Tuesday, December 18, 2012

กระทรวงพลังงานสหรัฐ ริเริ่มโครงการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า


กระทรวงพลังงานสหรัฐ ริเริ่มโครงการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org
Keywords: Transportation, battery, JCESR, EV, electric car, รถยนต์ไฟฟ้า


ภาพ วันเปิดตัวแถลงข่าว Joint Center for Energy Storage Research (JCESR) news conference ที่เมือง Chicago

จากซ้าย นายกเทศมนตรี (Chicago Mayor) Rahm Emanuel, ผู้ว่าการรัฐ (Illinois Governor) Pat Quinn และรัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐ (U.S. Secretary of Energy)  Steven Chu กำลังคุยอยู่กับผู้อำนวยการ George Crabtree ของ JCESR Joint Center for Energy Storage Research (JCESR) (กลางขวา) และรองผู้อำนวยการ (Deputy Director) Jeff Chamberlain (ทางขวา) หลังการประกาศสร้างแกนกลางเทคโนโลยีจัดเก็บไฟฟ้า นำโดย Argonne National Laboratory ซึ่งได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางผ่านกระทรวงพลังงานมูลค่า 3,600 ล้านบาท


ศึกษาและเรียบเรียงจากข่าว “DoE Launches 'Manhattan Project' for EV Batteries [VIDEO].” EV News, FRIDAY, DECEMBER 7, 2012

เมื่ออเมริกันต้องการชนะสงครามโลกครั้งที่สองอย่างเด็ดขาด โดยเสียเลือดเนื้อทหารอเมริกันให้น้อยที่สุด เขามีโครงการลับ Manhattan Project ที่สร้างระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกของโลก ที่มีอำนาจในการทำลายล้างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน

โครงการแกนกลางพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้านี้ ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลาง โดยผ่านกระทรวงพลังงาน มูลค่า US$ 120 ล้าน หรือประมาณ 3,600 ล้านบาท ในช่วงโครงการระยะแรก 5 ปี แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่ามูลค่าเงิน คือทำให้ภาคมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจขนาดใหญ่ได้เข้ามาร่วมกันดำเนินการ เพราะเมื่อโครงการเดินหน้าได้อย่างเป็นผล รัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และธุรกิจเองที่จะเป็นคนได้ประโยชน์ ย่อมสามารถแสวงหาเงินมาสนับสนุนเพิ่มเติมได้ไม่ยาก หลังจากนี้ไป

ในวันนี้ ในโลกที่น้ำมันกำลังจะหมดโลก อุตสาหกรรมเริ่มหันไปมองที่รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าวิ่ง แต่ปัญหาสำคัญคือ เทคโนโลยีแบตเตอรี่บรรจุไฟฟ้ายังไม่ก้าวหน้าถึงระดับที่จะทดแทนเครื่องยนต์พลังงานเผาไหม้ได้อย่างเด็ดขาด แต่โดยตามการศึกษาของนักวิเคราะห์ สิ่งเหล่านั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิทยาการแบตเตอรี่ที่พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด แต่ทั้งหมดต้องมีการระดมกำลังนักคิด การใช้สหวิทยาการ รวมความแข็งแกร่งจากศาสตร์ต่างๆ ตลอดจนเงินทุนที่จะส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนา ที่จะทำให้การค้นคิดและประดิษฐ์แบตเตอรี่รุ่นใหม่ให้ได้มีประสิทธิภาพเป็นไปได้อย่างมากที่สุด

ด้วยเหตุดังกล่าว กระทรวงพลังงานของสหรัฐ (Department of Energy – DOE) ได้กำหนดให้มีหน่วยงานแกนกลางพัฒนาเทคโนโลยีการจัดเก็บไฟฟ้า ที่เรียกว่า the Joint Center for Energy Storage Research (JCESR, อ่านว่า เจ ซีซาร์ “J Cesar”) หน่วยงานนี้จะนำโดยนักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน Argonne National Laboratory ที่เมือง Lemont นอกเมืองชิคาโก, รัฐอิลลินอยส์ และมีทีมงาน ซึ่งจะรวมนักวิจัยชั้นยอดจากสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดในด้านที่เกี่ยวข้องของประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งของสถาบันที่เข้าร่วมเหล่านี้ได้แก่ Lawrence Berkeley National Laboratory, Pacific Northwest National Laboratory, Sandia National Laboratories และจากมหาวิทยาลัยอื่นๆทั่วทั้งรัฐในตะวันตกกลางของประเทศ

 “เรามีเป้าหมายที่จูงใจมาก และทะเยอทะยาน แต่เป็นรูปธรรม” Jeff Chamberlain รองผู้อำนวยการของแกนกลางนักวิทยาศาสตร์เคมีของศูนย์ Argonne กล่าว “เป้าหมายนี้ ย้อนไปในยุคที่เกิด Bell Labs และโครงการอพอลโล (Apollo Mission) และโครงการแมนฮัตตัน (Manhattan Project) เราตั้งเป้าหมายที่สูงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ทางฝ่ายเอกชนก็มีส่วนร่วมในการจะปฏิวัติเทคโนโลยีแบตเตอรี่ก้าวหน้านี้ โดยแบตเตอรี่ยุคใหม่ที่จะใช้กับรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าลูกประสม และเครือข่ายไฟฟ้า (Electricity Grid) ซึ่งประธานาธิบดีโอบาม่ามียุทธศาสตร์พลังงานโดยรวม ที่จะลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของผู้บริโภคน้ำมัน

รัฐมนตรีพลังงานของรัฐบาลโอบาม่า Secretary Chu กล่าว “ความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก และบริษัทชั้นนำของโลก ได้ร่วมกันที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดของโลก จะเกิดขึ้นที่นี่ ในอเมริกานี้”

ด้วยความก้าวหน้าของวิทยาการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เรามีเหตุผลเชื่อได้ว่า เทคโนโลยีก้าวหน้าด้านแบตเตอรี่ (Advanced battery technologies) จะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มคุณค่าและความแข็งแกร่งของกิจการพลังงานในอเมริกา และเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ด้วยการลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ ยกระดับเครือข่ายไฟฟ้าที่กำลังเก่าล้าสมัยไปทุกวัน แล้วทำให้เราพร้อมที่จะก้าวหน้าไปในด้านเทคโนโลยีพลังงานใหม่ ทั้งในด้านพลังงานลม และพลังงานจากแสงอาทิตย์

 “องค์กรแกนกลางของเทคโนโลยีจะอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน โดยมีนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร บริษัทผู้ผลิตชั้นนำของโลกทางด้านการจัดเก็บพลังงานไฟฟ้า ทำให้เขาเหล่านี้มีเครื่องมือ ทรัพยากร และการเข้าถึงตลาด ที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่” Dick Durbin วุฒิสมาชิกของสหรัฐกล่าว "นวตกรรมการวิจัยขนานใหญ่ที่จะทำให้เกิดแบตเตอรี่ใหม่อันเกิดจากการลงทุนลงแรงจากหลายฝ่ายนี้ หมายถึงประสิทธิผลของแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่ายของการผลิตแบตเตอรี่ลง ทำให้แบตเตอรี่มีอายุการเก็บไฟได้ยาวนานขึ้น ตลอดจนการที่มีทางเลือกในการชาร์จแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นด้วย"

โครงการ JCESR มีโอกาสในการทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจท้องถิ่นในรัฐอิลลินอยส์ ช่วยให้เมืองและธุรกิจได้เข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วนในงานนี้กัน ทำให้เกิดการพัฒนาแกนกลางของเทคโนโลยีร่วมกัน

JCESR จะบริหารโดย George W. Crabtree นักวิทยาศาสตร์อาวุโส และผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนศาสตราจารย์ทางด้านฟิสิกส์ ตลอดจนมีทีมงานด้าน วิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ที่วิทยาเขตชิคาโก (University of Illinois at Chicago) อันเป็นมหาวิทยาลัยเลื่องชื่อ มาเป็นผู้นำทางการวิจัยด้านพลังงาน

การพัฒนาแกนกลางเทคโนโลยีแบตเตอรี่ไฟฟ้านี้ จะเป็นการรวมการวิจัยก้าวหน้าที่สุดด้านการจัดเก็บไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ส่วนหน่วยงานอื่นๆที่เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนการพัฒนานี้ได้แก่ Lawrence Berkeley National Laboratory, Pacific Northwest National Laboratory, Sandia National Laboratories, และ SLAC National Accelerator Laboratory

ความเป็นหุ้นส่วนรวมถึงมหาวิทยาลัยสำคัญในภูมิภาคได้แก่ Northwestern University, University of Chicago, University of Illinois-Chicago, University of Illinois-Urbana Champaign, และ University of Michigan ทางฝ่ายธุรกิจมีหุ้นส่วนจาก 4 หน่วยงานใหญ่ ได้แก่ Dow Chemical Company; Applied Materials, Inc.; Johnson Controls, Inc.; และ Clean Energy Trust

โครงการ JCESR จะเป็นการทำงานอย่างร่วมประสานประโยชน์กันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ระหว่างธุรกิจกับสถาบันวิจัยและการศึกษาชั้นสูง

Robert J. Zimmer อธิการบดีของมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวว่า “งานที่ทำนี้ จะขึ้นอยู่กับความร่วมมือของภาครัฐและธุรกิจ ที่จะเป็นตัวเร่งการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก

ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยความช่วยเหลือของฝ่ายการเมือง ดังเช่น นายกเทศมนตรี (Chicago Mayor) นครชิคาโก Rahm Emanuel, ผู้ว่าการรัฐ (Governor) อิลลินอยส์ Pat Quinn และวุฒิสมาชิก (Senator) Richard Durbin ผู้ซึ่งให้การสนับสนุนอย่างมุ่งมั่นในการพัฒนาทางเศรษฐกิจนี้