Saturday, January 14, 2012

3 ตำนานผู้กอบกู้บริษัทรถยนต์โลก - Lee Iacocca, Carlos Ghosn, และ Sergio Marchionne

3 ตำนานผู้กอบกู้บริษัทรถยนต์โลก - Lee Iacocca, Carlos Ghosn, และ Sergio Marchionne

ประกอบ คุปรัตน์Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: เศรษฐกิจ, การเงิน, Auto industry, อุตสาหกรรมรถยนต์, อเมริกัน, อิตาลี, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น

ความนำ

ในแต่ละปีโลกเรามีการผลิตรถยนต์ราว 65-70 ล้านคัน การผลิตรถยนต์กำลังเปลี่ยนไป จากที่เริ่มต้นผลิตเป็นอุตสาหกรรมในระบบสายพานโดยการคิดและพัฒนาโดย Henry Ford ตลาดรถยนต์ในช่วงจนกลางศตวรรษที่ 20 เป็นของสหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่ในช่วงหลังได้มีผู้เล่นใหม่เข้าสู่ตลาด เริ่มต้นด้วยญี่ปุ่น และตามมาด้วยประเทศอื่นๆในเอเชีย ดังในกรณีของจีน ซึ่งกลายเป็นผู้ผลิตระดับหน้าสุดโดยนับจำนวนคันที่ผลิตในแต่ละปี
ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ได้มีความพยายามที่จะรักษาอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ไว้อย่างเหนียวแน่น แม้จะกระทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยค่าแรงงานในประเทศพัฒนาแล้วสูง ขณะเดียวกัน ค่าแรงงานมีฝีมือในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ทำให้การผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพในราคาต่ำสามารถกระทำได้อย่างที่ชาติตะวันตกยากที่จะแข่งขัน แต่กระนั้น ความพยายามของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในโลก ตลอดจนรัฐบาลของประเทศเขาที่จะรักษาอุตสาหกรรมเหล่านี้ไว้ เป็นเรื่องที่น่าศึกษายิ่ง และประเทศไทยเอง ก็ควรจะได้เรียนรู้สถานภาพของกิจการรถยนต์ไปด้วยพร้อมๆกัน
มาเรียนรู้ความเป็นผู้นำและนักบริหารธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ผู้มีส่วนสำคัญในการกอบกู้บริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่จากการล้มละลาย และกลับมาสู่สภาพความแข็งแกร่งได้อีกครั้ง จาก 3 บุคคลดังต่อไปนี้
ภาพ Lee Iacocca

บุคคลแรก คือ Lee Iacocca ผู้กอบกู้บริษัทไครสเลอร์ในยุคทศวรรษ 1980s ซึ่งในขณะนั้นบริษัทฯมีสถานะเป็นยักษ์ใหญ่อันดับสองของสหรัฐอเมริกา และของโลก แต่อยู่ในสถานะย่ำแย่ขาดสภาพคล่องทางการเงินและมีปัญหาด้านการตลาด

ภาพ Carlos Ghosn

บุคคลที่สอง คือ Carlos Ghosn จากบริษัทรถยนต์ Renault ของฝรั่งเศส ผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลมากอบกู้บริษัทรถยนต์ Nissan ของญี่ปุ่น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ ที่จะเปลี่ยนวัฒนธรรมการบริหารแบบญี่ปุ่น และนำแนวคิดการบริหารใหม่มาจากยุโรปมาสนับสนุน และ

ภาพ Sergio Marchionne

บุคคลที่สาม คือ Sergio Marchionne ผู้ที่ทั้งกอบกู้บริษัท Fiat ของอิตาลี บริษัทรถยนต์ใหญ่สุดของอิตาลีที่ขาดทุนมาตลอดให้กลับฟื้นมามีกำไรได้ และข้ามน้ำข้ามทะเลมาอเมริกา มากอบกู้บริษัท Chrysler ของอเมริกาที่อยู่ในฐานะต้องล้มละลายอย่างมองไม่เห็นอนาคต ให้สามารถฟื้นตัวมาได้ในช่วงล่าสุดนี้เอง

No comments:

Post a Comment