Friday, June 1, 2012

พรบ.ปรองดอง ต้องให้เกิดแสงสว่าง มากกว่าการไปจุดไฟ

พรบ.ปรองดอง ต้องให้เกิดแสงสว่าง มากกว่าการไปจุดไฟ

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob.cooparat@gmail.com

Keywords: การเมือง, การปกครอง, politics, democracy, การเมือง, การปกครอง, ประชาธิปไตย, reconciliation, การปรองดอง, สมานฉันท์, truth, violence, crime, 


ภาพ ใครเป็นคนเผาศูนย์การค้า Central World ราชประสงค์ ไม่น่ายากที่จะรู้ และควรทำความจริงให้ปรากฏ

2 มิถุนายน 2555

หากผมเป็นพรรคฝ่ายค้าน ส่วนหนึ่งคงต้องต่อต้านการเสนอพระราชบัญญัติปรองดองอย่างเร่งรีบ ฝ่ายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีการเสนอมาถึง 4 ฉบับ และแต่ละฉบับยังไม่มีเนื้อหาละเอียดให้คนศึกษา และแม้แต่นายกรัฐมนตรีเองก็ยังบอกว่าไม่ได้อ่าน ยังไม่ได้มีการพูดคุยว่าในแต่ละฉบับจะมีการศึกษาว่ามีผลกระทบต่อประเทศไทยหรือรัฐบาลไทยโดยรวมอย่างไร มีผลกระทบทางการเงินการคลังต่อรัฐบาลอย่างไร นับเป็นการสร้างความสงสัยให้กับผู้คน ยิ่งเร่งรีบก็ยิ่งสงสัยมาก

แต่หากเมื่อมีเวลา ได้คุยกันให้หมดข้อสงสัยในแต่ละประเด็นได้ ฝ่ายค้านคงไม่จำเป็นต้องค้านพระราชบัญญัติการปรองดองแห่งชาติไปเสียทั้งหมด แต่จุดยืนควรอยู่ที่ว่า

1. การปรองดองควรเริ่มจากการพูดคุยกัน ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ทั้งกลุ่มการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งพูดคุยผ่านสื่อ และคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ ทำให้เกิดปัญญาและแสงสว่างมากกว่าความร้อนแรง (More light than heat) ฝ่ายรัฐบาลเองก็ต้องไม่รีบร้อน ไม่ใช้เสียงข้างมากเผด็จการในรัฐสภา ฝ่ายค้านเองก็ต้องเปิดใจ คุยกันจนชัดเจนที่สุด โดยยึดหลักประโยชน์ส่วนรวม และแก่ประชาชนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน

2. การปรองดองและอภัยโทษต้องให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริง (Truth) ซึ่งต้องมาก่อน ต้องไม่ปล่อยให้ความจริงที่อาจรู้กันอยู่แล้ว กลายเป็นความคลุมเครือ กลายเป็นหอกดาบที่แต่ละฝ่ายจะหยิบยกขึ้นมาทิ่มแทงกันอย่างปราศจากข้อเท็จจริงที่ได้พิสูจน์แล้ว การปรองดองที่ดีต้องทำความจริงให้ปรากฏ ก่อนที่มันจุถูกบิดเบือนไปในในประวัติศาสตร์ อย่างขาดการเรียนรู้บทเรียนอันสำคัญ

3. การปรองดองนั้นเป็นหลักปฏิบัติที่กระทำต่อคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีความผิดร้ายแรงให้พ้นผิดไปเสียก่อน เช่น ความผิดในการร่วมการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย แต่ไม่ร้ายแรง เช่นบุกรุกสถานที่ราชการ หรือของเอกชน แต่มิได้มีส่วนในวินาศกรรมหรือเผาทำลาย หรือคนที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่ ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ดังนี้ก็สามารถให้มีนิรโทษกรรมให้พ้นผิดที่คาใจไปได้ก่อน ไม่ต้องไปเสียเวลาพิจารณาคดีความกันต่อไป แต่ต้องให้แยกคนระดับสูงจำนวนหนึ่งออกมา คนที่อาจเป็นผู้สั่งการ อยู่เบื้องหลัง คนที่กระทำผิดฆ่าคนตายโดยเจตนา ดังนี้ต้องแยกพิจารณาความ แต่ให้กระทำโดยรวดเร็ว

4. สำหรับคนเข้าร่วมเดินขบวนแล้วถูกลูกหลง หรือผู้ถูกลูกหลงโดยไม่ได้เกี่ยวข้อง ทำให้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือพิการ คนได้รับเคราะห์กรรมเช่นนี้ หากมีความผิดเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด นอกจากจะต้องได้รับอภัยโทษแล้ว ก็ให้ได้รับการชดเชยโดยรัฐบาลไป ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าใดนั้น ก็ต้องไปคิดให้รอบคอบ และคิดอย่างมีฐานความยุติธรรมถ้วนหน้า

5. การปรองดองนั้นต้องไม่ครอบคลุมคดีการทุจริตคอรัปชั่นทั้งที่ตัดสินไปแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ หลักการพัฒนาประชาธิปไตยที่สำคัญคือ ต้องทำให้การเมืองการปกครองเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย การคอรัปชั่นคืออาชญากรรม เป็นการเอาเปรียบสังคม และเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี การปรองดองแบบล้มล้างกฎหมายอย่างขาดหลักการ ย่อมเป็นผลเสียต่อการปกครองในระยะยาว ส่งสัญญาณให้คนกระทำผิดเพิ่มมากขึ้น

6. แต่หากทั้งหมดนี้ยังพูดกันไม่รู้เรื่อง ยังไม่มีการชำระประวัติศาสตร์ ก็ระงับทุกอย่างไว้ก่อน เพราะแม้ไม่มีพรบ.ปรองดอง ประชาชนกลุ่มขัดแย้งต่างๆ เขาก็อยู่ของเขาไปได้อยู่แล้ว หากไม่มีการจุดไฟทำให้เป็นประเด็นขัดแย้ง เวลาจะเป็นเครื่องแก้ไขปัญหาขัดแย้งไปเองตามธรรมชาติ แล้วเราก็อาจทำการค้นหาความจริงได้อย่างง่ายๆ คือให้มหาวิ

ทยาลัยได้มีนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์การเมือง ได้เข้ามาศึกษา และเขียนออกมาเผยแพร่ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่อย่างไร ก็อาศัยหลักวิชาการวิจัยที่ถูกต้องเป็นเครื่องอ้างอิง

การเมืองที่สร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ เมื่อคนมีอำนาจจากเสียงส่วนใหญ่ใช้ความอดทน รับฟัง และประนีประนอม ส่วนคนที่เป็นเสียงส่วนน้อย ก็ต้องใช้ปัญญา ต่อสู้กันด้วยข้อเท็จจริง เล่นเกมส์ในสภา ด้วยการยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย การมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก การเมืองไม่มีใครแพ้หรือชนะกันได้อย่างถาวร ความขัดแย้งมีได้ แต่ท้ายสุดต้องให้ประชาชนได้ประโยชน์