Sunday, January 1, 2012

สุภาษิตรัสเซีย: คนที่มีทองคำในบ้าน อยากได้ทองแดงข้างนอก

สุภาษิตรัสเซีย: คนที่มีทองคำในบ้าน อยากได้ทองแดงข้างนอก

ประกอบ คุปรัตน์Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org
แปลและเรียบเรียง

Keywords: cw022, สุภาษิตรัสเซีย, proverbs,

มีสุภาษิตรัสเซียปรากฏเป็นภาษาอังกฤษว่า “Many who have gold in the house are looking for copper outside.” - Russian Proverb แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “คนที่มีทองคำในบ้าน อยากได้ทองแดงข้างนอก
มีสุภาษิตหรือคำพังเพยของฝรั่งอีกบทหนึ่งกล่าวในลักษณะคล้ายกันว่า หญ้าที่สนามเพื่อนบ้านเขียวกว่า อันหมายความว่า คนเรามักจะไม่เห็นสิ่งดีๆ ทีเรามีอยู่ใกล้ตัว คนที่กินอาหารที่บ้านแม้อร่อยอย่างไร แต่ก็มักจะยังอยากออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นครั้งคราว

ในธรรมชาติเช่นนี้ เขาจึงต้องให้คนได้มีโอกาสไปสัมผัส ทั้งภายในบ้านตนเอง และนอกบ้าน คนเมื่อได้กินอาหารที่หลากหลาย เขาจะเริ่มเห็นคุณค่าของอาหารแต่ละประเภท แต่ที่สำคัญก็คือได้มีการปรับปรุงอาหารที่บ้านให้มีความถูกปากไปพร้อมกันด้วย

คนในชุมชน จะชื่นชมวัฒนธรรมของตนเอง ก็ต่อเมื่อได้ไปอยู่ในที่อื่นๆ แล้วได้เริ่มเห็นการเปรียบเทียบ และมีความพึงพอใจหรือไม่พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่

การที่เราจะชื่นชมกับสิ่งที่ตนเองมีอยู่หรือคุ้นเคยแบบหลับหูหลับตาโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี ซึ่งพบได้มากเช่นกัน เช่นเรามีประเพณีปฏิบัติบางอย่างที่สมควรเปลี่ยนแปลง แต่เพราะเคยปฏิบัติกันมาอย่างคุ้นเคย จึงกระทำกันต่อไปเรื่อยๆ คนบางคนอยากเปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่กล้า เพราะเกรงใจ กลัวจะไปขัดใจคนอื่นๆในสังคมเดียวกัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนที่มองเห็นอะไรใกล้ตัวเป็นสิ่งไม่ดีเสียหมด เช่นเป็นคนไทย แต่มองเห็นความเป็นไทยเป็นสิ่งที่ไร้ค่าไร้ความหมาย อยากรื้ออยากปรับเปลี่ยนโดยไม่ได้ศึกษาสภาพแวดล้อมของเราเอง เช่น

คนมองเห็นว่าศาสนาพุทธอันเป็นศาสนาหลักของคนไทย ว่าเป็นความเชื่อเก่าแก่ล้าสมัย ทำให้ไม่เจริญ ทั้งๆที่ศาสนาพุทธเองนั้นมีหลักธรรมคำสอนหลายประการที่เป็นประโยชน์ แต่หากมีบางส่วนที่ผู้นับถือศาสนานี้มีการปฏิบัติไปในทางที่นำความเสื่อมมาสู่ศาสนา ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ต้องหาทางปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อย่างนี้เรียกว่า “ปฏิรูป” โดยไม่ใช่การปรับรื้อ

ในประเทศไทยเรามีอาหารไทย ที่คนไทยได้มีประเพณีการทำอาหาร พัฒนาอาหารกันมาตามความชอบ และอาหารไทยนี้ก็มีส่วนดีหลายๆประการ จนแม้ต่างชาติเองก็หันมาให้ความนิยม เพราะเห็นว่านอกจากรสชาติจะอร่อยประณีตแล้ว ยังเป็นอาหารที่มีไขมันน้อย มีส่วนผสมที่เป็นพืชผักสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ แต่เด็กไทยยุคใหม่กลับไปชอบอาหารตะวันตก ดังเช่น พวกอาหารจานด่วน (Fast food) ที่มีโซเดียมมาก ไขมันมาก อันเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆมากมาย

อีกด้านหนึ่งที่เขาสอนและใช้สุภาษิตนี้ คือเรื่องการมีคู่ครองและชีวิตครอบครัว การที่เราแต่งงานกับใครนั้น ต้องรู้จักรักและชื่นชมเขา ให้ความยกย่องชมเชยและรักษาน้ำใจกัน แต่มีผู้ชายหลายคน ที่เมื่อก่อนแต่งงานก็รักใคร่ชอบพอสาวนั้น แต่พอแต่งงานอยู่กินกันไป กลับเบื่อหน่าย ไม่เอาใจใส่ ตำหนิติเตียน บ่นว่า แล้วเที่ยวเอาคนอื่นๆมาเปรียบเทียบว่าเขาดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ให้ได้ฟัง นับเป็นการทำลายและบั่นทอนใจกัน ยิ่งหนักขึ้นไปอีก เมื่อมีลูก กลับไม่รู้จักชื่นชมลูกของตนเอง เที่ยวเอาไปเปรียบเทียบกับลูกของคนอื่นๆ โดยหวังว่าลูกจะได้เอาเขาเป็นตัวอย่าง ซึ่งเด็กๆไม่มีคนไหนจะชอบที่พ่อแม่ของตนเองไม่เห็นคุณค่าในตน ลูกๆเลยประชดกลับจะไม่ทำตัวให้เป็นที่รักที่ชอบของพ่อแม่ไปเสียเลย เรียกว่าเข้ารกเข้าพงไป อย่างนี้ก็มีให้เห็น

ดังนั้น คนโบราณเขาจึงสอนเอาไว้ ให้เรารู้จัก เข้าใจ และชื่นชมในสิ่งที่เรามีอยู่ ให้รักษาสิ่งดีๆที่เรามีอยู่ที่เป็นเหมือนดังทองคำอยู่แล้ว แทนที่จะมองทุกสิ่งที่เรามีอยู่แล้วอย่างไม่เห็นคุณค่า