Thursday, March 29, 2012

จิตวิญญาณนั้นมุ่งมั่น แต่กล้ามเนื้อนั้นล้าเสียแล้ว

จิตวิญญาณนั้นมุ่งมั่น แต่กล้ามเนื้อนั้นล้าเสียแล้ว

ประกอบ คุปรัตน์
Pracob Cooparat
E-mail: pracob@sb4af.org

Keywords: Proverb, สุภาษิต, Polish, Poland, โปแลนด์

มีสุภาษิตในภาษาโปแลนด์บทหนึ่งกล่าวว่า "Duch chętny lecz ciało mdłe." ซึ่งใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษว่า “The spirit is willing but the flesh is weak" ซึ่งเมื่อแปลเป็นไทยจะได้ความว่า “จิตวิญญาณนั้นมุ่งมั่น แต่กล้ามเนื้อนั้นล้าเสียแล้ว” ~ สุภาษิตชาวโปแลนด์

สุภาษิตนี้เป็นคำรำพันของคนสูงอายุ และเพื่อเตือนสติคนสูงอายุด้วยกันว่า อย่าไปทำในสิ่งที่ไม่เหมาะแล้วสำหรับวัยที่สูงขึ้น เช่น ไปเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงที่เราเคยคุ้นเคยเมื่อก่อน เช่นฟุตบอล รักบี้ฟุตบอล เทนนิส มวยปล้ำ ชกมวย ฯลฯ แข่งกับคนที่หนุ่มหรือสาวกว่า และอย่างไม่ตระหนักในวัยของตนเอง อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อฉีก หรือแม้แต่หัวใจวายได้

เมื่ออายุมากขึ้น เป็นวัยที่ไม่ควรไปทำในกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาและกำลังกายในการลงมือทำ เพราะร่างกายเราจะไม่แข็งแรงเหมือนกับคนหนุ่มสาว อะไรที่ต้องใช้กำลังทุ่มเทอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ก็ควรให้คนหนุ่มคนสาว ลูกน้อง หรือคนรุ่นลูกหรือหลานเป็นคนทำ แต่คนสูงอายุทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยให้กำลังใจ เตือนสติ คอยอาศัยประสบการณ์เดิมช่วยชี้แนะ

ในอีกด้านหนึ่งคืองานการเมือง ซึ่งดูเหมือนไม่ได้จำกัดด้วยอายุ คนทำงานในรัฐสภา มีบางคนเป็นวุฒิสมาชิกจนวัยกว่า 90 ปี ทำหน้าที่ดุจดังเป็นตำนาน ทำจนถึงวันตายอย่างไม่บกพร่อง ก็มีให้เห็น คนทำงานเป็นผู้ดำเนินการข่าวที่เรียกว่า Anchorman หรือ News presenter ตามสถานีโทรทัศน์มีจนอายุเกือบ 80 ปี ก็มีให้เห็น สิ่งเหล่านี้เป็นการประสมประสานกันระหว่างประสบการณ์ทำข่าวภาคสนาม กับความรู้รอบและความเชี่ยวชาญหลายด้าน ประกอบกับมีบารมีที่ผู้คนยอมรับ ซึ่งหาคนทดแทนได้ยาก ในต่างประเทศ งานเป็นผู้พิพากษาที่ต้องตัดสินความในคดีสำคัญ เขาจะเลือกคนสูงอายุมีประสบการณ์ ทำงานใหญ่ได้อย่างสงบนิ่ง มีสมาธิ และมีหลักการ ขึ้นนั่งบัลลังก์ตัดสินความแล้วคนมั่นใจ และอาจารย์มหาวิทยาลัยในบางสายวิชาการ มหาวิทยาลัยจะจ้างจนอายุถึง 75 ปี

แต่อย่างไรก็ตาม มิใช่ทุกคนจะทำหน้าที่ได้อย่างเสมอเหมือนกัน บางคนรักษาสุขภาพดี ยังตื่นตัวอย่างรอบด้าน บางคนสภาพร่างกายไม่ให้เสียแล้ว พลังถดถอย ความจำเริ่มเสื่อมลดและเลือนไป มีตัวเราเองเท่านั้นที่จะรู้ว่า เราจะทำอะไรได้บ้างและทำไปได้จนระดับใด คนบางคนได้ทำงานแล้วสุขภาพโดยรวมจะดี ร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิตแจ่มใส คนเคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือ แม้เกษียณอายุแล้ว มีทรัพย์สินเงินทองเพียงพอจะใช้ชีวิตให้สบายตามอัตภาพ แต่ก็ยังอยากทำงานวิชาการอย่างที่เคย หากหยุดทำงานใช้สติปัญญาเมื่อใดแล้วจะรู้สึกว่าขาดหาย สูญเสียศักดิ์ศรีในตนเอง จะกลายเป็นคนเศร้าซึมไปก็มีให้เห็น

ดังนั้นใครก็ตามที่เมื่อมีอายุที่มากขึ้น นอกจากสังคมและตัวงานเป็นตัวตรวจสอบเราแล้ว ตัวเราเองก็ต้องตระหนักถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเราเองเป็นระยะๆ ใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่เรามี เลือกทำในสิ่งที่มีความสุข เรามีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว แต่ขณะเดียวกัน อย่าไปทำในสิ่งที่ธรรมชาติจะทำให้เรามีจุดอ่อนได้ดังเช่นอายุ ต้องคอยเตือนสติตัวเราเองเป็นระยะๆว่า “จิตวิญญาณนั้นมุ่งมั่น แต่กล้ามเนื้อนั้นล้าเสียแล้ว” อย่าเป็นเหมือนนักมวยยอดแชมป์ที่ต่อยจนกระทั่งกลายเป็นนักมวยเมาหมัด สมองเสื่อมตามัว ขอให้เลือกทำในสิ่งที่เรามีความถนัด ทำได้อย่างดีมากตามธรรมชาติ และสิ่งใดที่เราจะล้าไปด้วยพลังร่างกายที่ร่วงโรยไปตามวัย ก็ให้ทำใจเสีย ถึงเวลาต้องเลิกก็ต้องเลิก อย่าไปฝืน ขอให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม และมีความสุขใจนั่นก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว