Tuesday, March 13, 2012

คนไทย ทำงานต้องสนุก

คนไทย ทำงานต้องสนุก

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: การบริหาร, ความเป็นผู้นำ, วัฒนธรรม

RT @satien_nna: บอสโตโยต้าไทย มีนโยบายให้พนักงาน "ทำงานสนุก" เพราะ 50% ของชีวิตอยู่ที่ทำงาน ถ้าครึ่งหนึ่งไม่สนุก ชีวิตก็ไม่มีความสุข #NTV

บริษัทรถยนต์โตโยต้า (Toyota) ปัจจุบันเป็นบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากสถิติในปี ค.ศ. 2010 โตโยต้าผลิตรถยนต์รวม 8,557,351 คัน คิดเป็นร้อยละ 11.0 ของผลิตภัณฑ์รถยนต์รวมของโลก บริษัท General Motors ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วย 8,476,192 ค้น คิดเป็นร้อยละ 10.9 และอันดับสาม Volkswagen ค่ายรถยนต์ของเยอรมัน ผลิต 7,341,065 คันคิดเป็นร้อยละ 9.4

กลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในปัจจุบันได้มีการขยายฐานการผลิตจากประเทศแม่ ไปยังที่อื่นๆ รวมทั้งประเทศไทย ประเทศไทยเองในด้านสัดส่วนการผลิตรถยนต์แล้ว อยู่ในอันดับที่ 12-14 ของโลก

ประเทศไทยในแต่ละปีมีการผลิตรถยนต์ได้ 1,478,460 คัน จัดในระดับเดียวกับสหราชอาณาจักร และมากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน และยังมีอนาคตด้านนี้ไปได้อีก ด้วยค่าแรงงานเมื่อเทียบกับฝีมือแรงงาน นับว่าสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

การผลิตรถยนต์ในโลก จำแนกตามปี ค.ศ.

ปี
Year

ผลิตภัณฑ์Production

ความเปลี่ยนแปลงChange

1997

54,434,000

1998

52,987,000

-2.7%

1999

56,258,892

6.2%

2000

58,374,162

3.8%

2001

56,304,925

-3.5%

2002

58,994,318

4.8%

2003

60,663,225

2.8%

2004

64,496,220

6.3%

2005

66,482,439

3.1%

2006

69,222,975

4.1%

2007

73,266,061

5.8%

2008

70,520,493

-3.7%

2009

61,791,868

-12.4%

2010

77,857,705

26.0%

การที่ผู้บริหารระดับสูงของรถยนต์โตโยต้าในประเทศไทยเป็นผู้ออกมาบอกว่า การทำงานกับโตโยต้าต้องทำอย่างสนุก เพราะชีวิตครึ่งหนึ่งอยู่ที่โรงงาน นับเป็นคำกล่าวอย่างเข้าใจวัฒนธรรมและค่านิยมของคนไทย เพราะคนไทยนั้น จริงๆงานหนักไม่กลัว แต่ไม่ชอบบรรยากาศของความเครียด แล้วสไตล์การทำงานของญี่ปุ่นจริงๆแล้ว ค่อนข้างเครียด จริงจัง เน้นคุณภาพ แต่คนไทยนั้น ไม่ว่าจะทำอะไร ต้องทำได้อย่างสนุก ตั้งแต่สนุกกับงาน สนุกกับเพื่อนร่วมงาน สนุกที่ได้รู้จักพูดคุยกับผู้คน ดังนั้น การที่จะรักษาขวัญการทำงานของคนงานไทย ผู้บริหารก็ต้องเข้าใจวัฒนธรรมของคนไทยข้อนี้ด้วย และต้องจำแนกออกว่า มันไม่ใช่ความหย่อนยานในวินัยการทำงาน แต่การทำงานที่ดีสามารถดำเนินไปได้ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

ในสมัยก่อน ชาวนาไทยเมื่อจะทำนา เกี่ยวข้าว ก็มีเพลงขับขาน ทำงานไปร้องเพลงสนุกสนานไป จะเดินทางทางน้ำ ต้องพายเรือระยะยาวๆกับหมู่คณะ ก็ต้องมีเพลงเห่กล่อม ในปัจจุบัน บนสายการบินไหนๆ คนทำงานบนเครื่องบินชาติอื่นๆเขามักจะเงียบ ต่างตั้งหน้าตั้งตาทำงาน แต่สำหรับพนักงานบริการบนเครื่องที่เป็นคนไทยนั้น ทำงานไปยิ้มแย้มไป แต่ก็ไม่ได้ชักช้าไปกว่าพนักงานชาติอื่นๆ แต่เมื่อทำงานเสร็จแล้วก็มักจะต้องหามุมที่ได้คุยกันสักนิดก็ยังดี และนี่คือสิ่งที่เราพบตามศูนย์การค้า โรงงาน ที่พักกรรมการก่อสร้าง คนทำงานเขาจะรักษาลักษณะบรรยากาศผ่อนคลายในการทำงานนี้ คุยกัน ยิ้มหัวกัน มีหัวเราะต่อกระซิกกัน หรือในยุคใหม่เรียกว่ามี “เมาท์กัน” นี่คือลักษณะของคนไทย แถมเลิกงานก็ยังมีไปกิน ไปเที่ยวจับจ่ายด้วนกัน

สำหรับคนที่จะบริหารงานที่ต้องมีคนไทยอยู่มากๆ ก็ต้องเข้าใจวัฒนธรรมอันนี้ เราอยู่ในแผ่นดินเสรี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว บ้านเมืองของเราแสนอุดมสมบูรณ์ เมื่อเราจะต้องเข้าไปทำงานในโรงงาน โรงงานก็ควรจะเป็นบ้านที่สอง ที่ให้ความอบอุ่นและผ่อนคลายในการทำงาน มีความเป็นเพื่อนร่วมงานที่เป็นดุจดังสมาชิกในครอบครัว

หากใครเข้าใจคนไทย เข้าใจสยามเมืองยิ้ม ก็จะทำให้การเป็นผู้บริหารของเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ต้องเครียด และคนบริหารเอง ก็จะทำงานได้อย่างมีความสุขไปด้วยเช่นกัน