปัจจุบันบริษัท Facebook ที่ได้นำเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แล้ว เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานถึง 901 ล้านคน (เมษายน ค.ศ. 2012)


ภาพ การจำแนกกลุ่มผู้ใช้ Facebook ในโลก 26% อยู่ในวัย 26-34 ปี; 26% อยู่ในวัย 18-25 ปี; 20% อยู่ในวัย 13-17 ปี; 15% อยู่ในวัย 35-44 ปี; ส่วนกลุ่มคนใช้น้อย; 8% อยู่ในวัย 45-54 ปี; และ 5% อยู่ในวัย 55-64 ปี

Facebook เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ยิ่งในสังคมยุคใหม่ที่ต้องเปิดกว้าง สื่อสังคมนี้เป็นสื่อที่ปิดกั้นได้ยาก ในสังคมเผด็จการมานานนับร้อยปี สื่อออนไลน์นี้ก็มีส่วนทำให้การสื่อสารผ่านวิทยุและโทรทัศน์แบบเดิม ไม่สามารถผูกขาดหรือปิดกั้นการรับรู้ของประชาชนได้ การเกิดการปฏิวัติประชาธิปไตยดังที่เกิดในประเทศตะวันออกกลางนั้น ได้เกิดขึ้นและแพร่ขยายอย่างกว้างขวาง ก็ด้วยสื่อสังคมอย่าง Facebook และ Twitter นี้ ซึ่งเราเกือบจะกล่าวได้ว่า สื่อออนไลน์นี้เป็นเหมือนหลักประกันให้กับระบอบ

ประชาธิปไตยยุคใหม่ที่ การปิดกั้นการสื่อสารนั้น เกือบจะกระทำไม่ได้

หลังจากรีรอมานาน ท้ายสุดผมได้เข้าไปใช้ และศึกษาจุดเด่นจุดอ่อนของ Facebook ด้วยตัวเอง เรียกว่า จะปล่อยให้ตัวเองตกเที่ยวบินไปนานๆไม่ได้ เมื่อใช้แล้วก็อยากจะมาเขียนเล่าให้หลายๆคนได้รับฟัง เพื่อให้เรามองเห็นโอกาสใช้ให้เกิดสารประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมร่วมกัน ได้เห็นจุดอ่อนที่อาจมี และเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์นี้อย่างเหมาะสม

Facebook เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ สามารถนำมาให้เกิดประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง

Facebook มีกิจกรรมหลายๆอย่างที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้ เท่าที่ผมพอจะรู้และอธิบายได้มี ดังเช่น Photos = การจัดการภาพ พร้อม Text, Notes = สามารถใช้เขียนเพื่อนำเสนอข้อเขียน และบทความ และสอดใส่ภาพที่มีรายละเอียดสูงได้ด้วย, Apps and Games = สำหรับคนที่สนใจในระบบใช้งานอื่นๆรวมทั้งเกมส์ที่สามารถใช้ผ่าน Facebook ได้ด้วย, Music = อันเกี่ยวกับดนตรี และเสียงเพลงต่างๆ, และ Links คือการเชื่อมโยงไปสู่สิ่งอื่นๆ

ผมเป็นมือใหม่หัดขับ ยังอยู่ระหว่างเรียนรู้ไปเรื่อยๆ แต่กำหนดเวลาไว้ว่า จะใช้เวลากับระบบออนไลน์ส่วนหนึ่ง วันละ 2-3 ชั่วโมง ไม่อยากให้ตัวเองต้องหมกมุ่นกับสื่อออนไลน์มากจนเกินไป

Facebook ก็เหมือนเป็นดาบสองคม มีข้อดี และก็มีข้อด้อย

Facebook มีส่วนที่ทำให้เรานำเสนอตัวเองอย่างหลงตนจริงๆ (Digital Narcissism) กล่าวคือ เมื่อเราเข้าไปร่วม ก็จะต้องนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองระดับหนึ่ง แต่ละคนที่จะเข้าร่วมนั้น ก็จะต้องสร้างความเป็นตัวตนที่น่าสนใจที่สุด บางคนเข้าไปใช้เพื่อหาเพื่อนสนิท เพื่อนคุย เพื่อนสนทนาตามความคิดความสนใจของตน ยิ่งกว่านั้น เมื่อเข้าไปใช้งาน จะมีคนที่รู้จักเราเข้ามามีส่วนร่วมวงสนทนาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จนยากที่จะปิดลับสงวนความเป็นส่วนตัวไว้ คนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องระวัง อย่างเผลอไปทำอะไรรุ่มร่ามเอาไว้ เพราะมันจะฟ้องตัวเอง ประจานตัวเองไปทั่ว ยากที่เราจะแก้ไขได้

Lady Gaga ศิลปินนักร้อง เป็นคนหนึ่งที่ใช้ Facebook โฆษณาประชาสัมพันธ์งานการแสดงของเธอ มีคนเข้ามากด Like กว่า 51 ล้านคน แต่ในการนำเสนอของเธอนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเธอและผลงานการร้องเพลง การแสดงคอนเสิร์ต แล้วก็แทบไม่มีอะไร

ในประเทศไทยเรา Facebook ได้รับความนิยมเป็นอันมาก Facebook ปัจจุบันมีผู้ใช้งานในประเทศไทย 14,221,220 คน จากประชากรประเทศ 66 ล้านคน จัดเป็นประเทศที่มีผู้ใช้ Facebook มากเป็นอันดับที่ 16 ของโลก เป็นร้อยละ 21.42 ของประชากรประเทศ มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 81.33 ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งหมด

ส่วนหนึ่งเพราะมันเป็นสื่อที่มี Functions ต่างๆที่ทำให้คนใช้งานได้อย่างง่าย และกว้างขวาง ทำให้คนได้มีโอกาสนำเสนอตนเองและคนที่เรารัก Facebook เป็นสื่อแบบหลายๆทาง แต่ก็เป็นไปได้ที่คนบางคนใช้สื่อนี้อย่างจำกัด เท่าที่ตนเองพอใจที่จะใช้

บางคนนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับตนเอง สิ่งที่ตนเองรัก แล้วใช้สื่อภาพและศิลปะนำเสนอต่างๆ ทำให้คนอื่นๆที่ได้เข้าชม ได้สนใจในสิ่งที่ตนเองนำเสนอตาม เช่น บางคนสนใจ รถยนต์แต่ละโมเดล รถยนต์โบราณ ดาราภาพยนตร์เก่าๆที่ตนเองชื่นชอบ บุคคลในครอบครัว วงศ์ตระกูล เหล่านี้ก็ทำให้เกิดข้อมูลที่ทำให้สามารถสืบค้นได้ง่ายขึ้น หากใครต้องการจะทำวิจัยอะไรเพิ่มเติม ก็สามารถกระทำได้

บางคนเห็นประโยชน์ ใช้ Facebook เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์หน่วยงานตนเอง หรือของทั้งองค์การ เป็นสื่อที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กๆ ก็สามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์ส่วนงานของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพกว้างขวางไปได้ทั่วโลก

บางคนมีความรู้ เป็นครูเก่า นักวิชาการที่มีความสนใจเฉพาะด้านของตน ก็มาช่วยกันนำเสนอข้อมูลตามความชอบของตนเอง ใช้ความสามารถในการสื่อสาร การถ่ายภาพ Scan ภาพ อัดเสียง ถ่ายวีดิโอ ฯลฯ แล้วมานำเสนออย่างเป็นระบบ ข้อมูลความรู้ที่แทนที่จะเก็บงำไว้กับตน ก็ได้มีโอกาสนำเสนอ กลายเป็นองค์ความรู้สาธารณะ มีไว้เป็นประโยชน์เพื่อการสอนลูกหลานของเราต่อไป

ผมเองก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ มักจะมีการนำเสนอสิ่งที่เกี่ยวกับตนเอง แต่ด้วยความตระหนัก ไม่อยากให้คนเห็นว่าเราสนใจเพียงตนเอง (Digital Narcissism) ก็เลยทำเรื่องที่นำเสนอนั้น ให้เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไปให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ได้ไปเห็นอะไรที่น่าสนใจ ก็นำภาพมานำเสนอ เขียนบรรยายให้ฟัง ให้เกิดการเรียนรู้

การนำเสนอสิ่งที่เป็นสาระ (Content) อย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ความจริงการหลงตนเอง รักตนเองอย่างพอเหมาะ ก็ไม่เสียหายอะไร ทำไปเถิด เรานำเสนอตนเองให้ดูดีในระบบออนไลน์ แล้วให้มีส่วนอื่นๆที่เป็นสาระ (Content) ร่วมด้วยก็จะเป็นสิ่งที่ดียิ่งๆขึ้นไป จึงอยากขอชวนเชิญทุกท่าน มาวางกรอบการนำเสนอ นอกจากจะได้ความบันเทิง นำเสนอสิ่งที่เราอย่างแสดงออกแล้ว ก็มาช่วยกันสร้างเสริมสาระให้แก่กัน และอาจทำให้เป็นประโยชน์ในวงกว้าง และเมื่อมีข้อมูลองค์ความรู้ที่ขยายกว้างออกไป ผลประโยชน์ต่อสังคมก็จะมีมากมายตามไปด้วย