Tuesday, June 26, 2012

โฟล์คสวาเกน (VW) จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2013

โฟล์คสวาเกน (VW) จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2013

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: info@sb4af.org

Keywords: การคมนาคม, Transportation, ยานพาหนะ, vehicles, รถยนต์, car, รถยนต์ไฟฟ้า, Electric car, EV, hybrid electric car, PHEV

เก็บความและเรียบเรียงส่วนหนึ่งจาก “VW Announces Electric Car for 2013, Warns Against "Electro-Hype" โดย Michael Graham Richard,

บริษัทรถยนต์โฟล์คสวาเกนเริ่มออกรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกปี 2013

Dr. Martin Winterkorn ประธานกรรมการของบริษัท Volkswagen AG กล่าวว่าบริษัท VW จะออกรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในปี ค.ศ. 2013 โดยใช้โครงสร้างรถยนต์ครอบครัวขนาดเล็กที่ได้ออกมาในปี ค.ศ. 2007 บริษัท VW ไม่อยากให้คนคาดหวังในอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้ามากนัก ซึ่งเขาเตือนให้ระวัง electroc-hype หรืออาการหวือหวาไปกับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเขาคาดว่าจริงๆแล้วในปี ค.ศ. 2020 หรือในอีก 8 ปี ส่วนแบ่งของรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นเพียงร้อยละ 1.0 ถึง 1.5


ภาพ รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบของ Volkswagen โดยอาศัยโครงสร้างรถยนต์ครอบครัวขนาดเล็กของ VW คาดจะออกสู่ตลาดในปี ค.ศ. 2013

ภาพ โครงสร้างของรถยนต์ไฟฟ้าโดยบริษัท Volkswagen โดยใช้เริ่มต้นในรถยนต์ครอบครัวขนาดเล็ก เก็บแบตเตอรี่ไว้ในส่วนหลัง

ไดมูอิด โอคอนเนล (Diarmuid O'Connell) รองประธานกรรมการผู้ดูแลด้านการพัฒนาของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ได้ทำนายว่าภายในปี ค.ศ. 2020 ร้อยละ 30 ของรถยนต์ที่วิ่งในถนนทั้งหลายจะเป็นระยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ไฟฟ้าลูกประสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) Tesla นอกจากจะพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก คือ Tesla Roadster แล้ว ยังพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัว คือ Tesla Model S และ Tesla Model X อันเป็นรถอเนกประสงค์แบบ SUV และในอนาคต Tesla ก็มีนโยบายที่พร้อมจะร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อื่นๆ โดยจุดหลักของ Tesla คือ การผลิตระบบส่งพลังขับเคลื่อน (Drivetrain) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

คาร์ลอส กอสน์ (Carlos Ghosn) กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทนิสสันทำนายว่าภายในปี ค.ศ. 2020 รถยนต์ 1 ใน 10 คันที่วิ่งอยู่บนถนน จะเป็นรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่เป็นพลังงานหลักอย่างเดียว และโดยรวม รถยนต์ที่ใช้พลังจากแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม และรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆจะมีประมาณ 1 ใน 3 ของการขายรถยนต์ในปี ค.ศ. 2020

จะเห็นได้ว่าบริษัท VW ของเยอรมันอันเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมันมองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างอนุรักษ์ เมื่อเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่เหมือนกันอย่าง Nissan-Renault ซึ่งเป็นความร่วมมือของญี่ปุ่นและฝรั่งเศส ที่ไม่พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม แต่ทุ่มเทให้กับรถยนต์ไฟฟ้าทั้งคัน (Electric Car) อย่าง Nissan Leaf และขณะนี้บริษัท Nissan-Renault ก็ต้องถือว่าได้ยืนในแถวหน้าสุดของกระบวนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า

บริษัทรถยนต์ Toyota ผู้พัฒนารถยนต์ Toyota Prius ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในแบบเป็นรถยนต์ไฟฟ้าลูกประสม (Hybrid cars) และจะยังเดินในสายนี้เป็นหลัก โดยพัฒนา Prius ขนาดครอบครัว ใหญ่ขึ้นนั่งสบายขึ้น และรถ Prius C ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนรถยนต์ของ Toyota ให้ใช้เทคโนโลยี Hybrid ที่ประสบความสำเร็จเหนือคนอื่นๆ แต่ก็กล่าวได้ว่า Toyota เองไม่ได้ทุ่มเทไปในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า (Electric cars, EV) มากนัก นอกจากร่วมมือในโครงการพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้า RAV4 EV โดยอาศัยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าจาก Tesla Motors ของอเมริกา

ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ต่างไม่มั่นใจในปริมาณแร่ Lithium ว่าเมื่อมีความต้องการรถไฟฟ้าจำนวนมากๆ ก็ต้องใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้าแบบใหม่ ที่ต้องอาศัยแร่ Lithium แล้วจะมีแหล่งแร่นี้ป้อนให้กับตลาดที่มีความต้องการได้อย่างเพียงพอหรือไม่ ในด้านนี้ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อสังเกตว่า แร่สำคัญที่ใช้ในแบตเตอรี่ใหม่ คือแร่ Lithium นั้น จะมีปริมาณสำรองอย่างเพียงพอจากแหล่งต่างๆทั่วโลก ทั้งในจีน ประเทศทางอเมริกาใต้ และที่อื่นๆ แต่คำตอบของบรรดารถยนต์ไฟฟ้าทั้งหลายน่าจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ที่จุไฟได้มากขึ้น ชาร์จไฟได้เร็วขึ้น น้ำหนักเบาลง และราคาถูกลง

ในอีกด้านหนึ่งคือราคาน้ำมันในตลาดโลก หากราคาน้ำมันจากปิโตรเลียมสูงขึ้นมากและอย่างรวดเร็ว รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นทางออกที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่หากราคาน้ำมันยังขึ้นไปอย่างช้าๆ การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ก็คงเป็นไปอย่างไม่เร็วนักเช่นกัน

ภาพ Tesla ของอเมริกาออกรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 3 คือ Tesla Model X เป็นรถแบบสปอร์ตอเนกประสงค์ (SUV) 

ภาพ รถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota รุ่น RAV4 EV เป็นรถยนต์ไฟฟ้าในโครงสร้างของ RAV4 ซึ่่งเป็นรถสปอร์ตอเนกประสงค์ที่มีมาแต่เดิม แต่ปรับเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งระบบ