Tuesday, December 18, 2012

บุคลิกภาพ “คนเก็บตัว” (Introvert)


บุคลิกภาพ “คนเก็บตัว” (Introvert)

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: จิตวิทยา, บุคลิกภาพ, Introvert, คนเก็บตัว, extrovert, คนพาหิรวัฒน์

Introvert = (อ่านว่า อินโทรเวอร์ท) คนเก็บตัว
Extrovert = (อ่านว่า เอกซ์โทรเวอร์ท) คนพาหิรวัฒน์, คนเปิดเผย

 

ภาพ อับเบอร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์เจ้าของทฤษฎีสัมพันธภาพ เมื่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นักคิด เขาต้องใช้เวลากับความคิดอิสระและสร้างสรรค์ของเขา ในแบบเป็น Introvert

The true sign of intelligence is not knowledge but imagination. - Albert Einstein
สัญญาณของความฉลาดไม่ใช่ความรู้ แต่เป็นจินตนาการ - อัลเบอร์ต ไอน์สไตน์

Introvert แปลอย่างง่ายทั่วไปว่า “คนเก็บตัว” แต่เพราะความหมายของ Introvert ในทางจิตวิทยาและวิชาการอย่างลึก หากเราใช้คำว่า “คนเก็บตัว” อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่ไขว้เขวได้ ผู้เขียนจึงขออนุญาตใช้คำ Introvert อย่างทับศัพท์

Introvert เป็นลักษณะที่ตรงกันข้ามกับ Extrovert ซึ่งมีคนแปลว่าเป็น “คนพาหิรวัฒน์

ในสังคมตะวันตกอย่างในอเมริกา จะให้คุณค่าของคนแบบ Extrovert หรือ คนพาหิรวัฒน์ อันเป็นลักษณะของคนแสดงออก เปิดเผย มองเห็นร่าเริงจากภายนอกได้ มากกว่าการเป็น Introvert ซึ่งเขาจะมองเป็นคนลักษณะเก็บตัว ขี้อาย ไม่เข้าสังคม แต่ในตะวันออก ดังเช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น หรือไทย ที่เน้นความสนใจและความสามารถในการควบคุมตนเอง จะมีความเข้าใจในคุณสมบัติของ Introvert ในแง่ที่ดีมากกกว่า ดังในคนไทยเราจะมีคำว่า “คมในฝัก” หรือคำว่า “น้ำนิ่งไหลลึก” ซึ่งเป็นคำตระหนักว่า คนที่เงียบและไม่แสดงออกนั้น แท้จริง อาจเป็นคนทีมีอะไรลึกซึ้งมากกว่าที่คนทั่วไปมองเห็น

Introvert หรือ คนเก็บตัว มีความหมายต่างจากที่คนทั่วไปคิดและเข้าใจ Introvert ไม่ใช่คนขี้อาย (Shy) เสมอไป โดยความเป็นจริง มีความเกี่ยวโยงกับความขี้อายน้อยมาก ความขี้อาย (Shyness) มีความเกี่ยวข้องกับ ความเกรงกลัว หวาดหวั่น (Apprehension), ความกังวลใจ ขวัญอ่อน (Nervousness) และ ความกระวนกระวาย (Anxiety) คนประเภท Introvert บางคนอาจขี้อาย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะขี้อาย
Introvert คือคนที่มีพลังอย่างเงียบๆในตัวเอง หรือเมื่อปล่อยให้อยู่ตามลำพัง และจะเสียพลังไปมากกับการที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมด้วยคนจำนวนมาก

Introvert คือคนที่ใส่ใจกับโลกภายในใจของตนเอง เขาสนุกกับความคิด การได้แสวงหาสิ่งใหม่ๆจากความคิด (Thoughts) และความรู้สึก (Feelings) เขาจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้ต้องเสียพลังไปเมื่อต้องมีคนแวดล้อมจำนวนมาก เขาอาจมีทักษะในการเข้าสังคมที่ดี (Social skills) แต่หลังจากอยู่ท่ามกลางผู้คนยาวนาน เช่นงานรื่นเริง พบปะผู้คน เขาต้องการเวลาที่จะเติมพลังให้กับตนเอง

เมื่อ Introverts ต้องการอยู่คนเดียว นั่นไม่ใช่สัญญาณของความถดถอย หรือห่อเหี่ยว (Depression) มันเพียงหมายถึงเขาต้องการเวลาเพื่อเรียกพลังใหม่กลับมา เขาต้องการเวลาที่จะอยู่กับตัวเอง กับความคิดของเขา อยู่ใกล้กับคนจำนวนไม่มาก ที่เขารู้สึกสบายๆ อยู่กับคนที่รู้ใจ รู้ทันในความคิด อยู่แล้วยังทำให้เขาได้มีเวลาใคร่ครวญกับความนึกคิดแบบมุ่งภายในของเขา (Introspective)

การใช้เวลาใคร่ครวญ (Introspective) มิได้หมายความว่า Introvert ไม่ต้องการพบปะพูดคุยกับผู้คน เพราะบางครั้ง การได้พบปะพูดคุยกับผู้คนในวงแคบๆนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความคิดที่ลึกซึ้ง (Ideas, and thoughts) ยิ่งขึ้นไป มากกว่าจะเป็นการคุยกันหยุมหยิมอย่างไม่เป็นสาระ

โดยทั่วไปในหมู่คนที่มีพรสวรรค์ จะเป็นพวก Introverts เสียร้อยละ 60 แต่คนที่เป็น Introvert จะมีอยู่เพียงร้อยละ 25-40 ของคนโดยรวมเท่านั้น

Introvert เหมาะสำหรับการเป็นนักคิด นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ นักคิดด้านทฤษฎี หรือแม้แต่เป็นผู้นำ (Leaders) ที่ต้องใช้ความคิดในการเปลี่ยนแปลงระบบสังคม หากเขาเป็นศิลปิน ก็จะถนัดไปทางคนเขียนบท นักประพันธ์ นักดนตรีที่ต้องการเวลาฝึกซ้อม สร้างสรรค์งานใหม่ มากกว่าเป็นนักร้อง หรือนักแสดงที่ต้องออกไปทำงานด้วยการแสดงทุกๆวัน


ภาพ ดร. มารี คูรี นักวิทยาศาสตร์ผู้คนพบคุณสมบัติของแร่ เรเดียม (Radium) ที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานวิจัย ทำงานอย่างต่อเนื่องยาวนาน บุคลิกเช่นนี้ ต้องการลักษณะเป็นพวก Introvert

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะสังเกตลูกของตนเอง และครูอาจารย์ นักแนะแนว ที่จะต้องหารูปแบบการเรียนและการพัฒนาของเด็กแต่ละคนให้เป็นไปตามธรรมชาติและบุคลิกภาพที่เขามีมา ดังนั้นพ่อแม่และคนทำงานกับเด็ก จึงต้องใช้การพูดคุย การสังเกต แล้วนำมาวิเคราะห์ หาลักษณะบุคลิกภาพเฉพาะตัวของเด็ก ไม่ไปยัดเยียดให้เด็กเป็นอย่างที่เราต้องการ โดยไม่เข้าใจเขาอย่างจริงจังเพียงพอ