Saturday, January 7, 2012

สิ่งดีๆจะเกิดขึ้นแด่ผู้ทนรอ: ประชาธิปไตยจะเบ่งบานต้องใช้เวลา

สิ่งดีๆจะเกิดขึ้นแด่ผู้ทนรอ: ประชาธิปไตยจะเบ่งบานต้องใช้เวลา

ประกอบ คุปรัตน์Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: proverbs, สุภาษิต, การเมือง, การปกครอง, ประชาธิปไตย

มีสุภาษิตในภาษาอังกฤษบทหนึ่งกล่าวว่า “All good things come to those who wait.” (English proverb) ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “สิ่งดีๆจะเกิดขึ้นแด่ผู้ทนรอ

สิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อประชาธิปไตยในประเทศไทย คือ ความไม่อดทน และการกระทำแบบพวกมากลากไป ทั้งโดยกระทำอย่างถูกต้องตามกระบวนการประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง แต่มีการใช้อำนาจเงินโดยมีกลุ่มธุรกิจหนุนหลัง แล้วใช้วิธีการเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้อง
หรือในอีกด้านหนึ่ง เป็นเกมส์แบบดั่งเดิม โดยการใช้อำนาจทหารและอาวุธ ด้วยอำนาจปฏิวัติรัฐประหาร แล้วเข้ามาครองอำนาจทั้งโดยตรง หรืออยู่เบื้องหลัง หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา ช่วงเวลากว่า 2 ใน 3 เป็นช่วงเวลาที่การเมืองการปกครองอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มทหาร มีเพียงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 ที่อำนาจเผด็จการทหารค่อยลดถอยลงไปตามสถานการณ์

ระบบเลือกตั้งแม้จะมีโอกาสให้คนใช้นโยบายประชานิยมที่ถูกใจคนทำให้ได้คะแนนเสียง แต่ก็ยังเป็นแบบพวกมากลากไป ทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้เกิดประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว แต่กระนั้นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ก็ต้องมีความอดทน แล้วปล่อยให้รัฐบาลที่เขาเข้ามาด้วยการเลือกตั้ง ไดมีเวลาพิสูจน์ ให้เขาได้ทำงานไปสักระยะ หรือหากเขาทำได้ดีไม่มีอะไรผิดร้ายแรง ก็ให้เขาทำงานอยู่จนครบวาระ แล้วเวลาจะทำให้ประชาชนผู้ตัดสินใจเลือกตั้งได้มีบทเรียนไว้เรียนรู้

แต่ถ้าหากเราเราไม่มีความอดทน เห็นว่าประชาธิปไตยไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราพอใจ ก็จะล้มเลิกมัน จะสร้างความวุ่นวาย ประท้วงกันตามถนน ใช้อาวุธ หรือคิดจะฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้ได้เป็นประโยชน์และพึงพอใจแก่ฝ่ายตน ดังนี้ฝ่ายตรงข้ามก็ย่อมไม่พอใจ และคิดจะตอบโต้ในลักษณะไม่ต่างกัน ประชาธิปไตยก็ไม่มีโอกาสเติบโต การเมืองก็ไม่มีความมั่นคง แล้วท้ายสุด สังคมโดยรวมก็เป็นฝ่ายเสียประโยชน์

ดังนั้น หากเราต้องการประชาธิปไตยให้เติบโต ก็ต้องให้เวลาระบบการเมืองได้พัฒนาตัวเองไปสักระยะ หรือหากไม่พอใจ ก็ใช้สิทธิในการนำเสนอความคิดเห็นของตนเองอย่างอารยะและสันติ เดี๋ยวนี้จะใช้สื่อออนไลน์ Post ข้อความที่เป็นของตนเอง และหากนำเสนอแนวทางออกต่อปัญหาของตนไปด้วยก็จะยิ่งดี ในสังคมใหญ่นี้ไม่มีอะไรที่จะทำให้ทุกฝ่ายพอใจได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ทำให้ได้ฟังกัน และทำให้นโยบายและการดำเนินการภาครัฐนี้ได้เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ให้ได้มากที่สุด และกระทบต่อคนส่วนน้อยให้น้อยที่สุด

การเสนอจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องเข้าใจว่าได้มีการร่างรัฐธรรมนูญและใช้ของใหม่กันมา 18 ฉบับแล้ว ทั้งนี้ด้วยวิธีการคิดว่า หากไม่พอใจก็ฉีกของเก่าแล้วร่างกันใหม่ จากข่าวสารที่ปรากฏ ได้มีความพยายามจะร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่อีก โดยกลับไปนำเอารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 กลับมาเป็นฐานปรับปรุง ก็แสดงว่าไม่ยอมรับสิ่งที่ได้มีการปรับแก้ไปในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ซึ่งเท่ากับไม่ยอมรับในเหตุที่ทำให้ต้องมีการปฏิวัติรัฐประหาร และการต้องปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องอันนำมาซึ่งความขัดแย้งดังในช่วงที่ผ่านมา

ดังนั้น ผู้เขียนใคร่ขอเสนอวิธีการปลูกประชาธิปไตยอย่างง่ายๆ คือ ให้ทุกฝ่ายต้องมีความอดทน และทนรอ

ให้เวลารัฐบาลที่แม้ท่านจะไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ได้ทำงานของเขาไป ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่คัดค้าน นำทัศนะที่ต่างกันนั้น เสนอท้วงติงในสภาฯ หรือจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็มีสิทธิที่จะทำได้ ฝ่ายสื่อสารมวลชน วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ทั้งหลาย ก็ต้องทำหน้าที่นำข้อมูลข้อเท็จจริงมานำเสนอให้ตรงไปตรงมา และรอบด้านที่สุด ส่วนประชาชนเองก็ต้องติดตาม เฝ้าดู และเห็นว่าอะไรไม่ชอบมาพากล ก็ต้องท้วงติง และจะประท้วงก็สามารถกระทำได้ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องทำใจ และหากไม่พอใจ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็ให้รณรงค์ให้พรรคที่ตนเองเห็นว่าเหมาะที่สุดได้เข้ามาทำหน้าที่